ในรอบสองเดือนที่ผ่านมานี้ ผมมีประสบการณ์ที่ช่วยให้ได้คิดอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยได้คิดมาก่อนมากนัก เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผมคิดมีนัยที่เป็นความจริงกับชีวิตคนเราทุกคน
เรื่องที่ว่านี้เกี่ยวกับแม่ของผมซึ่งมีอายุแปดสิบห้าปีแล้ว แม่ผมเป็นคนที่อาจเรียกว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพราะไม่มีโรคส่วนตัวที่มีอันตรายแบบที่คนจำนวนไม่น้อยมักจะเป็นกัน สุขภาพกายก็ยังแข็งแรงเดินเหินไปไหนมาไหนได้ หูตาก็ไม่ฝ้าฟาง อาหารการกินก็เกือบเป็นปรกติ แม้ว่าจะกินน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งก็น่ามาจากร่างกายไม่ต้องการอาหารมากเหมือนก่อนนั่นเอง แม่เป็นผู้ที่มีจิตใจค่อนข้างเบิกบาน อารมณ์ดี แต่แม่ก็ต้องผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้แม่สะเทือนใจแรงๆ หลายครั้ง นับตั้งแต่ลูกชายหัวปีเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร และการเสียชีวิตของพ่อเมื่อแปดปีก่อน แต่เหตุการณืที่กระแทกอารมณืความรู้สึกแม่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็คือการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน (ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์) ของลูก (ชาย) คนที่สี่เมื่อเกือบสามเดือนก่อน เพราะลูกชายคนนี้เป็นคนใกล้ชิดแม่มากที่สุด อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนถึงวันตายแม้จะมีรอบครัวแล้วก็ตาม เรียกว่าเขาเป็นผู้เลี้ยงดูแม่อย่างใกล้ชิดในด้านกายภาพและด้านจิตใจ
แม่ผมปรารภด้วยความเศร้าเสียใจว่าทำไมแม่ต้องพานพบเหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้ทั้งที่อายุมากแล้ว แม่คาดหวังว่าจะฝากผีฝากไข้กับลูกชายคนนี้มากที่สุด เมื่อลูกชายเสียชีวิตลง แม่ต้องปรับตัวใหม่อีกครั้ง กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ แม่ต้องเรียนรู้เรื่องใหม่อีกแม้ว่าจะมีอายุแปดสิบห้าปีแล้วก็ตาม
ที่ผมเล่ามานี้ชวนให้คิดถึงเรื่องที่บอกว่าผมไม่ค่อยได้คิดมากนัก นั่นคือ ชีวิตของคนเราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรียนรู้จากบททดสอบและสิ่งท้าทายเฉพาะตัวของเรา บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นว่าบทเรียนนั้นคืออะไร
อย่างเรื่องที่ผมเล่ามาข้างบน เป็นบทเรียนที่ทำให้แม่ผมต้องเรียนรู้ใหม่ในหลายเรื่อง ไม่เพียงแต่เรียนรู้ถึงความสูญเสียในสิ่งที่ตนรักและผูกพัน แน่นอนว่ามนุษย์เราไม่อาจเรียนรู้ได้ทุกเรื่อง ไม่อาจเรียนรู้ได้ว่าจะต้องเรียนรู้อะไรเป็นการล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเมื่อผู้คนถูกสาดซัดด้วยปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่หยุดหย่อนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาอาจจะรู้สึกเหมือนว่าชีวิตตกอยู่ในความหายนะ พวกเขาอาจสงสัยว่าเพราะเหตุใดตนจงได้รับบททดสอบมากมายนัก และทำไมพระเจ้าถึงดูเหมือนไร้ความปราณี แบบเดียวกับที่แม่ผมรู้สึก ประเด็นนี้แหละที่ผมเกิดการเรียนรู้และมองเห็นว่า ชีวิตของเราเปรียบไปก็เหมือนกับก้อนหินริมทะเลที่ถูกคลื่นลมซัดสาดตลอดเวลา ถูกกระทบกระแทกให้กลิ้งไปกลิ้งมา หินก้อนใดทนแรงกระแทกไม่ได้ก็แตกสลายไป แต่ก้อนที่มีความแข็งแกร่งก็จะทนทานอยู่ได้ และที่สำคัญที่สุด จะได้รับการขัดเกลาโดยมิได้ตั้งใจจากกระแสคลื่นลมให้มีรูปร่างกลมเกลี้ยงสวยงามกว่าเดิม ดังที่เราเห็นตามชายหาดและมักจะเก็บไปเป็นของประดับบ้าน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งบททดสอบที่ยากและรุนแรงก็เหมือนกัน แม้ว่าจะมีความเจ็บปวดและอาจทำให้เรารู้สึกท้อถอย แต่ขณะเดียวกันเราก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ยิ่งภายหลังบททดสอบและสิ่งท้าทายเหล่านั้น ชีวิตของเราอาจจะพบกับสิ่งสวยงามยิ่งกว่าเก่าก็ได้ ดังสิ่งมหัศจรรย์ในธรรมชาติหลายแห่งอันเกิดจากการถูกกระแทกกระทั้นกระทบกระทั่งจากลมพายุ เช่น แกรนด์แคนยอนที่มลรัฐอาริโซนาในสหรัฐอเมริกา แพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ หินตาหินยายที่เกาะสมุย ป่าหินอันงดงามที่เมืองคุณหมิง ประเทศจีน เป็นต้น สิ่งสวยงามมหัศจรรย์เหล่านี้เกิดจากการกระทำของธรรมชาติที่ไม่เคยปราณีนั่นเอง
ชีวิตเราก็เช่นกัน ภายหลังบททดสอบอันท้าทาย รุนแรง เราอาจจะพบกับความสวยงามและความมหัศจรรย์ก็ได้ หากเราไม่ท้อถอยและแพ้พ่ายไปเสียก่อน แต่เราจะไม่แพ้พ่ายก็ต่อเมื่อเรารู้เข้าใจในข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ และต้องถือว่า บททดสอบและความท้าทายเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
บางคนอาจคิดว่าเราจะเรียนรู้ได้อย่างไรในสภาวะแบบนั้นผมก็อยากจะบอกว่า
ชีวิตเราเปรียบเสมือนก้อนหินไงเล่า เพียงแต่ต้องรู้จักสลักเสลาให้เห็นถึงความสวยงามในก้อนหินแต่ละก้อนดังผลงานประติมากรรมของศิลปินชื่อดังชาวอิตาเลรยน ไมเคิล แองเจโล อันที่จริงความสวยงามมันมีอยู่แล้วในหินอ่อนก้อนนั้นประติมากรเพียงแต่สกัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เผยให้เห็นสาระอันทรงคุณค่าที่มีอยู่ในก้อนหิน เช่นเดียวกับการเรียนรู้บทความในชีวิต เราเพียงแต่พยายามสกัดหรือกะเทาะส่วนที่เราไม่ต้องการออกไป แล้วย่อมมองเห็นสาระ ตัวตนที่งดงามภายในตัวเราเช่นกัน
เขียนไปเขียนมาทำท่าจะเป็นปรัชญาเข้าไปทุกทีทั้งที่ไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ผมเพียงแต่ต้องการจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านผู้อ่านว่า ชีวิตคือโรงเรียนที่มีการรับรู้และเรียนรู้ตลอดเวลา แต่เราต้องเรียนรู้อย่างมีความเข้าใจลึกซึ้ง มิได้เรียนเพียงเพื่อให้เลื่อนชั้นเท่านั้น ในชีวิตจริง สิ่งที่เราเรียนรู้มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของเราอย่างแท้จริง แม้จะเป็นบทเรียนที่ร้ายแรง เจ็บปวด
ผมเชื่อว่าแม่ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หลายอย่างหลังเหตุการณ์ร้ายและวิธีการเรียนรู้ของแม่เมื่อวัยแปดสิบห้าปีก็น่าสนใจ ผมเพิ่งพบกับแม่และได้คิดเรื่องนี้ก่อนเขียนข้อเขียนนี้ ผมเห็นว่าแม่เกิดการเรียนรู้ที่จะ จัดการ (Cope) กับสิ่งต่างๆ ในชีวิตแม่ต่อไป แสดงว่าแม้จะสูงวัย แต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็ช่วยให้แม่มีสิ่งที่เรียกว่า Coping Ability ในการดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขตามสมควร
ผมจึงอยากให้ทุกท่านได้พิจารณาถึงประเด็นนี้ให้มาก ก่อนที่จะรู้สึกยอมสยบพ่ายแพ้ต่อสิ่งร้ายๆ ที่เข้ามาทดสอบชีวิตของท่านซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่มีทางรู้ล่วงหน้า
แม้ก้อนหินอาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เราก็เรียนรู้จากมันได้มิใช่หรือ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเปรียบว่าชีวิตของเราก็คล้ายกับก้อนหิน จริงหรือไม่เพียงไร ก็ขอให้เลือกพิจารณาเอาเถิดครับ
(update 28 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา..
teen&family Vol.11 No.127 October 2006]
|