กอด
จุดเริ่มต้นของความอบอุ่น จะเป็นอย่างไรหากมีคนที่ไม่เคยถูก กอด
ผมรู้สึกอยากเขียวเรื่องเกี่ยวกับการ กอด เพราะมีความสำคัญกับความอบอุ่นในครอบครัว เป็นการแสดงออกของความรักอย่างง่ายที่สุด ใช้ได้แทบทุกโอกาส รักใคร่ ปลอบประโลม แสดงความยินดี โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดรำพันหรือสิ่งของราคาแพง ใช้เพียงร่างกายที่มีอยู่ตามธรรมชาติเท่านั้น หากการกอดเป็นการแสดงออกทางความรักที่สามารถทำง่ายดายเช่นนี้ แต่ทำไมจึงยังมีเด็กมากมายที่เรียกร้องไออุ่นจากการกอดของพ่อแม่
น้องหมิว เด็กนักเรียนหญิงที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับน้องบัวลูกสาวของผม ทุกเช้าภรรยาของผมจะไปส่งน้องบัวที่โรงเรียน ส่วนน้องหมิวจะมีคุณยายมาส่ง น้องหมิวมักจะชอบเดินตามภรรยาของผมเวลาไปส่งน้องบัวที่ห้องเรียน ก่อนส่งลูกเข้าห้องเรียนทุกเช้าภรรยาของผมจะกอดน้องบัวอย่างแนบแน่นทุกครั้ง
จนวันหนึ่ง ขณะที่ภรรยาของผมก้มลงกอดน้องบัวก่อนส่งเข้าห้องเรียนตามปกติทุกวัน น้องหมิวเดดินมาสะกิดแขนแล้วพูดว่า กอดน้องหมิวบ้างสิค่ะ ภรรยาของผมดึงตัวน้องหมิวที่นุ่มนิ่มเข้าไปกอด ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกเช้าน้องหมิวจะมายืนรอให้ภรรยาของผมกอดก่อนเข้าห้องเรียนทุกครั้ง
ภรรยาของผมกอดน้องหมิวด้วยความเข้าใจเข้าใจถึงความเป็นสากลของความรู้สึก ความเป็นสากลของความต้องการไออุ่นจากผู้เป็นแม่ของเด็ก ความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นมารดา กลิ่นหอมและนุ่มนวลจากกายสัมผัส ทำให้น้องหมิวได้เติมเต็มสิ่งที่เธอขาดหายไป
ธรรมชาติจึงสร้างหน้าอกมาให้กับผู้หญิง นอกจากประโยชน์ในการให้นมบุตรแล้ว หน้าอกของผู้หญิงเป็นอวัยวะที่เกิดจากไขมันทำให้มีความนุ่มนิ่มอ่อนโยน เหมาะแก่การให้ลูกน้อยหนุนนอน ผิดกับหน้าอกของผู้ชายที่ถูกสร้างมาให้มีกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรง ซึ่งเหมาะกับการทำงานหนัก
การที่น้องหมิวของให้ภรรยาผมกอดเขาทุกวัน สามารถบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นมนสังคมไทยในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี สังคมที่ถูกครอบงำด้วยวัตถุนิยม สังคมที่ถูกลิดรอนความรัก สังคมที่พรากเวลาของครอบครัวไปจากเด็กๆ พ่อแม่ต้องยุ่งอยู่กับการหาเลี้ยงปากท้อง ต้องตื่นไปทำงานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น กว่าจะกลับถึงบ้านลูกๆ ก็หลับเสียแล้ว
การดูแลเด็กๆ ตกเป็นภาระของปู่ย่าตายาย แม้ว่าความรักที่ได้จากปู่ย่าตายายนั้นจะเป็นความรักอันบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับความรักความอบอุ่นที่ได้จากพ่อแม่ของตนเอง น้องหมิวที่ถูกเลี้ยงดูโดยคุณยายจึงโหยหาความอบอุ่นจากอ้อมแขนของผู้เป็นแม่
ผมอยากให้สังคมไทยหันมาให้ความสนใจการกอดมากกว่านี้ เพราะการกอดเป็นสื่อถึงความรักความห่วงในที่ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุดแล้ว ลูกอาจไม่ต้องการรถบังคับคันใหม่ หรือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ พวกเขาไม่ต้องการของเล่นที่ไร้ชีวิต ซึ่งพ่อแม่ขวนขวายมาให้เล่นสนุก
ต่อจากนี้ไป ก่อนที่คุณจะก้าวเดินออกจากประตูไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งแก่งแย่งชิงดีกันตามกระแสสังคม คุณจงถามตัวเองก่อนว่า วันนี้ฉันกอดคนที่รักแล้วหรือยัง
รูปแบบของการกอด
1. กอด
แบบพ่อแม่กอดลูกรัก
พ่อแม่จะใช้แขนกอดรอบคอ แล้วเอาหน้ามาลูกมาซบที่อกส่วนลูกจะใช้แขนโอบล้อมลำตัวของพ่อแม่
2. กอด
แบบคู่รักหวานชื่น
การกอดแบบคู่รักนี้ จะกอดโดยใช้แขนของฝ่ายชายโอบเข้าที่ลำตัวของฝ่ายหญิง แล้วฝ่ายหญิงก็จะใช้แขนโอบรอบลำคอของฝ่ายชาย โดยวางศรีษะของฝ่ายตรงข้าม การกอดในลักษณะนี้อาจจะใช้ได้กับการกอดเพื่อนสนิทได้เช่นเดียวกัน
3. กอด
แบบเพื่อนสนิท
ปกติจะกอดโดยรวบแขนและลำตัวของอีกฝ่ายหนึ่งไว้ในวงแขนของเรา
ผมเองก็เคยมีประสบการณ์กับการกอดเพื่อนสนิทเช่นเดียวกันในงานชุมนุมศิษย์เก่าแพทย์ ผมบอกกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่าภรรยาของผมไม่สบาย เมื่อเพื่อนผมได้ยินดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาผม เขากอดไว้แน่นแล้วเดินจากไป
แม้จะไม่มีการเปล่งคำพูดออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ผมก็เข้าใจได้ถึงความห่วงใย และกำลังใจที่ได้รับจากเพื่อน
(update 8 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 340 สิงหาคม 2550]
|