วงการแพทย์ค้นพบสาเหตุโรคกระเพาะมากกว่าแค่…กรด!!!


ผู้หญิงเราร้อยละ 80 เวลาปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารมักจะละเลยไม่ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงซึ่งเป็นผลเสียอย่างมากเลยเพราะการปวดท้องบ่อยๆ นั้นอาจนำไปสู่โรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้และเรื่องทั้งหมดนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียตัวเล็กๆ เท่านั้นค่ะ


การค้นพบที่เปลี่ยนแปลงวงการแพทย์

โรคกระเพาะอาหารเป็นปัญหาสำคัญของโรค แค่ในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องใช้จ่ายค่ารักษามากกว่า 6 พันล้านเหรียญต่อปี เพราะอาการปวดท้องมักจะมารบกวนชีวิตประจำวัน บางคนปวดท้องจนถึงทำงานไม่ได้ กินไม่ได้ แต่น้อยคนนักที่จะรักษาอาการอย่างจริงจัง โดยผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร เมื่อปวดท้องแล้วไปพบแพทย์ แพทย์ก็มักจะให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารซึ่งในขณะนั้นเป็นสาเหตุที่าแพทย์ส่วนใหญ่ทราบกันมาคือ มีกรดในกระเพาะหลั่งมากเกินไปเท่านั้น รักษาไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้ทำให้บางคนโรคลุกลามไปถึงกระเพาะอาหารอักเสบ จนถึงมะเร็งในกระเพาะอาหารที่กำลังไล่มาอยู่ 1 ใน 10 ของโรคมะเร็งที่คนไทยเป็นกันมาก

จากการค้นพบของ ศ.นพ.แบร์รี่ เจ. มาร์แชลล์ ร่วมกับ นพ.เจ โรบิน วาร์เรน ชาวออสเตรเลีย ที่ได้ร่วมกันเพาะเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H.pylori) ได้สำเร็จและได้พิสูจน์โดยการกลืนแบคทีเรียดังกล่าวลงท้องด้วยตนเองเมื่อปี 1982 ทำให้พิสูจน์ได้ว่าสาเหตุของการอักเสบในกระเพาะอาหาร มาจากเชื้อแบคทีเรียที่ว่านี้ และเชื้อแบคทีเรียที่ว่านี้สามารถอยู่อาศัยในกระเพาะอาหารได้ทั้งๆ ที่กระเพาะมีสภาพเป็นกรด นับว่าเป็นการพลิกวงการแพทย์จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

อ้อ ผลการวิจัยนี้ทำให้ ศ.นพ.แบร์รี่ เจ. มาแชลล์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีระศาสตร์และการแพทย์ประจำปี 2548 และ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถมภ์ สาขาสาธารสุขของไทยในปี 2545 ด้วยค่ะ


ปวดเรื้องรังทำยังไงก็ไม่หาย

ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าขณะนี้มีการศึกษาถึงเชื้อแบคทีเรียตัวนี้อยู่ทั่วมุมโลก เนื่องจากมีสถิติพบว่าเชื้อแบคทีเรีย H.pylori มีอยู่ในกระเพาะอาหารของมนุษย์เกือบครึ่งหนึ่งของคนในโลก โดยเฉพาะประเทศในแถบกำลังพัฒนาพบมากที่สุด โดยประมาณ 3 ใน 4 ของโรคแผลในกระเพาะอาหารทมีสาเหตุมาจากโรคนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เราคงละเลยเชื้อโรคตัวนี้ไม่ได้อีกแล้ว

การติดเชื้อนั้นมักจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็กผ่านทางสมาชิกในครอบครัวด้วยกัน แต่จะไม่แสดงอาการจนเข้าวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาการติดเชื้อดังกล่าวอย่างถูกวิธีจะทำให้มีอาการเรื้อรังอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารต่อไปได้


อาการที่พบ

แสบท้อง จุกเสียดแน่นที่ลิ้นปี่ อาการมักเป็นๆ หายๆ อาจปวดท้องกลางดึก คลื่นไส้อาเจียน อาการมักจะดีขึ้นเมื่อได้ยาลดกรด กรณีที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ประมาณร้อยละ 20 อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนคือ มีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะทะลุ กระเพาะอาหารอุดตันจนถึงมะเร็ง

สำหรับการรักษา แพทย์จะใช้ยาลดกรดและยาปฏิชีวนะกำจัดเชื้อชนิดนี้เป็นเวลานานประมาณ 7-14 วัน จะกำจัดเชื้อได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยจึงควรดูแลตัวเองในระยะต่อๆ ไปด้วยอาทิ การหลีกเลี่ยงเป็นอาหารรสจัด หมักดอง งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ งดใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน หรือยาแก้โรคกระดูกและข้ออักเสบ อย่าเครียด ที่สำคัญคือ หากมีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระสีดำ ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมากผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ


เด็กก็เป็นกลุ่มเสี่ยง

จากสถิติพบว่า มีการติดเชื้อโรคนี้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ และ พบบ่อยในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากอยู่ในครอบครัวที่ดูแลสุขนิสัยด้านการกินยังไม่ดีพอ สำหรับการป้องกันนั้น ศ.นพ.แบร์รี่ เจ. มาร์แชลล์ บอกว่ามีวิธีง่ายๆ ได้แก่ การดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้ม กินอาหารสะอาด ผักและผลไม้สด หรือเก็บอาหารในตู้เย็นก็ช่วยเก็บรักษาอาหารได้ดี นอกจากนี้ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะโรคนี้มีการติดต่อทางการกินอาหารร่วมกัน การทำอาหารให้เด็กรับประทานจึงควรเป็นอาหารที่สุกและสดใหม่ค่ะ

ทั้งนี้ ศ.นพ.แบร์รี่ ยังฝากไปยังแพทย์ผู้รักษาว่า ถ้าพบผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ควรตรวจวินิจฉัยคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคนี้ สำหรับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ควรจัดหาน้ำดื่มสะอาด และอาหารสะอาดไว้บริการประชาชนด้วยเช่นกัน


FAQ
จะตรวจหาเชื้อได้อย่างไร ?

ปีจจุบันมีการตรวจการติดเชื้อ H.pylori ได้หลายวิธี อาทิ การตรวจโดยการส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อในกระเพาะอาหารมาตรวจ (Gastroscopy) เพื่อจะได้เห็นแผลนอกจากนี้ยังมีการตรวจลมหายใจโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Urea Breath Test ร่วมด้วย

ถ้าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบควรกินยาฆ่าเชื้อโรคตัวนี้ไปเลยหรือไม่ ?

ควรตรวจให้แน่นอนด้วยวิธีข้างต้นก่อนเพราะหากกินยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นเชื้ออาจเกิดอาการดื้อยาได้

เหตุใดทุกโรงพยาบาลจึงไม่มีการตรวจหาเชื้อนี้ให้

หลายโรงพยาบาลมีข้อจำกัด เพราะการตรวจเสียค่าใช้จ่ายสูงจึงต้องเลือกทำใรายที่ผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงมาก และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

ปล่อยไว้…มะเร็งกระเพาะอาหารอาจมาเยือน

มะเร็งกระเพาะอาหารพบใน 4.1 คนต่อประชากร 100,000 คน โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียข้างต้น รวมไปถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม การกินเนื้อสัตว์ที่ใช้สารหมักดองมากๆ เช่น ไส้กรอก แหนม ปลาร้า อาหารปิ้ง ย่าง ทอด เป็นต้นค่ะ

โดยโรคนี้พบมากในคนที่อายุเกิน 40 ปี พบในเพศชายมากเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 5 ครั้ง น้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 10 ในเวลา 3 เดือน กลืนลำบาก มีก้อนในท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดและสีดำคล้ำ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะโรคมะเร็งกระเพาะอาหารกำลังมาเยือนแล้วค่ะ

เห็นไหมคะ อาการปวดท้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คุณแม่จะละเลย อย่ามัวเลี้ยงลูกจนเพลิน ถ้าปวดท้องควรรีบไปพบแพทย์นะคะ


(update 28 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.136 February 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600