ถึงแม้ภายในท้องแม่จะอบอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัยกับหนู แต่ยิ่งนานวัน มันก็ยิ่งคับแคบขึ้นทุกที จนสร้างความอึดอัดให้กับหนูเหลือเกิน ตอนนี้หนูเริ่มฝันถึงโลกกว้างภายนอกโลกใบอุ่นนี้แล้วล่ะ ไม่ว่าด้านนอกนั้น จะมีอันตรายขวากหนามใดๆ เจ้าหนูมั่นใจว่าแม้จะต้องช่วยปัดเป่าให้ได้ทุกเรื่องอย่างแน่นอน ตอนนี้หนูมีทุกอย่างครบถ้วนแล้วเหลือเพียงปอดเท่านั้น ที่ยังมีพัฒนาการไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำให้หนูยังต้องพึ่งพาลมหายใจจากคุณแม่อยู่ เหลือเพียงอีก 2 เดือนเท่านั้น ร่างกายของหนูก็คงพร้อมสำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลกภายนอก ในระหว่างนี้ หนูค่อยๆ ขยับตัวไถลหัวให้อยู่ในท่าพร้อมดีกว่า เอ้า! อึบๆ ๆ
รก โครงข่ายเส้นเลือด และการถ่ายเท
เลือดประมาณ 16 ออนซ์ จะไหลเข้าไปในผนังมดลูกบริเวณรกเส้นเลือดของคุณแม่จะอยู่ใกล้กับเส้นเลือดฝอยของรก โดยมีเยื่อบางๆ เป็นผนังกั้นไว้ ป้องกันไม่ให้เลือดออกแม่ผสมเข้ามาปนกับเลือดของทารกและที่บริเวณผนังกั้นรกนี่เองที่เป็นที่เปลี่ยนถ่ายน้ำ สารอาหาร และของเสีย ด้วยอัตรา 0.3 ออนซ์ต่อวินาที
สมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ
ช่องต่างๆ ในสมองทารกพัฒนามากขึ้น ขณะที่เนื้อเยื่อต่างๆ เพิ่มเป็นจำนวนมาก
อวัยวะภายใน และการทำงาน
- ฮอร์โมนในรกจะกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำนมในเต้านมของคุณแม่ขณะเดียวกันต่อมหมวกไตจะปล่อยฮอร์โมนเพศเข้าสู่กระแสเลือด และเมื่อเข้าสู่รก ก็จะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน
- เนื้อเยื่อในถุงลมปอดพัฒนาจนเกือบสมบูรณ์ และสามารถหลั่งสารที่ใช้ในการช่วยให้ถุงลมทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว สามารถสูดอากาศเข้าไปและหายใจได้เอง
ระบบสืบพันธ์ และอวัยวะเพศ
- สำหรับเด็กชาย ลูกอัณฑะจะเคลื่อนตัวจากบริเวณไตทั้งสองข้างมาอยู่บริเวณขาหนีบ
- สำหรับเด็กหญิง ปุ่มรับความรู้สึก (Clitoris) จะมีขนาดที่เด่นชัดเนื่องจาก ติ่งเนื้อทั้งสองส่วนบริเวณช่องคลอดยังมีขนาดที่เล็กอยู่ ซึ่งติ่งเนื้องดังกล่าวจะพัฒนาจนห่อหุ้มปุ่มรับความรู้สึกดังกล่าวได้ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ ก่อนคลอดโครงสร้างกระดูก และผิวหนังร่างกายเร่งการสะสมไขมันพอกพูนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนนี้ ขนาดของน้ำหนักทารกจึงเพิ่มขึ้นมากกว่าส่วนสูง ทารกจะอ้วนขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ในช่วงนี้ ทารกจึงมีขนาดใหญ่พอที่จะตรวจสอบได้แล้วว่า ทารกเอาศรีษะหรือก้นลง
พฤติกรรมในครรภ์
ทารกสามารถเปลี่ยนท่าได้ เนื่องจากมดลูกคุณแม่ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการหมุนกลับตัว ในเดือนนี้ ทารกจะมีความตื่นตัวมากขึ้น เขาจะรู้สึกถึงการหดรัดตัวของมดลูกและมีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อแรงหดรัดตัว การหดรัดตัวของมดลูกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อทารกเนื่องจากมีถุงน้ำคร่ำเป็นเกราะป้องกัน การหายใจของทารกที่เป็นเพียงการเลียนแบบเปลี่ยนเป็นการหายใจที่มีจังหวะและมีอาการสะอึกเมื่อกลืนน้ำคร่ำเข้าไป
นอกจากมีการเปลี่ยนแปลงท่าทางแล้ว ทารกยังมีพัฒนาการรับรู้จากการฟังเสียงได้ดียิ่งขึ้นด้วยทารกจะคุ้นเคยกับเสียงภายในร่างกายคุณแม่ ได้แก่ เสียงหัวใจเต้น เสียงจากระบบย่อยอาหาร และกระแสเลือดที่ถูกสูบฉีดเข้าไปยังสายสะดือ
การรับรู้โดยผ่านทางเสียง ดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่หนูน้อยใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากโลกภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมต่างๆ ของคุณแม่หนูรู้สึกคุ้นเคยกับการสัมผัสน้ำเสียง และวิธีที่คุณแม่พูดคุยด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแม่ในโลกภายนอกกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของหนูเหลือเกิน มันทำให้สมองเล็กๆ ของหนูสร้างจินตนาการเป็นเงาลางๆ เอาไว้ รอเวลาได้ออกไปขยายการเรียนรู้เหล่านั้นในทันทีที่ได้ออกมาสู่โลกภายนอก
(update 6 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.167 June 2007]
|