ความเครียดกับการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ


เห็นชื่อเรื่องแล้วอย่าเพิ่งรู้สึกเครียดตามนะครับ เนื้อหาครั้งนี้อาจแตกต่างจากที่ผ่านมาพอสมควรเพราะทุกครั้งเป็นสิ่งที่พอจับต้องได้ และพอมองเห็นภาพได้ด้วยตา แต่ครั้งรี้เป็นเรื่องความเครียดที่นอกจากมองไม่เห็นแล้ว ยังอาจไม่รู้ตัวด้วยว่ามีอาการเครียดอยู่ด้วย และความเครียดที่ก่อเกิดขึ้นมานั้นยังสามารถทำให้เกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้อีกด้วย


ความเครียดและภาวะอารมณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ความเครียดเป็นภาวะทางจิตใจ ที่ส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย เป็นผลมาจากการตอบสนองของคนกับสิ่งที่อยู่รอบข้าง ที่บอกว่าเป็นภาวะจิตใจเพราะหากมีงานหนักที่หนักทางกาย เช่น ต้องแบกของหนัก หรือทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่มีความสุนกสนานกับการทำงานนั้นๆ ก็จะมีอาการตอบสนองในรูปแบบของความเมื่อยล้าเท่านั้น แต่ถ้างานนั้นถูกกำหนดว่าต้องให้เสร็จ มีสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด เช่น ถูกตรวจสอบ ลูกป่วย หรือทะเลาะกับแฟนแม้งานที่ทำนั้นจะเบาทางกาย แต่ความเครียดที่เกิดขึ้นที่จิตใจสามารถส่งผลต่อร่างกายทำให้ปวด เมื่อยและล้าง่ายกว่าที่ควรจะเป็น

ผู้เขียนมีประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนเองขณะนั้นสำเร็จการศึกษาใหม่ๆ ยังไม่มีประสบการณ์มากนักแต่ถูกเชิญให้เป็นวิทยากร หรือต้องนำเสนอผลงานในงานประชุมวิชาการต่างๆ ผู้เขียนจะรู้สึกตื่นเต้นมาก พูดแค่ครึ่งชั่วโมง ต้องเตรียมตัวเป็นวัน และรู้สึกว่าตัวเมื่อยล้าไปหมดพอพูดเสร็จกลับถึงบ้านรู้สึกล้ามาก ต้องพัก และหลับไปเลยทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้อดหลับอดนอนแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้มักเป็นทุกครั้งที่มีความเครียด แต่ปัจจุบันนี้อาการลดลงไปมาก อันเนื่องจากมีประสบการณ์และความเคยชินมากขึ้นความเครียดจึงลดลงไป

อย่างไรก็ตาม หากปรับตัวไม่ได้ก็เชื่อว่าอาการเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นทางกายคงไม่หายไปแน่ๆ และคงจะพัฒนาไปมากกว่านั้น ซึ่งผู้เขียนมีประสบการณ์จากผู้ป่วย โดยผู้ป่วยรายนี้มาหาด้วยอาการปวดตึงคอ ปวดศรีษะ และกระบอกตา โดยมีอาการบ่อยมาก จากการตรวจร่างกายพบกล้ามเนื้อต้นคอตึงตัวมาก ซึ่งคาดเดาได้ว่าอาการปวดศรีษะและกระบอกตาน่าจะมีผลมาจากกล้ามเนื้อต้นคอที่ตึงไปรัดเส้นประสาทและหลอดเลือด แต่เหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อตึงคอออกมาจากการทำงาน

จากการซักประวัติพบข้อมูลที่น่าตกใจอย่างหนึ่งคือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเกือบทุกครั้งเมื่อเห็นโต๊ะทำงานของผู้ป่วยและเมื่อผู้ป่วยถูกถามว่า ถ้าพูดถึงงานโดยไม่เห็นโต๊ะทำงานจะมีอาการปวดไหม ผู้ป่วยตอบว่าก็มีอาการเช่นเดียวกัน

ผู้ป่วยรายนี้มีอาชีพซ่อมอุปกรณ์สื่อสาร ทุกวันจะมีลูกค้ามาคอยเร่งงาน ทำให้เกิดอาการเครียด มีอาการปวดศรีษะและเมื่อนานวันเข้าแม้แต่เห็นโต๊ะและพูดคุยถึงเรื่องงานก็จะมีอาการปวดศรีษะขึ้นได้ จะเห็นได้ว่าป่วยรายนี้มีอาการที่พัฒนาไปมาก

ผู้ป่วยลักษณะนี้หากไปพบแพทย์นักกายภาพบำบัดหรือผู้ที่ทำการรักษา ผู้ป่วยอาจจะถูกมองว่ามีปัญหาทางจิตทำให้ไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด

หากพิจารณาจริงๆ แล้วพบว่าความเครียดเป็นผลของจิตใจที่ตอบสนองต่อร่างกายหรือจิตใจ ต่อสิ่งแวดล้อมดังเล่นผู้ป่วยที่ซ่อมอุปกรณ์ ในเบื้องต้นการซ่อมและการที่มีคนมาคอยเร่งมีผลต่อร่างกายที่ต้องทำงานหนักมากขึ้นขณะเดียวกันก็มีผลต่อจิตใจที่คอยวิตกว่าจะกังวลว่าจะทำงานให้เสร็จทันหรือไม่ ทำให้เกิดความเครียดขึ้น ซึ่งมีผลย้อนไปสู่การทำงานของร่างกายมากขึ้น จึงปวดเมื่อมากขึ้น จิตใจจึงมีการเรียนรู้ว่าหากต้องทำงานก็จะปวดเมื่อย และเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ก็มีการเรียนรู้ต่อไปว่า เมื่อเห็นโต๊ะก็ต้องทำงาน ทำให้ทุกครั้งที่เห็นโต๊ะก็มีอาการทางกายเกิดขึ้น


ภาวะอารมณ์กับความเครียด

ความเครียดเป็นภาวะอารมณ์ แต่ผลที่เกิดขึ้นจากภาวะอารมณ์อีกทีหนึ่ง ภาวะอารมณ์ต่างๆ ที่เรามีอยู่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นความเครียดได้ทั้งนั้น เรามาลองดูภาวะอารมณ์ต่างๆ เป็นตัวอย่าง ว่ามีอะไรบ้าง
  • ความโกรธ เช่น พ่อแม่โมโหลูก โกรธลูกที่ทำผิด คนที่เป็นพ่อแม่ก็อาจรู้สึกปวดเมื่อยได้เมื่อมีอาการโกรธมากๆ

  • ความวิกตกกังวล หากวิตกกังวลมากๆ ก็จะคิดวนไปวนมา เกิดความเครียดกล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

  • ความอยาก เมื่ออยากมากๆ ก็เกิดความเครียดที่อยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้มาเป็นของของเรา

  • ความผิดหวัง เสียใจ เช่นเวลาอกหักก็มักจะเศร้าสร้อย ร่างกายและกล้ามเนื้อจะเปรี้ยถดถอยลง

  • ความกลัว เมื่อรู้สึกกลัว เช่น กลัวผี กลัวความมืด กลัวคนปองร้าย ก็จะส่งผลต่อความเครียด กล้ามเนื้อก็เกร็งตัว
จะเห็นได้ว่าภาวะที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลต่อความเครียดและการตอบสนองทางร่างกายได้ แต่การตอบสนองอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่ภาวะอารมณ์ เช่น ความโกรธ ร่างกายจะตึง แน่น แต่ความผิดหวังร่างกายจะห่อเหี่ยว ซึ่งที่อธิบายมานี้ผู้เขียนสังเกตจากตัวเองและคนรอบข้าง ไม่ได้อ้างอิงจากตำราใดๆ

นอกจากนี้ ยังมีภาวะอารมณ์อื่นๆ อีก เช่น ความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต ความหลง ความรู้สึกผิด ความหยิ่งทะนงตัว ความรู้สึกบังคับควบคุม ภาวะอารมณ์เหล่านี้ จะสังเกตได้ยากกว่ามีผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งนี้ให้ลองพิจารณาและหมั่นสังเกตดูว่าภาะของเราเป็นอย่างไรและร่างกายของเราตอบสนองต่อภาวะอารมณ์นั้นอย่างไร เพราะทุกครั้งที่ร่างกายตอบสนองก็ถือว่ามีการทำงานของร่างกายเกิดขึ้น เช่นเมื่อวิตกกังวล 1 ครั้ง กล้ามเนื้อบ่าไหล่จะตึงตัวขึ้น 1 ครั้ง

ดังนั้นหากวิตกกังวลบ่อยๆ หรือคิดวนไปวนมาตลอดเวลา ก็เท่ากับว่ากล้ามเนื้อบ่าและไหล่ของเราทำงานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาของกล้ามเนื้อบ่าได้ในลักษณะเดียวกับผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้กล้ามเนื่อบ่าและไหล่ทั้งวันเช่นกัน จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าหลายๆ คนที่มีอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อแล้วมารับการรักษาหรือการปรับเปลี่ยนการทำงานให้เหมาะสมแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทั้งหมด เพราะตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดปัญหานั้นมีมากมาย เมื่อรักษาแล้วกลับไปเผชิญกับสิ่งที่กระตุ้นเดิมๆ ทำให้เจ็บป่วยกลับมาอีก และหากว่าตัวกระตุ้นนั้นเป็นความเครียดที่เกิดจากภาวะทางอารมณ์ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้อื่นรักษาให้


การขจัดความเครียด

หลายๆ คนอาจได้ยินผู้ที่รักษาว่า โรคนี้เกิดจากความเครียด เพราะฉะนั้นอย่าเครียด

คำพูดว่าอย่าเครียดเป็นคำพูดที่ง่าย แต่ทำยาก

ผู้เขียนเองไม่มีความเชี่ยวชาญทางนี้เช่นกัน ไม่สามารถให้วิธีการที่ดีได้ หากต้องการวิธีที่ดี ที่ถูกต้องคงต้องปรึกษา จิตแพทย์ หรือพระที่สอนทางสมาธิวิปัสสนาแต่วิธีที่ผู้เขียนใช้อยู่และอาจจะเป้นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยคือ ตัดสิ่งที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้มากที่สุด ทั้งภาระงานที่หนักเกินไป และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ทำจิตใจให้แจ่มใสและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตลอดจนหมั่นสังเกตภาวะอารมณ์ของตนเอง เช่น เมื่อรู้ว่ามีอารมณ์โกรธ ก็ระงับด้วยการดูภาวะอารมณ์นั้นเฉยๆ ถอยออกมาเป็นผู้ดูภาวะอารมณ์ ไม่ใช่ผู้ที่อยู่กับอารมณ์ ดังเช่นคนที่โกรธแล้วให้ระงับด้วยการนับ 1 ถึง 10 เพราะเราอาจนับ 1 ถึง 10 โดยที่ยังกัดฟันโกรธอยู่ ยิ่งนับก็ยิ่งโกรธ แต่ถ้าถอยออกมาเป็นผู้ดู ก็จะมีความรู้สึกอีกแบบคือ อ้อ นี่หรือคือตัวโกรธมันพลุ่งพล่านอย่างนี้เอง เมื่อเรารู้จักอารมณ์ เราก็จะสามารถระงับมันได้ ด้วยการรู้เท่าทันอารมณ์ ดูอารมณ์นั้นเฉยๆ อย่างสบายๆ

หากผู้ใดยังรู้สึกว่ายังอยากอยู่ ให้ใช้วิธีนี้คือ ลองสังเกตกล้ามเนื้อบ่าและไหล่ของเราดู ถ้าเมื่อไรกล้ามเนื้อบ่าและไหล่ยกแสดงว่าเราเครียดอยู่ก็ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง ให้สังเกตบ่อยๆ และระงับการยกไหล่บ่อยๆ ก็อาจจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย.


(update 21 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 28 ฉบับที่ 335 มีนาคม 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600