คุ้นหูมานานค่ะ สำหรับอาการไทรอยด์เป็นพิษ แต่ไม่เคยใส่ใจเพราะคิดว่าตัวเองปกติดี ต่อเมื่อเตรียมตัวจะเป็นคุณแม่นี่แหละ จึงไม่สามารถมองข้ามเรื่องนี้ไปได้ ก็เพราะต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อสมองของลูกน้อยในท้องน่ะสิคะ
ไทรอยด์สำคัญต่อสมองลูก
ต่อมไทรอยด์มีความจำเป็นต่อร่างกายของเราทุกคนตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในท้องแม่ เพราะมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ทารกมีพัฒนาการทางสมอง ทำให้ระบบประสาททำงานปกติป้องกันการเกิดโรคเอ๋อ หรือภาวะปัญญาอ่อน
เมื่อร่างกายเจริญเติบโตและระบบประสาทพัฒนาเต็มที่แล้วหน้าที่ของฮอร์โมนไทรอยด์จะเปลี่ยนไป คือจะกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานในอัตราส่วนที่เหมะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปค่ะ
ทำไม
ไทรอยด์เป็นพิษ
ภาวะไทรอยด์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์ มี 2 ชนิด คือ
1. ไทรอยด์เป็นพิษที่พบเฉพาะในคนตั้งครรภ์ (Gestational thyrotoxicsis) อาการที่พบจะคล้ายไทรอยด์เป็นพิษทั่วๆ ไป คือ รับประทานจุแต่น้ำหนักไม่ขึ้น เหนื่อยง่าย ใจสั่น ขี้หงุดหงิด ขี้ร้อน บางครั้งมีอาการคอโตหรือที่เรียกว่าคอพอกร่วมกับอาการเด่น คือ มีอาการที่คล้ายคนแพ้ท้องมากๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน และ รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนมากจนน้ำหนักลด บางครั้งอาจจะมีสารคีโตนที่เกิดจากภาวะขาดอาหารคั่งในร่างกาย อาการจะแสดงในช่วง 3 เดือนแรก แต่หลังจากผ่านไตรมาสแรกไปแล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองค่ะ
2. ไทรอยด์เป็นพิษชนิด Graves' Disease คือ โรคไทรอยด์เป็นพิษที่มักมีอาการตาโปนร่วมด้วย พบได้โดยทั่วไปแต่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายค่ะ คุณแม่อาจเป็นไทรอยด์เป็นพิษชนิดนี้อยู่แล้วก่อนตั้งครรภ์แล้วมาตั้งครรภ์ หรือมาเป็นระหว่างตั้งครรภ์เลยก็มีบ้างประปราย ไทรอยด์เป็นพิษชนิดนี้พบได้น้อยกว่าชนิดแรกค่ะแต่จะมีอันตรายมากกว่าเพราะมีผลกระทบทั้งกับตัวคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย
ผลกระทบต่อคุณแม่ คือ น้ำหนักของคุณแม่จะไม่ขึ้นไปตามเกณฑ์ คล้ายภาวะขาดอาหาร ส่งผลให้มีโอกาสแท้งหรือคลอนก่อนกำหนดได้ง่ายกว่าคนปกติ ขณะเดียวกันในช่วงท้ายของไตรมาสที่ 3 คุณแม่อาจมีอาการความดันสูงจนทำให้ครรภ์เป็นพิษมากว่าปกติอีกด้วย และถ้าละเลยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจจะเกิดภาวะวิกฤติของโรคไทรอยด์ได้ คือ จะทำให้หัวใจคุณแม่เต้นผิดจังหวะ ตับทำงานผิดปกติ หรืออาจทำให้คุณแม่เกิดภาวะหัวใจวายได้ค่ะ
ผลกระทบต่อลูก คุณแม่มีโอกาสแท้งมากกว่าปกติในช่วง 3 เดือนแรก เมื่อพ้นระยะนี้ไปแล้ว หากยังมีอาการไทรอยด์เป็นพิษอยู่และยังไม่ได้รับการรักษา ก็อาจทำให้ตัวเล็กกว่าอายุครรภ์และคลอดก่อนกำหนด และมีโอกาสที่ลูกจะเป็นไทรอยด์เป็นพิษและคอโตตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ด้วย ซึ่งก็อาจจะกระทบต่อการพัฒนาสมอง จนอาจมีภาวะปัญญาอ่อนได้
แบบนี้
เสี่ยงไทรอยด์เป็นพิษ
ไทรอยด์เป็นพิษที่พบเฉพาะในคนตั้งครรภ์ เกิดขึ้นเองโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นค่ะ เกิดบ่อยขึ้นถ้าเป็นครรภ์แฝด
ไทรอยด์เป็นพิษแบบ Graves' Disease เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันไวเกินของร่างกายมากระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ เท่าที่มีการศึกษาพบว่ามีปัจจัยกระตุ้นชัดเจนเพียงอย่างเดียว คือ การสูบบุหรี่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ส่วนองค์ประกอบอื่น ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น
ไทรอยด์เป็นพิษ
รักษาได้
ไทรอยด์เป็นพิษที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ โดยมากคุณหมอจะรักษาตามอาการค่ะ ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยการให้น้ำเกลือให้สารอาหารทางน้ำเกลือ และให้ยาแก้อาเจียน หากคุณแม่มีอาการใจสั่น ก็จะให้ยาช่วยลดการเต้นของหัวใจ แต่หากคุณแม่มีอาการมากๆ คุณหมอจะให้ยาต้านไทรอยด์ เพื่อลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งจะให้เฉพาะช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้นค่ะ
ส่วนไทรอยด์เป็นพิษแบบ Graves' Disease มีวิธีการรักษาที่ต่างออกไปค่ะ คือ การผ่าตัด การกินยาต้านหรือลดฮอร์โมนไทรอยด์ และการกลืนไอโอดีนกัมมันตรังสี คุณหมอจะแนะนำไม่ให้ตั้งครรภ์ในช่วงที่ยังต้องรักษาไทรอยด์เป็นพิษหรือฮอร์โมนยังสูง โดยคุณหมอจะให้คุมกำเนิดไปก่อนค่ะ
แต่หากบังเอิญตั้งครรภ์ไปแล้ว คุณหมอจะเลือกวิธีการรักษาซึ่งต่างจากไทรอยด์เป็นพิษแบบ Graves' Disease แบบทั่วๆ ไป คือ จะเลือกให้ผู้ป่วยกินยาลดฮอร์โมนร่วมกับยาลดอาการใจสั่นแต่จะไม่รักษาด้วยการกลืนรังสีไอโอดีน เพราะกัมมันตรังสีในไอโอดีนจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ค่ะ
การรักษาแม่ท้องที่ไทรอยด์เป็นพิษนั้น คุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าคนไข้ที่ไม่ท้อง โดยจะนัดไปตรวจทุกเดือน แต่ถ้าเป็นคนไข้ทั่วไปก็จะนัด 2-3 เดือนต่อครั้ง เพราะฮอร์โมนคนท้องนั้นเปลี่ยนแปลงทุกเดือน โดยคุณหมอจะพยายามปรับยาให้คุณแม่ใช้น้อยที่สุด เพื่อควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ ส่วนมากมักใช้ยาเพียง 1/2 - 2 เม็ดต่อวัน และจะหยุดให้ยาก่อนกำหนดคลอด 2 อาทิตย์ค่ะ
หลังคลอดแล้ว 6-8 อาทิตย์จึงจะวัดระดับฮอร์โมนใหม่และปรับยากันอีกครั้ง แต่มีข้อยกเว้นเหมือนกันนะคะ คุณแม่บางท่านถ้าควบคุมระดับฮอร์โมนยาก บางครั้งคุณหมออาจจะไม่หยุดยาช่วงคลอดก็ได้ค่ะ
ถ้าแม่ท้อง
ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ
ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำที่เรียกว่าไฮโปไทรอยด์นั้น เป็นคนละโรคกับไทรอยด์เป็นพิษนะคะ ส่วนใหญ่เกิดในคนไข้ที่เคยรักษาไทรอยด์เป็นพิษมาก่อน ด้วยการผ่าตัดหรือการกลืนรังสี แล้วระดับฮอร์โมนลดลงมากเกินไป หรือพบในคนไข้ที่มีการอักเสบต่อมไทรอยด์แบบเรื้อรัง คนไข้ที่เป็นไฮโปไทรอยด์ก่อนตั้งครรภ์ คุณหมอจะรักษาโดยให้ฮอร์โมนส่งเสริมจนอยู่ในระดับปกติ หลังจากนั้นก็สามารถตั้งครรภ์ได้ค่ะ
ส่วนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในขณะที่ยังเป็นไฮโปไทรอยด์อยู่ ขอเน้นว่าจะต้องกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เสริมนะคะ ห้ามหยุดยา บางครั้งต้องได้รับยาพื่อเพิ่มฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้นประมาณ 50% ของขนาดยาเดิม เช่น เคยกินยาไทรอยด์ 1 เม็ดก็อาจต้องเพิ่มเป็นเม็ดครึ่งหรือสองเม็ด คุณแม่บางคนจะหยุดกินยาเพราะกลัวเป็นอันตรายต่อลูก แต่คุณหมอบอกว่าจะยิ่งมีอันตรายมากขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ จะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของลูกได้เช่นกัน
มีบ้างเหมือนกันค่ะที่ภาวะไฮโปไทรอยด์เกิดจากการขาดไอโอดีน ซึ่งโดยมากคนไข้จะมีคอพอกร่วมด้วย ซึ่งมักพบในภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน แต่ปัจจุบันพบน้อยลงค่ะ เพราะมีการเติมไอโอดีนในอาหาร รวมถึงการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ก็ทำให้คุณแม่รับประทานอาหารทะเลที่มีไอโอดีนเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
ยาไทรอยด์
ส่งผลต่อลูกในท้องหรือไม่ ?
คุณแม่ที่ไทรอยด์เป็นพิษและต้องกินยา อาจมีข้อสงสัยและวิตกกังวลว่าจะส่งผลต่อเจ้าตัวเล็กในท้องหรือไม่ คุณหมอบอกว่าหากคุณแม่กินยาในปริมาณตามที่คุณหมอสั่ง จะไม่เป็นอันตรายต่อลูกค่ะเพราะยาผ่านทางรกได้น้อย
หากคุณแม่มีอาการมาก คุณหมอจะไม่เพิ่มปริมาณยานะคะแต่จะแนะนำให้คุณแม่รักษาด้วยการผ่าตัด เพราะหากให้ยามากเกินไปยาจะผ่านรกไปสู่เจ้าตัวเล็กในปริมาณมากขึ้น ทำให้เด็กมีโอกาสฮอร์โมนต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมอง มีโอกาสสมองฝ่อหรือมีปัญหาเรื่องโรคเอ๋อได้ค่ะ
วางแผน ก่อนท้อง
สำคัญนะ
การวางแผนก่อนตั้งครรภ์มีความสำคัญมากค่ะ ปกติคนที่เป็นโรคนี้จะมีบุตรยากช่วงที่ฮอร์โมนยังสูงค่ะ เพราะไข่จะไม่ตกประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ แต่เมื่อรักษาดีแล้วไข่จะตกตามปกติประจำเดือนจะกลับมาปกติ แต่คุณหมอก็จะแนะนำให้คุมกำเนิดระหว่างที่ยังรักษา
หากเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษอยู่แล้ว อย่าชะล่าใจนะคะ ดีที่สุดคือ ต้องนอนรักษาจนฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติเสียก่อน และควรแจ้งคุณหมอให้ทราบว่าตั้งใจจะมีเจ้าตัวเล็กเมื่อไหร่ เพื่อจะได้วางแผนการตั้งครรภ์ตั้งแต่แรก สำหรับการรักษาด้วยวิธีกินยาหรือการผ่าตัดนั้น เมื่อฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติแล้ว คุณก็สามารถหยุดการคุมกำเนิดได้เลยค่ะ
แต่ถ้ารักษาด้วยการกลืนรังสีไอโอดีน ต้องรอให้ครบ 1 ปี เสียก่อนหลังได้รับรังสีครั้งสุดท้าย เนื่องจากรังสีไอโอดีนจะอยู่ในร่างกายและส่งผลต่อเด็กในครรภ์ได้ เพราะติ่มไทรอยด์ของเด็ก ช่วงที่อยู่ในครรภ์ ค่อนข้างไวต่อรังสีไอโอดีน จึงอาจจะพลอยถูกรังสียับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ไปด้วยค่ะ
แม้อาการไทรอยด์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์จะสามารถรักษาได้แต่น่าจะดีกว่านะคะหากคุณแม่เตรียมสุขภาพกายให้ปราศจากโรคภัย สุขภาพใจจะได้แข็งแรงไปด้วย เจ้าตัวเล็กจะได้เติบโตอย่างสมบูรณ์และแข็งแรงไงคะ
(update 5 มกราคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 287 ธันวาคม 2549]
|