อีคิวกับชีวิตคู่


ชีวิตคู่เริ่มจากคน 2 คน คนเกิดความรักใคร่ผูกพันจนอยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน

ทั้งสองมักจะคาดหวังและวาดฝันไว้ว่าจะสามารถครองคู่กันอย่างสุขสมยาวนานไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

มีทฤษฎีและแนวคิดมากมายที่จะทำให้สัมพันธ์รักสัมพันธ์สวาทของเธอและเขาทั้งสองสามารถที่จะดำรงอยู่ และพัฒนางอกงามไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป

บางทฤษฎีที่บ่งบอกว่า “กามารมณ์ที่สุขสมเป็นส่วนหนึ่งของการครองรักครองเรือน เพราะกามารมณ์เป็นการบอกรักที่เรียบง่าย กามารมณ์ในชีวิตคู่เป็นการถ่ายทอดความรักด้วยภาษากายถ่ายทอดผ่านการสัมผัสรักที่อบอุ่นซาบซึ้ง ในช่วงเวลาที่แสนจะโรแมนติกและเป็นกันเอง”

บางทฤษฎีก็บอกว่า “เสน่ห์ปลายจวักผัวจักรักจนวันตาย” โดยอาศัยทฤษฎีที่ว่าคนเรานั้นต้องดื่มต้องกินและความสุขที่ได้จากการกินอาหารที่แสนอร่อยรสสัมผัสแห่งความสุขที่ถ่ายทอดผ่านลิ้นจะเข้าไปกำซาบซ่านอยู่ภายในจิตใจ จนติดอกติดใจรสมือนาง และไม่สามารถที่จะละจากเธอไปได้

และส่วนใหญ่แล้ว ก็มักจะเป็นในหลักการของ… การเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพในกันและกัน รวมทั้งให้อภัยกันในความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนซึ่งอยากมีชีวิตคู่อย่างสุขสมและมั่นคงต้องการก็คือ “อีคิว” ความฉลาดทางอารมณ์ที่ควรจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี


มารู้จักอีคิว…หรือความฉลาดทางอารมณ์กันก่อนดีไหม ?

ความฉลาดทางอารมณ์หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “อีคิว” นั้น หมายถึงความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และพัฒนาอารมณ์ให้เป็นปกติสุขได้ไม่ว่าเหตุการณ์รอบข้างจะเป็นอย่างไร

ความฉลาดทางอารมณ์นี้เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มพูนได้ทั้งจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก รวมทั้งการฝึกฝนเพิ่มพูนพัฒนาขึ้นในทุกช่วงชีวิต พูดง่ายๆ ก็คือ อีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์นี้สามารถฝึกฝนได้ พัฒนาเพิ่มพูนขึ้นได้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต คนที่มีอีคิวไม่ดีจะไม่เข้าใจตนเอง ไม่เข้าใจผู้อื่น ไม่ยอมรับความจริง เอาแต่ใจตนเอง และไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งในใจของตนเองได้

คนที่มีพื้นฐานความฉลาดทางอารมณ์ไม่ดีจะเกิดอาการทางอารมณ์มากกว่า และนานกว่าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จนเกิดความล้มเหลวในการทำงานในสัมพันธภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้ร่วมงานหรือบุคคลในครอบครัว


การจะมีอีคิวที่ดีในชีวิตคู่และความรักนั้น ก่อนอื่นจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการมีชีวิตคู่…
  • เริ่มจากการรู้จักตนเอง รู้จุดเด่น จุดด้อย รวมทั้งจุดอ่อนของตนเอง และพยายามไม่ให้จุดอ่อนของตนเองมาเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตคู่ โดยเฉพาะจุดด้อยจุดอ่อนของการใช้อารมณ์ในทางร้าย ใช้การสื่อสารในทางลบ ต้องพยายามยอมรับและปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของตนเอง ที่จะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนหนึ่ง ต้องยอมรับให้ได้ว่าประสงค์ของการใช้ชีวิตคู่ก็คือ “การพยายามที่จะเป็นคู่ชีวิตของใครสักคน”

  • รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง ยามดีใจ เสียใจ เศร้าใจ ไม่ให้แสดงออกมากไปหรือไม่เก็บกดมากไป จนเกิดปัยหาทางจิตใจตามมา ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกโกรธ ผิดหวัง รอจนอารมณ์สงบแล้วจึงค่อยๆ แก้ไขปัญหาต่างๆ โดยใช้ปัญญามากกว่าอารมณ์

  • รู้จักปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่ดีออกไปในรูปแบบของพลังงานที่ใช้ในการเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการปลดปล่อยพลังงานออกไป จนเมื่อเกิดการผ่อนคลายแล้วจึงค่อยๆ จัดการปัญหาต่างๆ ในชีวิตคู่ด้วยความฉลาดทางอารมณ์

  • รู้จักการเพิ่มพลัง สร้างแรงจูงใจให้เห็นสิ่งที่ดีงามของคนที่เป็นคู่ชีวิต มองอย่างรู้แจ้งเห็นจริง มีทัศนคติที่ดีต่อคู่ของตน รวมทั้งมีมานะพยายามที่จะทำให้คู่ชีวิตเห็นความดีงามของการมีสัมพันธภาพร่วมกัน

  • พยายามเข้าถึงจิตใจของคู่ครอง มีความพยายามที่จะปรับปรุงตัวเข้าหากัน ประสานสอดคล้องความแปลกแยก โดยไม่สร้างความแตกแยก

  • รักษาสัมพันธภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และการสร้างสัมพันธภาพนั้นแม้ว่าจะง่าย แต่การรักษาสัมพันธภาพนั้นไม่ง่ายอย่างแน่นอน

  • รู้จักยกย่องชมเชยคู่ของตนอยู่เสมอ คนเรานั้นมีนิสัยที่ไม่ดีหรือจุดด้อยอยู่ ซึ่งไม่ชอบให้ใครมาดุด่าว่ากล่าว ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้ใครสักคนมาเข้าใจ เห็นใจ ให้กำลังใจ และชื่นชมยินดี
ชีวิตคู่จึงจะเปี่ยมไปด้วยความรักความผูกพันและดำเนินไปอย่างราบรื่นและสมสุข ด้วยมธุรสวาจา ความชื่นชมอย่างจริงใจที่มีต่อกัน ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไป

…ด้วยความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวนั้นเอง.


(update 11 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 339 กรกฎาคม 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600