หญิงไทย…รักมั่นคง


จะเกิดอะไรขึ้น หากความรักที่มั่นคงซึ่งผู้หญิงไทยเคยครองอันดับต้นๆ ถูกสั่นคลอน เมื่อผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าถ้ามีโอกาสก็ไม่อยากกลับมาใช้ชีวิตคู่กับสามีคนเดิมอีก


เกิดกี่ชาติ ก็ (ไม่) เลือกเธอคนเดิม

ผู้เขียนเคยได้ยินเสมอเรื่องดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง ความมั่นคงในความรักของหญิงไทยที่เป็นกุลสตรีในละครไทย ตัวอย่างเช่น อมฤตาลัย เจ้าหญิงพันทุมเทวี รอคอยนานเป็นพันๆ ปีที่จะได้เจอนักรบหนุ่มอันเป็นที่รัก ภายหลังอาณาจักรขอมล่มสลาย บางคนบอกว่านั่นมันเจ้าหญิงขอม แต่ผู้เขียนรู้มาว่าคนแต่งเรื่องนั้นเป็นคนไทย หรือในละครเรื่องอนิลทิตตา เจ้าหญิงแคว้นเชียงแสน หรือเชียงรุ้งที่ในวันนี้ไม่มีเสียแล้ว เจ้าหญิงผู้พ่ายแพ้แก่ความรักเฝ้ารอคอยชายอันเป็นที่รักผ่านการบวงสรวงพิธีกรรมต่างๆ จนเป็นเหมือนปีศาจแม่มด เพื่อรอคอยโอกาสกลับมาเจอชายอันเป็นที่รักแล้วกลับแม่แก้ไขเรื่องราวในอดีต และอีกหลากหลายบทบาท

คุณผู้อ่านล่ะครับเคยคิดถามตัวเองหรือไม่ ว่าสามารถรักใครมากจนรอคอยนานแสนนานโดยไม่ผันแปรได้หรือไม่ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิงในกรุงเทพฯ โดยถามคำถามว่า “หากกลับชาติมาเกิดใหม่ได้ หญิงไทยสูงอายุคิดอย่างไรกับการเลือกคู่ชีวิตเดิม” คำตอบที่น่าตกใจคือ จำนวนหญิงสูงอายุที่สำรวจมีเพียงอยู่ร้อยละ 35 หรือเพียงหนึ่งในสามจะเลือกชายคนเดิมเป็นคู่ชีวิตอีก ส่วนที่เหลือคือร้อยละ 65 ตอบว่าไม่เลือกหรือไม่แน่ใจ (ไม่เลือกแน่นอนร้อยละ 34 คนและ ไม่แน่ใจร้อยละ 31)

สำหรับชายผลสำรวจที่ได้ก็น่าสนใจอีกเช่นกัน ในจำนวนชายสูงอายุนั้นร้อยละ 46 ตอบว่าจะเลือกคู่ชีวิตเดิม ในขณะที่ร้อยละ 54 ตอบว่าไม่เลือก หรือไม่แน่ใจ (ไม่เลือกแน่นอนร้อยละ 20 คน และไม่แน่ใจร้อยละ 34)

เมื่อได้เห็นผลจากโพลล์แล้วก็เกิดคำถามขึ้นในใจหลายคำถาม เช่น เหตุใดหญิงจึงเลือกชายคนเดิมน้อย? เหตุใดหญิงจึงเลือกชายคนเดิมน้อยกว่าที่ชายเลือกหญิงคนเดิม? เอ! หรือว่าผู้หญิงแบบตายกี่ชาติก็ขาดเธอไม่ได้จะหายไปไหนกันหมด ถ้าถามคำถามเดียวกันนี้กับชายหญิงในวัยอื่นจะได้คำตอบทำนองเดียวกันหรือไม่? สภาวการณ์ที่หญิงมักไม่เลือกชายคนเดิมนี้เป็นมานานแล้วหรือไม่ และกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด? ชายไทยเป็นคู่ชีวิตที่ไม่ดีตามที่หญิงสูงอายุไทยมองจริงหรือไม่?


ยิ่งอยู่ยิ่งน่าเบื่อ

เราอาจจะต้องยอมรับความจริงบ้างว่า ชายไทยหลายคนเป็นประเภทขุนแผน คือสะโพกไว เจ้าชู้ เห็นคนสวยเป็นหูตูบ หรือบางรายเป็นประเภท Sex Addict ทำนองคลำดูไม่มีหางเป็นเก็บเรียบ กินเหล้าเมายาไม่ว่าวันไหนพี่ไทยก็เมา เล่นการพนัน จนมีส่วนทำให้สัดส่วนที่หญิงเลือกคู่ชีวิตคนเดิมต่ำ ในขณะที่เมื่อเทียบกับหญิงแล้ว ปัญหาเหล่านี้มีน้อยกว่า จนทำให้สัดส่วนที่ชายเลือกคู่ชีวิตคนเดิมสูงกว่า

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเบื่อ ยิ่งอายุสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะเลือกคู่ชีวิตคนเดิมน้อยลงเป็นลำดับแปลว่าทั้งชายและหญิงรวมกันในช่วงอายุ 60-64 ปี จะไม่เลือกคู่ชีวิตเดิมร้อยละ 43 แต่ในช่วงอายุ 65-69 ปี สัดส่วนดังกล่าวเหลือร้อยละ 42 และในช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป สัดส่วนดังกล่าวเหลือเพียงร้อยละ 37

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าระดับการศึกษาของผู้ตอบมิใช่เป็นตัวอธิบายว่าจะทำให้เลือกคู่ชีวิตคนเดิมมากขึ้นหรือน้อยลง และเป็นเรื่องดีที่เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสาร Japan Close-up ได้ตีบทความชื่อ Japanese Woman Changing With Times ซึ่งได้มีการสำรวจความเห็นหญิงญี่ปุ่นในคำถามเดียวกันและพบว่าร้อยละ 28 ของหญิงญี่ปุ่นปรารถนาจะเลือกชายคนเดิมคู่อีกครั้ง ส่วนอีกร้อยละ 72 (ร้อยละ 28 ตอบว่าไม่เลือกและร้อยละ 44 ตอบว่าไม่แน่ใจ)

ทำให้ใจชื้นได้ว่าอย่างน้อยชายไทยก็ราศีดีกว่าหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เพราะเมื่อเทียบเคียงตัวเลขร้อยละ 35 ของหญิงไทยสูงอายุ และตัวเลขร้อยละ 28 ของหญิงญี่ปุ่นที่แสดงความเห็นว่าจะไม่เลือกคู่ชีวิตคนเดิม ถ้าเป็นชาตินิยมหน่อยก็ต้องบอกว่าในสายตาของภรรยา สามีไทยน่ารักมากกว่าสามีญี่ปุ่นจริงไหมครับ

หลายครั้งที่เราชอบบอกกันมานานว่า “มีเมียญี่ปุ่น อยู่บ้านฝรั่ง กินอาหารจีน” เพราะภาพพจน์ของภรรยาญี่ปุ่นที่อ่อนโยนผ่อนปรนตามสามี ซื่อสัตย์ต่อสามี ปรนนิบัติรับใช้สามี เหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องล่าสุด เรื่องนางโลมโลกจารึกหรือ Memory Of Geisha แต่ในปัจจุบัน หากใครพบหญิงญี่ปุ่นที่มีลักษณะเช่นนี้ในวัยต่ำกว่า 60 ปี ก็เรียกได้ว่า อัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง เพราะเธอได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน 30-40 ปีที่ผ่านมาเฉกเช่นเดียวกับผู้หญิงในยุโรปและอเมริกาไม่ได้เป็นเช่นโอชินในอดีตอีกต่อไป

การถอดถุงเท้ารองเท้าให้สามีเวลากลับจากงาน ป้อนปลาที่เอาก้างออกแล้วด้วยตะเกียบ อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเลี้ยงดูลูกอยู่คนเดียวพร้อมกับทำงานบ้านอย่างทุ่มเทสุดตัว เป็นสิ่งที่สูญหายไปจากญี่ปุ่นแล้ว ปัจจุบันแม่บ้านญี่ปุ่นเกินกว่าครึ่งหนึ่งทำงานนอกบ้าน พร้อมกับมีความเท่าเทียมกับผู้ชายมากขึ้นในเรื่องการศึกษา โอกาสในความก้าวหน้าในงาน สิทธิทางกฎหมายปรากฏการณ์แปลกอันหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือการหย่าร้าง แบบที่เรียกว่า “Retirement Divorces” พร้อมกับสถิติฝ่ายหญิงเป็นคนริเริ่มการหย่าร้างเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เพราะหลังวัยเกษียณอายุของสามี เขาอยู่บ้านกับภรรยาทั้งวันหลังจากที่ไม่เคยอยู่บ้าน เขาจะสั่งให้เธอทำโน่นทำนี่ราวกับท่านเจ้าคุณสั่งทาสอีเย็นทั้งวัน บ่นว่าทุกสิ่งที่เธอทำ และดูเหมือนว่าจะไม่นึกขอบคุณในสิ่งที่เธอทำให้เลย

การปฏิเสธไม่เลือกคู่ชีวิตเดิมของหญิงไทยและญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นภาพบางอย่างที่อยู่ในใจของทั้งชายและหญิง ที่สมควรนำไปไตร่ตรองอยู่ไม่น้อย แต่ไม่ต้องคิดให้ไกลเกินตัวเกินไปนัก ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่าครับ อย่าให้แฟนเราว่าได้ว่า “อย่าว่าแต่ชาติหน้าหรือชาติไหนเลย ชาตินี้ฉันก็ไม่เอามันแล้ว”


(update 9 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.137 March 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600