โดยปกติแล้วทารกในท้องจะเป็นผู้กำหนดวันและเวลาในการคลอดเองค่ะ แต่ก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้คุณหมอต้องช่วยเร่งคลอดเพราะหากปล่อยเวลาไว้ อาจเป็นอันตรายทั้งแม่และลูกในท้องได้ค่ะ
รศ.นพ.วิชัย เดิมรุ่งเรืองเลิศ สูติ-นรีแพทย์ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บอกถึงรายละเอียดของการเร่งคลอดไว้ดังนี้
การเร่งคลอด คือ การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุด โดยคุณหมอจะเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด ก่อนจะเจ็บครรภ์เองตามธรรมชาติ เพราะถ้าปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไปอาจมีอันตรายกับแม่และทารกในครรภ์ได้ จึงจำเป็นต้องเร่งคลอดเพื่อช่วยชีวิตแม่และลูกเอาไว้
อย่างนี้
ต้องเร่งคลอด
การเร่งคลอดต้องเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้นค่ะ ก่อนจะเร่งคลอด คุณหมอจะตรวจดูความสมบูรณ์แข็งแรงของลูก และความพร้อมของปากมดลูก ถ้าปากมดลูกนิ่มก็จะสามารถทำให้การเร่งคลอดประสบผลสำเร็จ แต่หากว่าปากมดลูกยังแข็งอยู่การเร่งคลอดมักไม่ประสบผลสำเร็จ จึงต้องผ่าตัดทำคลอดต่อไป
กรณีที่คุณหมอจะต้องเร่งคลอด..
การตั้งครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ (พบบ่อยที่สุด) เพราะรกจะเสื่อมจนไม่สามารถนำอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงทารกในครรภ์ได้อีกต่อไป ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้ทารกขาดอาหารและออกซิเจนได้
ความดันโลหิตสูงหรือครรภ์เป็นพิษ จึงทำให้เส้นเลือดทั่วร่างกายหดรัดตัว ปริมาณเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจึงลดลงถ้าปล่อยไว้อาจทำให้เด็กเสียชีวิตเพราะเนื้อเยื่อรกบางส่วนขาดเลือดไปเลี้ยง
ถุงน้ำแตกหรือน้ำเดินก่อนกำหนด เพราะหากปล่อยให้ตั้งท้องนานๆ อาจทำให้ติดเชื้อตอดจนเด็กมีความพิการแต่กำเนิดได้
ทารกในครรภ์เติบโตช้าหรือมีน้ำหนักน้อย เนื่องจากคุณแม่กินอาหารที่ไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอขณะตั้งครรภ์คุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคเลือด โรคติดเชื้อต่างๆ หรือสภาพมดลูกไม่สมบูรณ์ ดังนั้น คุณหมอจึงต้องเร่งคลอดเพื่อนำเด็กมาเลี้ยงข้างนอกจะปลอดภัยกว่า
คุณแม่ที่อยู่ไกลจากโรงพยาบาลมาก ถ้ารอให้เจ็บครรภ์คลอดก่อนแล้วค่อยมาโรงพยาบาลเกรงว่าจะไม่ทันกาล ซึ่งอาจจะทำให้คบลอดระหว่างทางได้
หากคุณแม่ที่อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ แต่มีเหตุจำเป็นต้องเร่งคลอด คุณหมอจะต้องดูว่าอันตรายแค่ไหน ถ้าสามารถรอได้ก็ให้รอไปจนครบกำหนด แต่ถ้ารอไม่ได้ จำเป็นต้องรีบเร่งคลอดเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก เช่น ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาจมีบางกรณีที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของทารกในครรภ์ไว้ได้ ก็จำเป็นต้องเลือกความปลอดภัยของแม่เสมอก่อน
ห้าม ! เร่งคลอดในกรณีที่
การเร่งคลอดใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกกรณีที่มีปัญหานะคะก่อนอื่นคุณหมอจึงต้องตรวจสภาพร่างกายของคุณแม่ก่อนว่ามีความพร้อมในการเร่งคลอดอย่างเดียว
กรณีที่คุณหมอจะไม่เร่งคลอดให้ ได้แก่
แม่เคยผ่าตัดตอนคลอดท้องแรก การเร่งคลอดจะทำให้มดลูกบีบตัวแรง และกล้ามเนื้อบริเวณแผลเป็นไม่แข็งแรงพอ ซึ่งอาจทำให้แผลปริหรือแตกได้
มีรกเกาะต่ำ เพราะรกจะไปกีดขวางการคลอด
เด็กในท้องไม่ค่อยแข็งแรง หรืออาจอยู่ในท่าที่ไม่สามารถเร่งคลอดได้ เช่น ท่าขวาง หรือท่าก้นลง
แม่ที่เคยผ่าตัดมะเร็งปากมดลูก เพราะมดลูกจะบางจากการผ่าตัดมาก่อน ซึ่งถ้าเร่งคลอดอีกอาจทำให้แผลฉีกขาดได้
แม่ที่เป็นมะเร็งปากมดลูก การเร่งคลอดจะทำให้มดลูกบีบตัวแรง ปากมดลูกจะขยายตัว และอาจทำให้มะเร็งกระจายได้
เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และเด็กตัวโตเกินไป คุณหมอจะไม่เร่งคลอดให้ เพราะจะคลอดยาก และอาจทำให้เด็กบอบช้ำจากการเร่งคลอดได้
วิธี
เร่งคลอด
ก่อนอื่นคุณหมอจะประเมินดูว่าคุณแม่สามารถคลอดได้เองจริงๆ เช่น ตัวเด็กต้องไม่โตเกินไป อุ้งเชิงกรานของแม่ต้องไม่แคบซึ่งการเร่งคลอดก็จะมี 2 วิธีค่ะ
1. การทำหัตถการ
- ใช้เครื่องมือเข้าช่วยในกรณีที่เด็กครบกำหนดและปากมดลูกเปิดพร้อมที่จะเร่งคลอดได้ โดยการใช้เครื่องมือเข้าไปเจาะถุงน้ำคร่ำให้แตก ทำให้มดลูกบีบตัวและเจ็บท้องคลอดเร็วขึ้น
- ใช้นิ้วมือเข้าไปในปากมดลูกและบีบนวดพอให้มดลูกขยายตัว จะช่วยเร่งให้มดลูกบีบตัวและเจ็บท้องเร็วขึ้นได้เช่นกันค่ะ
2. การใช้ยา : ยากิน ยาเหน็บ และยาฉีด
ยากิน ไม่ค่อยนิยมใช้กันมากนัก
ยาเหน็บ ถ้าคุณแม่ยังไม่เริ่มเจ็บท้องหรือปากมดลูกยังไม่นิ่มคุณหมอจะสอดยาเข้าไปทางปากมดลูก เพื่อทำให้มดลูกค่อยๆ ขยายตัว และช่วยกระตุ้นให้เจ็บท้องคลอด แต่ต้องระวังและไม่ควรใช้ในแม่ที่เป็นโรคหอบหืด เพราะยาตัวนี้จะส่งผลให้หลอดลมบีบตัว หดตัว และทำให้หลอดลมตีบ ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดขึ้นมาได้
ยาฉีด ส่วนใหญ่มักจะฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ ในกรณีที่ปากมดลูกเริ่มเปิดบ้างแล้ว ซึ่งขณะที่ให้ยาคุณหมอต้องคอยดูแลการบีบตัวของมดลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้มดลูกบีบตัวแรงเกินไประหว่างที่คุณหมอให้ยาเร่งคลอด คุณหมอจะมีการประเมินความสามารถในการคลอดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เช่น ถ้าเด็กยังไม่กลับหัวปากมดลูกยังไม่เปิด ก็ต้องผ่าตัดค่ะ
ข้อควรระวัง! ในการเร่งคลอด
การเร่งคลบอดมีข้อดีคือ สามารถช่วยให้คุณแม่และทารกในครรภ์ปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังคือ
1. การเร่งคลอดอาจทำให้มดลูกบีบตัวเร็วแรง และนานเกินไป ถ้าควบคุมไม่ดี อาจทำให้มดลูกแตกได้
2. อาจทำให้ทารกขาดออกซิเจนได้เพราะช่วงที่มดลูกบีบตัวแรงและเร็ว ออกซิเจนที่ไปเลี้ยงลูกจะน้อยลงด้วย
3. อาจจะทำให้คุณแม่ตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากการใช้ยาเร่งคลอดนั้นก็เพื่อต้องการให้มดลูกบีบตัว แต่พอหมดฤทธิ์ยา มดลูกจะบีบตัวน้อยหรือไม่บีบตัวเลย อาจทำให้คุณแม่ตกเลือดได้
การดูแลทารกหลังคลอด
การดูแลทารกหลังคลอด อาจต้องระมัดระวังมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เร่งคลอด เพราะการเร่งคลอดทำให้มดลูกบีบตัว ทารกได้รับออกซิเจนน้อย และยังขึ้นอยู่กับวิธีการให้ยาเร่งคลอดและโรคแทรกซ้อนของแม่ก่อนจะคลอดด้วย ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนก็ไม่มีปัญหาอะไร
ถ้าการเร่งคลอดใช้เวลานาน หรือว่าก่อนคลอดเด็กมีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ หรือเต้นช้ากว่าปกติ แพทย์จะต้องดูแลและเฝ้าระวังมากกว่าเด็กทั่วไป
การดูแลแม่หลังคลอด จะเหมือนกับการคลอดปกติทั่วไปค่ะสิ่งที่แพทย์จะต้องระวังคือการตกเลือดหลังคลอด
การเร่งคลอดเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณแม่ที่มีเหตุจำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนดเท่านั้น และต้องอยู่การดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดค่ะ
(update 28 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 292 พฤษภาคม 2550 ]
|