ชีวิตต้องการความรัก


ชื่อข้างบนเป็นหัวข้อในการบรรยาย ที่บริษัทแห่งหนึ่งตั้งใจเชิญผมไปบรรยายให้พนักงานเขาฟัง โดยให้ข้อมูลว่า พนักงานที่เข้าฟังเป็นพนักงานขาย มีฐานะค่อนข้างดี รวยเร็ว เพราะเขาขายดีมีเงินเร็ว เมื่อรวยแล้วก็มักเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาเช่น แข่งขันกันความสงบสุขในครอบครัวก็มีน้อยลง ลักษณะวัตถุนิยมก็เพิ่มขึ้น ชีวิตไม่มีความสุข บางคู่ ชีวิตผัว-เมีย พังทลาย

ทำอย่างไรดี ? จะใช้ความรักเข้าช่วยดีไหม? มนุษย์ทุกวันนี้ถูกสอนมาจากสถาบันการศึกษาและขากสังคมรอบตัวให้เป็ยมนุษย์ “วัตถุนิยม” ทั้งนั้น ถ้าจะมองชีวิตหรือมีเป้าหมายชีวิต ก็มักนึกถึงเงินทองหรือวัตถุทั้งสิ้น ยิ่งหาได้เท่าไรยิ่งไม่เคยพอใช้เวลามากมายจนแทบหมดชีวิตก็ไม่เคยหาได้เพียงพอ

พวกที่จะเหลียวมองหรือให้ความสำคัญกับจิตใจ หรือลักษณะ “จิตนิยม” นั้นมีน้อยเต็มที สังคมเจริยได้ต้องมัการพัฒนาทั้งแนวคิดวัตถุนิยมควบคู่ไปกับจิตนิยมให้ทัดเทียมกัน ความรักเป็นนามธรรม เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นความรู้สึก ความคิด ทำให้เกิดการแสดงออกที่เบิกบาน สดชื่น แจ่มใสและสร้างสรรค์ต่อบุคคลที่เรารักรัก โดยเรารู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แกล้งแสดงออกเพื่อผลประโยชน์

มนุษย์เราทุกวันนี้ไม่ค่อยมีความรักกันหรอก ทั้งรักตัวเองและรักคนอื่นความรักเป็นเรื่องประสบการณ์ที่ดีๆ ที่เคยถูกรักอย่างเหมาะสมมาก่อนแล้วจึงเกิดความอิ่มเอมใจ เป็นความสุข แล้วกระจายความรักไปหาคนอื่นๆ ได้อย่างงดงาม

ถ้าคนที่ขาดความรักในใจ ไม่เคยได้รับความรักมาก่อน หรือได้รับมาอย่างขาดแคลาน ทั้งจากการอบรมเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมของพ่อแม่ และจากสังคมที่แสดงความรักไม่เป็น เขาก็จะให้ความรักคนอื่นได้ยาก และรักตัวเองได้ยากเช่นกัน แต่จะอยากได้ความรักจากคนอื่น ชีวิตที่ขาดความรัก จะเป็นชีวิตที่เหงา ว้าเหว่ ขาดความเบิกบาน สดชื่น แจ่มใส และไม่สร้างสรรค์ พลังที่ดีๆ ก็ไม่เกิด อนาคตก็ไม่อยากมี

หลายๆ คนใช้เซ็กส์เป็นตัวแทนของความรัก โดยคิดว่าเซ็กส์จะทำให้เขารู้สึกมีค่าและเบิกบานได้ แต่เป็นความคิดที่ผิด เพราะในยามที่มีเซ็กส์นั้นจะรู้สึกเอาเปรียบ คิดแต่ตนเอง และไม่สร้างสรรค์ สารของความเครียดก็จะหลั่ง

มนุษย์ควรจะมีความรักเสียก่อนแล้วค่อยมอบเซ็กส์ให้กันและกันเป็นของขวัญพิเศษนั่นแหละคือสิ่งดีๆ ของชีวิตที่เราพลาดไป และไม่มีคนสอน มีแต่บางคนบอกว่าเซ็กส์เป็นความจำเป็นของชีวิตและแปรคำว่ารักว่าเป็นเซ็กส์กันหมด ผู้คนจึงแสวงหาเซ็กส์กันทุกวัยตั้งแต่เด็กๆ วัยรุ่น หนุ่มสาว จนถึงแก่ชรา วัยหนุ่มสาวจะหาได้ง่ายและเกินพอ เกินพิกัด ทำให้ภาวะจิตใจเกิดพิษ เพราะไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ดูถูกดูหมิ่นกันง่าย ทำผิดกฎหมายและผิดศิลธรรมกันง่ายๆ มากขึ้น คนแก่หลายๆ คนตะเกียกตะกายหาเซ็กส์โดยไม่เข้าใจว่าเมื่อเซ็กส์ฮอร์โมนน้อยลงตามอายุ แรงขับทางเพศก็จะน้อยลงไปด้วย

บางคนยังไปหนังสือโป๊มาดู กินยาบำรุงเซ็กส์ ซึ่งก็เท่ากับปลอบใจและหลอกตัวเองผลออกมาก็ไม่ได้ดังใจนัก เกิดเป็นความกังวลหรือซึมเศร้าหรือเกลียดตัวเอง ผมขอยืนยันว่าต้องการความรักและความรักเป็นความต้องการและจำเป็นอย่างยิ่งของชีวิต ทั้งรักตนเองให้เป็น รักผู้อื่น รักมวลชน ความรักในหมู่ญาติพี่น้อง ถ้าขาดความรักแล้วมนุษย์จะแห้งแล้ง เติบโตยาก โดยเฉพาะทางจิตใจ แต่เซ็กส์นั้นเป็นแรงขับทางเพศซึ่งมีอยู่แล้วในตัวเรา ร่วมกับฮอร์โมนทางเพศซึ่งมีมากในหนุ่มสาว และลดลงเมื่ออายุมากขึ้น เซ็กส์เป็นสิ่งที่มนุษย์จะต้องควบคุมให้เป็น ถ้ามีน้อยไปก็ไม่เป็นไร นักบวชดีๆ หรือบางคนไม่มีเซ็กส์เลยเขาก็อยู่ได้ นอกจากจะไปฟังคนอื่นพูดให้ใจเสียว่าขาดเซ็กส์แล้วจะหงอย เขาอาจจะเขวได้

นักคิด นักพัฒนามนุษย์ รวมทั้งศาสดาทุกศาสนาจึงแนะนำให้ควบคุมเซ็กส์ให้อยู่ในปริมาณพอดี อย่าให้มาก และให้ลดลงโดยทำงานให้มากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น ให้เหลือไว้ปริมาณที่พอเหมาะสำหรับคู่ครองเท่านั้น ถ้าส่งเสริมให้มีเซ็กส์มากขึ้น (อย่างที่นักคิด นักการตลาด นักวิชาการ หรือสังคมเราส่งเสริมโดยไม่รู้ตัวในขณะนี้ แม้ในทีวียังนำเอาความรักไปทำเป็นเซ็กส์เสียหมด ผู้ชมหลายๆ คนเกิดสยิวและยิ่งอยากมีเซ็กส์กันมากขึ้น ถือเป็นการส่งเสริมมากกว่าส่งเสริมความรัก) จะทำให้สังคมเสื่อโทรมและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง


(update 2 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.161 December 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600