ลงทุนซื้อทองคำดีไหม?


สมัยนี้ทุกคนพยายามหารายได้แล้วลดรายจ่ายเพื่อให้มีเงินออม พอมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ การลงทุนให้ได้ดอกผลงามและในเวลาเดียวกันก็ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเป็นวิธีการที่ยุ่งยากและต้องใช้ความรู้ความชำนาญ เนื่องจากว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ยังผันผวนไม่ได้ขยับตัวขึ้นมาเป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้วเพราะเมื่อปลายปี 2546 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ประมาณ 750 จุด แต่ทุกวันนี้ในเดือนกรกฎาคม 2549 ดัชนีก็ยังอยู่ที่ประมาณ 670 จุด หากเอาเงินไปฝากแบงก์ก็ได้ดอกเบี้ยเพียง 3-4% แล้วยังต้องถูกหักภาษี 15% ถ้าไปซื้อตราสารหนี้จาก บลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ก็ได้ผลตอบแทน 4-4.5% โดยไม่ต้องเสียภาษีแต่หลายคนยังห่วงเพราะมีประสบการณ์จากการขาดทุนในกองทุนหลายประเภท

วิธีลงทุนประเภทใหม่ที่น่าสนใจก็คือ ซื้อทองคำ เพราะราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นจากที่ประมาณ US$ 290 ต่อ 1 ออนซ์ (ซึ่งน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักประมาณ 2 บาท) เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วขึ้นไปสูงสุดจนถึง US$ 730 แต่ขณะนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 620-630 ด้วยเหตุนี้ราคาทองคำที่ซื้อขายในเมืองไทยความบริสุทธิ์ 96.5% จึงตกอยู่ระหว่าง 10,800 - 11,500 บาท ต่อน้ำหนัก 1 บาท

ผมแนะนำว่า พ่อบ้านแม่เรือนที่มีเงินเก็บควรหันมาสนใจลงทุนกับทองคำบ้างด้วยเหตุผลดังนี้
1. ทองคำเป็นโลหะที่มีค่า โอกาสขาดทุนจะน้อยกว่าหุ้น ราคาทองคำซื้อขายที่ประมาณ 10,000 บาท มา 1-2 ปีแล้ว แต่หุ้นบางตัวซื้อที่ 30 บาท เผลอสักพักเดียวอาจลดลงเหลือเพียง 3 บาทเท่านั้น

2. ทองคำมีสภาพคล่องดีมาก หากคุณซื้อจากร้านใหญ่ๆ เช่น ฮั่วเซ่งเฮง หรือบริษัทออสสิริส สามารถขายคืนและได้รับเงินทันทีหรือใช้เวลาไม่เกินสองวัน แม้แต่วันเสาร์ก็ซื้อขายได้ และไม่ต้องใช้นายหน้าตัวแทนอย่างเช่นการซื้อขายหุ้น

3. คุณสามารถเลือกซื้อเป็นทองแท่งหรือรูปพรรณหรือเหรียญกษาปณ์ทองคำของกระทรวงการคลังซึ่งมีความสวยงามในตัวมันเอง ส่วนหุ้นหรือการฝากเงินธนาคารเป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ การดูได้ ได้ใช้ ได้สวมใส่ทองคำถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งซึ่งให้คุณค่ามากกว่าการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่น

4. ทองคำที่ซื้อมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับเป็นสิ่งของที่ยิ่งใช้ราคายิ่งแพงเทียบกับทรัพย์สินประเภทอื่น เช่น รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้อยู่ไม่กี่ปี ราคาก็ลดไปกว่า 50% มีทรัพย์สินอีกเพียงประเภทเดียวที่ลักษณะเหมือนทองคำที่ยิ่งใช้ราคายิ่งแพง คือ บ้านที่อยู่อาศัย
ยังมีวิธีลงทุนทองคำโดยซื้อกองทุนทองของ บลจ. ทหารไทยซึ่งเขาจะเอาเงินของผู้ลงทุนไปซื้อทองคำที่ตลาดกรุงนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถซื้อขายขั้นต่ำตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป โดยทางกองทุนทหารไทยเขาจะออกสมุดเงินฝากให้ สิ่งที่ได้ประโยชน์ก็คือ ไม่ต้องเก็บทองคำเองแล้วกลัวโจรผู้ร้ายจะลักขโมยคุณสามารถซื้อได้ตั้งแต่จำนวนน้อยๆ ส่วนถ้าคุณไปซื้อทองแท่งหรือทองรูปพรรณต้องใช้เงินครั้งละหลายๆ หมื่น จึงเป็นทางเลือกในการลงทุนทองคำอีกทางหนึ่ง

ขณะนี้เงินบาทค่อนข้างจะแข็งค่า คือ อยู่ที่ประมาณ 37.9-38.2 บาท ต่อ US Dollar ต่อไปปลายปีหากเงินบาทอ่อนตัวลงอยู่ที่ 39 บาท เวลานั้นราคาทองคำคิดเป็นเงินบาทจะแพงขึ้น เพราะทองคำเป็นสิ่งที่ซื้อขายเป็น US Dollar ในตลาดโลก ราคาขึ้นลงขึ้นอยู่กับอัตราการแลกเปลี่ยน

ข้อควรสังเกต คือ อย่าลงทุนทองคำเกินกว่า 10% ของเงินออม ควรกระจายลงทุนไปฝากธนาคารบ้าง ซื้อกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจาก บลจ. หรือสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ บ้าง ซื้อหุ้นไว้สักเล็กน้อย และลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของเงินออม.


(update 6 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. teen&family Vol.11 No.127 October 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600