เสียงพูดทั้งน้ำตาดังขึ้นในห้องของป้าหมอพอเงยหน้าขึ้นตามที่มาของเสียง ป้าหมอพบผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรอยช้ำทั่วทั้งตัวยืนอยู่เบื้องหน้า
คุณปูเป้ เจ้าของเสียงเริ่มพูดต่อว่า ดิฉันกลัวค่ะคุณหมอ กลัวว่าวันหนึ่งดิฉันจะต้องตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เพราะถูกสามีซ้อมจนตาย ดิฉันไม่รู้ว่าความเลวร้ายแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทั้งทีตอนรักกันใหม่ๆ ดิฉันยังมั่นใจว่าตัวเองเลือกคนที่สุภาพอ่อนโยน
ทุกวันนี้ดิฉันต้องใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลาเลยค่ะไม่อยากให้เพื่อนที่ทำงานเห็นรอยฟกช้ำที่แขน ดิฉันต้องทำยังไงดีคะคุณหมอ จะหย่าก็สงสารลูก จะอยู่ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น
ป้าหมอจึงให้คุณปูเป้สงบสติอารมณ์สักครู่ก่อนจึงค่อยสอบถามสาเหตุที่มาที่ไป หลังจากใจเย็นลงแล้วคุณปูเป้าเล่าว่า
ดิฉันแต่งงานกับคุณเอก (สามี) มาได้ 6 ปี มีลูก 2 คน คนโตอายุ 5 ขวบ คนเล็กอายุ 2 ขวบ
ตอนจีบกันใหม่ๆ คุณเอกเป็นชายในฝันของผู้หญิงหลายๆ คนเลยค่ะ จบการศึกษาจากเมืองนอก มีหน้าที่การงานมั่นคง พูดจาสุภาพอ่อนหวาน ให้เกียรติผู้หญิงและไม่ฉวยโอกาส เวลาที่เขาพาไปกินข้าว เขามักจะซื้อดอกไม่ช่อใหญ่มาด้วยเสมอ บางครั้งก็พาดิฉันไปกินข้าวกับคุณแม่ของเขา เพื่ออนาคตของเราจะได้เข้ากันได้อย่างดี
จนเพื่อนหลานคนถึงกับออกปากว่า เราทั้ง 2 คน เป็นคู่กัน เพราะจบการศึกษาระดับปริญญาเอกเหมือนกัน บานะหรือหน้าที่การงานก็เหมาะสมกันดี
หลังจากคบดูใจกันไม่นาน ดิฉันก็ตัดสินใจแต่งงานกับคุณเอก โดยคุณเอกขอให้ดิฉันย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของเขา เพราะเขาไม่อยากทิ้งคุณแม่ไปไหน คุณแม่ของคุณเอกให้ความเป็นกันเองกับดิฉันมากเลยค่ะและคุณแม่ก็พูดอยู่เสมอว่าอยากอุ้มหลานเร็วๆ
ไม่นานนักดิฉันก็เริ่มตั้งท้องลูกคนแรกค่ะ แทนที่ทุกอย่างจะดูสดใสขึ้น แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป คุณเอกเริ่มกลับบ้านดึก ดื่มเหล้าบ่อยขึ้น และมีปากเสียงทะเลาะกับดิฉันบ่อยขึ้น จนมีครั้งหนึ่ง คุณเอกลงไม้ลงมือตบตีดิฉันจนล้มลง ทั้งที่ดิฉันตั้งท้องลูกคนแรกของเขาอยู่ คุณแม่ก็ได้แต่คอยห้ามเท่านั้น เพราะคุณเอกในเวลานั้นไม่ฟังใครทั้งสิ้น
ดิฉันแคยคิดอยากจะหนีออกไปอยู่ให้ไกลจากเขาแต่คุณแม่ก็มาห้ามไว้ทุกครั้ง
วันหนึ่งหลังจากที่คุณเอกตบตีฉัน หลังจากกลับมาที่ทำงาน ดิฉันสุดทน จึงเก็บเสื้อผ้าของใช้เท่าที่จำเป็น ตั้งใจว่าวันนี้จะไปให้ไกลจากผู้ชายคนนี้ให้ได้
คุณแม่ของคุณเอกก็เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่า เอกเขามีปมอยู่ในใจ แม่อยากให้ปูเป้เข้าใจนะลูก สมัยเขายังเล็ก แม่ก็ถูกพ่อกับแม่ของเขาตบตีเหมือนกัน เอกเขาก็เห็นภาพนั้นมาโดยตลอด ภาพมันติดตาฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของเขา แม่อยากให้หนูทนนะลูก หนูเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้
คุณแม่ของคุณเอกคิดว่า คุณปูเป้จะสามารถมาเยียวยาอดีตที่แสนจะขมขื่นของคุณเอกได้ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น ภาพที่คุณแม่ถูกคุณพ่อซ้อมต่อหน้าต่อตา ภาพการใช้คำหยาบคายด่าทอกัน ภาพของรอยฟกช้ำบนตัวของแม่ ภาพเหล่านี้เปรียบเสมือนม้วนเทปที่ถูกเล่นซ้ำไปซ้ำมาในจิตใต้สำนึกของคุณเอก ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้น
ขณะนี้คุณปูเป้เริ่มเข้าใจสิ่งที่ทำให้สามีของเธอเป็นเช่นนี้ เธอระมัดระวังตัวเองมากขึ้น แต่ก็ไม่วายที่จะถูกคุณเอกตบตีเช่นเดิม และรุนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย
คุณแม่ของคุณเอกแนะนำให้คุณปูเป้มาพบกับป้าหมอ เพื่อหาทางออกของปัญหาเหล่านี้
คุณปูเป้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า ทุกครั้งที่หนูถูกคุณเอกซ้อมลูกทั้ง 2 คน จะหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว พอเข้านอนก็จะละเมอร้องไห้แทบทุกครั้ง ในตอนนี้ลูกคนโตเริ่มแสดงอาการก้าวร้าวชกต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้วหนูกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะไปตกอยู่ที่ลูก กลัวว่ามันจะเป็นวงจรอุบาทว์ วงจรที่เริ่มจากคุณพ่อของคุณเอก ตกมาที่ตัวคุณเอก สุดท้ายก็ตกมาที่ลูก หนูไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
เรื่องการทำร้ายร่างกายของคู่สมรส จัดว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากในสังคมไทย เหตุการณ์มักจะเริ่มต้นด้วยการมีปากเสียงกัน แล้วหนักขึ้นด้วยการใช้คำหยาบคาย จากนั้นเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถควบคุมสติได้ การทำร้ายร่างกายก็จะเกิดขึ้น เมื่อมีการทำร้ายครั้งแรก ครั้งต่อไปก็จะตามมา และจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากการทำร้ายร่างกายอาจจะกลายเป็นฆาตรกรรมในที่สุด
ป้าหมอจึงแนะนำให้คุณปูเป้ใช้ความอดทนมากขึ้นเวลาที่คุณเอกอารมณ์เสียใส่ ให้คุณปูเป้นิ่งเฉย ต้องไม่เถียง ไม่พูด ไม่แสดงอาการไม่พอใจ และต้องให้คุณแม่ของคุณเอกพยายามนั่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพื่อให้ช่วยปลอบคุณเอกให้เย็นลง
หลังจากป้าหมอให้คำแนะนำไปไม่นาน คุณปูเป้ก็บอกว่า คุณเอกเริ่มทำร้ายร่างกายตนเองแล้ว ครอบครัวตอนนี้เป็นอย่างที่เธออยากได้มานาน
วงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นได้ถูกทำร้ายลงแล้ว คุณเอกเริ่มดีขึ้น เริ่มพาลูกๆ ไปเที่ยวมากขึ้น ดื่มเหล้าน้อยลงกลับบ้านไม่ดึกเหมือนแต่ก่อน ลูกทั้ง 2 คน ก็เริ่มนอนหลับได้อย่างปกติแล้ว พฤติกรรมก้าวร้าวก็ลดลง เพราะคุณปูเป้พาไปเล่นกีฬาอยู่เป็นประจำ
ครอบครัวไหนที่มีปัญหาแบบนี้ ฝ่ายภรรยาต้องไม่ปล่อยให้ผ่านไป เพราะวงจรอุบาทว์เหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในรุ่นลูกของคุณก็ได้
(update 11 กันยายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 339 กรกฎาคม 2550 ]
|