ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยขณะตั้งครรภ์ก็คือการมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่ไม่ปกติ การมีเลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์ในสตรีบางรายอาจเกิดจากสาเหตุเล็กน้อยไม่รุนแรง ในขณะที่บางรายอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ถ้าให้การดูแลรักษาไม่ทันท่วงที
1
คุณเอวิกา อายุ 24 ปี มีแฟนและมีเพสสัมพันธ์ตั้งแต่อายุ 17 ปี เคยเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากปวดท้องน้อยและตกขาว คุณหมอวิจัยว่าปีกมดลูกอักเสบ หลังจากนั้นก็ยังเข้ารับการรักษาด้วยปัญหาเดิมอีก 2-3 ครั้ง เมื่อประจำเดือนขาดไปประมาณ 1 เดือนครึ่ง คุณเอวิกาได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล คุณหมอแจ้งว่าตั้งครรภ์และแนะนำให้ฝากครรภ์แต่คุณเอวิกาขอมาฝากครรภ์คราวหน้า
หลังจากนั้น 4 วันคุณเอวิการู้สึกปวดท้องน้อยข้างว้ายมาก และมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย ไม่มีไข้ แต่รู้สึกหวิวๆ ใจสั่น เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคุณหมอตรวจดูแล้วพบว่าคุณเอวิกาค่อนข้างซีด จากการตรวจหน้าท้องพบว่ากดเจ็บมากทีท้องน้อยข้างซ้าย การตรวจภายในเวลาคุณหมอโยกมดลูกคุณเอวิกามีอาการปวดจนสะดุ้ง นอกจากนี้คุณหมอยังรู้สึกได้ว่าน่าจะมีน้ำหรือเลือดภายในอุ้งเชิงกรานภายหลังการตรวจคุณหมอคิดว่าคุณเอวิกาน่าจะมีการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งรุนแรงจนทำให้ท่อนำไข่แตกและเลือดกำลังออกมาก จึงรีบนำคุณเอวิกาไปผ่าตัดฉุกเฉิน การผ่าตัดพบว่าคุณเอวิกามีการตั้งครรภ์ที่ท่อนำไข่ข้างซ้าย ยังพบอีกว่าท่อนำไข่ดังกล่าวแตกและมีเลือดออกตลอดเวลา คุณหมอได้ตัดท่อนำไข่ข้างนั้นทิ้งและให้เลือดทดแทน 3 ถุง เนื่องจากคุณเอวิกาเสียเลือดไปมาก หลังผ่าตัดคุณเอวิกาอาการดีขึ้นตามลำดับ และสามารถกลับบ้านได้หลังจากรับไว้ในโรงพยาบาล 4 วัน
2
คุณซีดาร์ อายุ 28 ปี ตั้งครรภ์ครั้งที่ 3 การตั้งครรภ์ 2 ครั้งแรกเมื่อ 3 และ 2 ปีก่อนลงเอยด้วยการคลอดที่ปกติและได้ลูกสาวทั้ง 2 ครั้ง ในการตั้งครรภ์ครั้งนี้คุณซีดาร์ยังไม่ได้ไปฝากครรภ์ที่ไหนเลย จนเมื่อขาดประจำเดือนไปประมาณ 4 เดือน คุณซีดาร์เริ่มมีเลือดออกทางช่องคลอดลักษณะเป็นเลือดเก่าๆ ร่วมกับมีชิ้นเนื้อเป็นเม็ดใสๆ คล้ายเม็ดสาคูปนออกมาด้วย จึงได้ไปหาคุณหมอ จากการตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และตรวจอัลตราซาวนด์เห็นเป็นเม็ดๆ กระจายตามโพรงมดลูก คุณหมอให้การวินิจฉัยว่าคุณซีดาร์มีการตั้งครรภ์ผิดปกติที่เรียกว่า การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก จึงรักษาด้วยการใช้เครื่องมือดูดและขูดเอาชิ้นเนื้อที่อยู่ในโพรงมดลูกออก หลังจากนั้นพบว่าคุณซีดาร์สบายดี คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ใน 2 วันต่อมา แต่ได้นัดหมายให้คุณซีดาร์มาตรวจตามนัดอีกทุกสัปดาห์เพื่อเจาะเลือดตรวจดูปริมาณฮอร์โมน เอชซีจี (hCG) ของแต่ละสัปดาห์ ว่ามีระดับเปลี่ยนแปลงลดลงตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งภายหลังการตรวจติดตามพบว่าปริมาณฮอร์โมนดังกล่าวลงสู่ระดับปกติในเวลาประมาณ 8 สัปดาห์ คุณหมอจึงแนะนำให้คุณซีดาร์มารับการตรวจติดตามห่างออกไป แต่แนะนำให้คุมกำเนิดไว้อย่างน้อย 1 ปี
3
คุณดีพร้อม อายุ 26 ปี ทดสอบการตั้งครรภ์เองแล้วพบว่าตั้งครรภ์ครั้งแรก แต่ยังไม่ได้ไปฝากครรภ์กับคุณหมอหลังจากนั้น 4 วันพบว่ามีเลือดออกติดที่กางเกงในเป็นจุดๆ เล็กน้อย รู้สึกตกใจจึงรีบไปหาหมอ ภายหลังการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์คุณหมอแจ้งว่าการตั้งครรภ์ยังปกติดีและเลือดที่ออกน่าจะเป็นเลือดที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนจึงแนะนำให้สังเกตอาการ แล้วจึงกลับบ้านได้ คุณดีพร้อมก็ปฏิบัติตามคำแนะนำและหลังจากนั้นก็ไม่พบว่ามีเลือดออกมาอีกเลยตลอดการตั้งครรภ์
4
คุณบีวา อายุ 38 ปี เพิ่งแต่งงานได้ 1 ปี ตั้งครรภ์แรกภายหลังขาดประจำเดือน 2 เดือนได้ไปพบคุณหมอเพื่อตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ภายหลังทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยการตรวจปัสสาวะก็พบว่าตั้งครรภ์จริง คุณหมอจึงแนะนำให้คุณบีวาฝากครรภ์ โดยครั้งนี้ได้ตรวจเลือดให้ด้วยและนัดมาฟังผลในการตรวจครั้งต่อไป
3 วันหลังจากไปพบคุณหมอคุณบีวามีอาการปวดท้องมาก มีเลือดออกทางช่องคลอดพร้อมกับมีชิ้นเนื้อหลุดออกมา จึงรีบมาโรงพยาบาล จากการตรวจภายในคุณหมอพบว่าปากมดลูกเปิดและมีชิ้นเนื้อจุกอยู่ที่ปากมดลูก คุณหมอวินิจฉัยว่าคุณบีวาแท้งลูก จึงขูดมดลูกให้ ภายหลังการขูดมดลูกคุณบีสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น
เลือดออกขณะตั้งครรภ์อาการนี้ไม่ปกติ
โดยปกติแล้วคุณแม่ไม่ควรมีเลือดออกมาทางช่องคลอดอีกเลยตลอด 40 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เนื่องจากเมื่อมีการตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนที่สร้างขึ้นมาจากการตั้งครรภ์ไปกระตุ้นให้ผนังมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่นุ่มขึ้น มีเลือดออกมาเลี้ยงมากขึ้นเพื่อให้เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน ขณะเดียวกันก็จะไปยับยั้งไม่ให้มีการตกไข่ใบใหม่ทำให้ไม่มีการสร้างฮอร์โมนจากการตกไข่มากระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัว เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ลอกตัวจึงไม่มีประจำเดือนออกมา ฉะนั้นหากมีเลือดออกมาขณะที่ตั้งครรภ์ก็แสดงว่าน่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามในช่วงที่เพิ่งมีการตั้งครรภ์ใหม่ๆ คุณแม่จำนวนหนึ่งอาจมีเลือดออกได้โดยไม่มีอันตรายหรือไม่ถือว่าผิดปกติเพราะเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะมีการฝังตัวลงไปในเยื่อบุของผนังภายในโพรงมดลูก ขณะมีการฝังตัวของตัวอ่อนสามารถทำให้เลือดออกมาได้ ซึ่งทางการแพทย์เราเรียกการที่มีเลือดออกแบบนี้ว่าเลือดออกจากการฝังตัวในผนังมดลูกของตัวอ่อน (Implantation Bleeding) ดังกรณีของคุณดีพร้อมที่มีปัญหาเลือดออกเล็กน้อยตอนเริ่มตั้งครรภ์ ก็เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนเช่นเดียวกันครับ
หลากสาเหตุ
ทำเลือดออก
แม้ว่าการเกิดเลือดออกในช่วงแรกของการตั้งครรภ์จะมาได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยๆ ได้แก่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก แท้งบุตร และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก นอกจากนี้แล้วเลือดออกยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น แผลที่ปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก แต่ปัญหาเหล่านี้พบค่อนข้างน้อยในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ผมจึงขอกล่าวถึงสาเหตุและการดูแลรักษาเฉพาะ 3 ปัญหาแรก ซึ่งพบบ่อยกว่าเท่านั้น
ตั้งครรภ์นอกมดลูก
โดยปกติเมื่อคนเรามีการตั้งครรภ์ก็จะตั้งครรภ์ในมดลูก แต่มีไม่น้อยที่ไข่ถูกผสมแล้วกลับไปฝังตัวในท่อนำไข่ บางคนยิ่งกว่านั้นไปฝังตัวในรังไข่หรือในช่องท้องก็มี แต่กรณีที่พบได้บ่อยที่สุดคือการตั้งครรภ์ที่ท่อนำไข่ การตั้งครรภ์ในที่ที่ผิดปกติเหล่านี้เรียกรวมกันว่า การตั้งครรภ์นอกมดลูกที่พบบ่อยที่สุด ดังนั้นบางครั้งเมื่อบอกว่าคุณแม่มีการตั้งครรภ์นอกมดลูก ก็จะหมายถึงการตั้งครรภ์ที่ท่อนำไข่นั่นเอง
สาเหตุ
การตั้งครรภ์นอกมดลูกมักพบบ่อยๆ ในคนที่เคยมีประวัติปีกมดลูกอักเสบ เคยทำแท้งบ่อยๆ เพราะการอักเสบติดเชื้อหรือการขูดมดลูกเพื่อทำแท้ง จะทำให้ท่อนำไข่มีการอักเสบและเมื่อหายแล้วจะมีลักษณะขรุขระ ตีบตัน เป็นพังผืด ทำให้ไข่ที่เดินทางผ่านท่อที่มีปัญหานี้เข้าสู่มดลูกได้ช้ากว่าปกติ เหมือนเดินทางบนถนนที่ขรุขระ ขณะเดินทางไปยังมดลูกไข่จะมีการเจริญเติบโตร่วมด้วยไปตลอดเวลา และเมื่อถึงเวลาหนึ่งคือประมาณ 1 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ ไข่ที่ถูกผสมแล้วนี้จะต้องฝังตัว เมื่อไปไม่ถึงมดลูกก็เลยจำเป็นต้องฝังตัวที่ท่อนำไข่เลยทำให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ท่อนำไข่นั่นเอง
กรณีของคุณเอวิกาที่มีปัญหาตั้งครรภ์นอกมดลูกก็น่าจะเกิดจากการที่คุณเอวิกาเคยมีปัญหาปีกมดลูกอักเสบซ้ำซาก จนทำให้ท่อนำไข่มีปัญหาดังที่กล่าวข้างต้นครับ
อันตรายที่เกิด
ท่อนำไข่เป็นท่อที่ต่อออกไปจากตัวมดลูก มีขนาดเล็กและไม่สามารถขยายตัวได้ดีเหมือนกับมดลูก เมื่อตัวอ่อนมาฝังตัวและโตขึ้นเรื่อยๆ ก็จะดันท่อนำไข่ให้โป่งขึ้นและแตกในที่สุด การแตกของท่อนำไข่จะทำให้มีเลือดออกและไหลลงไปอยู่ในช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งถ้าให้การดูแลรักษาไม่ทันคุณแม่อาจจะช็อกและเสียชีวิตเนื่องจากตกเลือดได้ กรณีของคุณเอวิกาก็มีปัญหาการตกเลือดจนเกือบช็อกตาย จาการแตกของท่อนำไข่ที่มีการตั้งครรภ์ที่ท่อนำไข่เช่นเดียวกัน
วิธีการรักษา
ส่วนมากแล้วมักต้องตัดท่อนำไข่ทิ้งยกเว้นในรายที่ท่อนำไข่ยังไม่แตกมาก อาจจะแค่ปริเล็กน้อยและผู้ป่วยยังไม่มีลูก กรณีอย่างนี้คุณหมออาจพิจารณาไม่ตัดท่อนำไข่ทิ้ง แต่จะเย็บซ่อมแซมให้แทน การกระทำที่ว่านี้ไม่ง่ายเลย ต้องใช้เวลามาก เพราะท่อนำไข่ค่อนข้างเล็กและต้องการความละเอียดอ่อนในการเย็บซ่อม นอกจากนี้ยังจะต้องระวังด้วยว่าถ้ามีการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ โอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกซ้ำตรงตำแหน่งเดิมก็อาจเกิดขึ้นได้
แท้งบุตร
การแท้งบุตรคือการตั้งครรภ์ที่ยุติหรือสิ้นสุดลงก่อนเวลาอันควร มักหมายถึงการตั้งครรภ์ที่ยุติก่อนอายุครรภ์ประมาณ 23 สัปดาห์ ซึ่งเป็นอายุครรภ์ที่ส่วนมากแล้วเด็กที่ออกมามักจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เนื่องจากตัวเล็กเกินไปและอวัยวะต่างๆ ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน
สาเหตุ
มีอยู่ 2 ประการคือ แท้งเองกับตั้งใจทำแท้ง การแท้งเองอาจเกิดจากไข่ที่ไม่สมบูรณ์ หรือแม่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคเลือดจาง ไทรอยด์ บางรายก็หาสาเหตุชัดๆ ไม่ได้ แต่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความเครียด อดนอน ทำงานหนัก กรณีของคุณบีวาไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรอาจจะเกี่ยวกับอายุที่มากขณะตั้งครรภ์ก็ได้
การป้องกัน
การทำแท้งจากบางสาเหตุป้องกันไม่ได้ เช่น การที่ไข่ไม่สมบูรณ์ก็จะมีการทำลายตัวเองให้แท้งออกมา แต่การแท้งบางอย่างที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บในตัวคุณแม่ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ก่อนตั้งครรภ์ต้องตรวจสุขภาพร่างกายให้ดีเสียก่อน ถ้ามีโรคต้องรีบรักษาให้หายหรือถ้าไม่หายก็ต้องคุมให้ได้ แล้วจึงปล่อยให้ตั้งครรภ์ ที่สำคัญควรจะปรึกษาคุณหมอก่อนว่าควรจะตั้งครรภ์ได้หรือยัง
การรักษา
ต้องรีบเอาสิ่งที่คั่งค้างจากการตั้งครรภ์ออกมาจากร่างกายด้วยการขูดมดลูก เมื่อมดลูกยุบตัวก็จะหายเป็นปกติ แต่ถ้าคุณแม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือความผิดปกติอื่นๆ ก็ต้องรักษาต่อเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแท้งซ้ำขึ้นมาอีก กรณีของคุณบีวาภายหลังการขูดมดลูกก็หายเป็นปกติในเวลาเพียงวันเดียว
ครรภ์ไข่ปลาอุก
ตามปกติไข่ที่ผสมแล้วจะมีการเติบโตไปเรื่อยๆ และมีการเป็นตัวเป็น 2 ส่วนใหญ่คือตัวเด็กกับรก แต่มีบางรายที่มีความผิดปกติของการแบ่งตัว กล่าวคือ ส่วนที่ควรจะเติบโตเป็นเด็กกลับฝ่อหายไป แต่ส่วนที่จะเป็นรกกลับเจริญเติบโตมากกว่าปกติ การเจริญเติบโตที่ผิดปกตินี้จะทำให้เห็นเนื้อรกอยู่เต็มในมดลูกเวลาตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ เนื้อรกเหล่านี้จะมีการดูดน้ำเข้ามาอยู่ภายในตัวของมันด้วย ทำให้มองเห็นเหมือนเม็ดสาคูหรือเม็ดองุ่นเล็กๆ เวลาที่แท้งหลุดออกมาคนไทยสมัยก่อนมองว่าเนื้อรกจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกตินี้ ลักษณะเหมือนกับไข่ของปลาชนิดหนึ่งที่เรียกชื่อว่า ปลาอุก เลยเรียกชื่อการตั้งครรภ์ชนิดนี้ว่า การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก
สาเหตุ
ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร บางคนเชื่อว่าเกี่ยวกับอาหารการกิน บางคนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ ณ ปัจจุบันสรุปว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
อันตรายที่เกิด
การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกต่างจากการตั้งครรภ์ปกติ ที่นอกจากไม่มีตัวเด็กแล้วบางรายตัวรกที่ผิดปกตินี้ยังอาจกลายเป็นมะเร็งได้ บางรายถึงไม่เป็นก็สามารถกระจายไปอวัยวะต่างๆ เหมือนการกระจายของมะเร็งได้ ถ้าให้การดูแลรักษาไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตได้ บางรายภายหลังการรักษาจนหายดีแล้ว วันดีคืนร้ายหลังจากนั้นเป็นเดือนเป็นปี เซลล์เนื้อรกที่ผิดปกตินี้ ซึ่งค้างอยู่ตามที่ต่างๆ ในร่างกายแต่เราตรวจไม่พบ ก็อาจกลับมาแผลงฤทธิ์กลายเป็นมะเร็งได้ ซึ่งน่ากลัวมาก
วิธีการรักษา
ต้องยุติการตั้งครรภ์ด้วยการดูดหรือขูดมดลูก คนไข้ส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติยกเว้นในบางรายที่อาจกลายเป็นมะเร็งของเนื้อรก เพื่อความแน่ใจ ภายหลังการรักษาแล้วคุณหมอจึงจำเป็นต้องนัดผู้ป่วยมาตรวจติดตามอีกนานพอสมควร เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีการกลับเป็นโรคนี้ใหม่ หรือโรคนี้กลายเป็นมะเร็งไปแล้ว
เผอิญเหลือเกินว่ารกมีการสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่าฮอร์โมนเอชซีจี (hCG) ดังนั้นเวลานัดผู้ป่วยมาตรวจติดตามแทนที่จะตรวจหาว่ายังมีเนื้อรกที่ผิดปกติค้างตรงไหนไหม คุณหมอก็มักจะตรวจหาระดับฮอร์โมนตัวนี้แทนดังที่ทำในรายของคุณซีดาร์ ถ้าฮอร์โมนตัวนี้ลดลงตามลำดับและหายไป แสดงว่าโรคนี้หายดีแล้ว แต่ถ้าฮอร์โมนนี้มีระดับไม่ลดลงในเวลาอันควรแสดงว่าอาจมีเซลล์ของรกที่ผิดปกติคั่งค้างอยู่ คุณหมอจะต้องรีบให้การรักษาต่อโดยการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งพบว่าได้ผลดีมากๆ ถ้ารีบรักษา
การมีเลือดออกในช่วงแรกของการตั้งครรภ์เกิดได้จากหลายสาเหตุ บางสาเหตุก็ไม่รุนแรง แต่บางสาเหตุก็รุนแรงมากและถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นเมื่อตั้งครรภ์แล้วมีปัญหาเลือดออก ขออย่าได้รีรอที่จะไปพบคุณหมอนะครับ
สำหรับสาเหตุและการดูแลรักษา หากมีเลือดออกในช่วง 5 เดือนหลังของการตั้งครรภ์ ติดตามได้ในฉบับหน้าครับ
(update 8 กันยายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.141 July 2007]
|