เข้าสู่เดือนที่ 5 เซลล์ประสาทที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และการสัมผัสก็พัฒนายิ่งๆ ขึ้น จนถึงวันนี้ หนูน้อยไม่ต้องอาศัยการทำงานของประสาทไขสันหลังช่วยในการยืดเส้นยืดสายอีกแล้วเจ้าหนูน้อยถือโอกาสอันดีที่มีมือไม้ แข้งขา ครบถ้วนสมบูรณ์ มีประสาทสัมผัสเป็นเครื่องมือ สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวรวมถึงการสำรวจชิ้นส่วนต่างๆ ที่ตัวเองมีอยู่ทดลองใช้สัมผัส จับโน่น แตะนี่ ไปเรื่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่ที่เป็นจุดกำหนดของตน ดูทุกอย่างรอบๆ ตัว ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียเหลือเกิน หนูน้อยรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เต้นเร้าๆ ด้วยความรู้สึกชอบอกชอบใจ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ร่างกายของฉันเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้ขนาดนี้เชียวหรือ!!
สมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ
- เซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อและสมองพัฒนาเต็มที่ จนทารกน้อยสามารถสั่งการเคลื่อนไหวของตัวเองได้
- เซลล์ประสาทสัมผัสมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์
- ลิ้นเริ่มมีประสาทรับรู้รสชาติ
อวัยวะภายใน และการทำงาน
- หัวใจเต้นเป็นจังหวะจนสามารถฟังเสียงได้ด้วยเครื่องอัลตราซานด์
- ระบบการย่อยอาหารพัฒนาจนสามารถดูดซึมน้ำและน้ำตาลจากน้ำคร่ำที่กลืนเข้าไป และขับของเสียออกมาในลำไส้ใหญ่
- เซลล์เม็ดเลือดแดงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและเริ่มผลิตเม็ดเลือดขาว
อวัยวะภายนอก และการทำงาน
- หูเริ่มปรากฏออกมาจากศรีษะเป็นใบหู
- ปุ่มฟันที่จะพัฒนาขึ้นเป็นฟันแท้ของทารกปรากฏออกมาหลังปุ่มฟันน้ำนม
- แขนขาเริ่มมีสัดส่วนเข้าที่มากขึ้น
- เท้าแม้จะมีขนาดเพียง 1 นิ้ว แต่อัตราส่วนความยาวเมื่อเทียบกับหน้าแข้งและขาอ่อนก็ได้ขนาดตามปกติของทารกแรกเกิดแล้ว เล็บนิ้วเท้าเริ่มปรากฏให้เห็น
โครงสร้างกระดูก และผิวหนัง
- ผิวหนังพัฒนาจนหนาขึ้นเป็น 4 ชั้น ขณะเดียวกัน ต่อมพิเศษในร่างกายจะหลั่งไขเคลือบผิวทารก ซึ่งมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องผิวอันบอบบาง
- ขนอ่อนจะยึดไขเคลือบผิวไว้ โดยเฉพาะที่คิ้วจะมีไขเคลือบผิวหนามากขณะเดียวกันผมที่หนังศรีษะเริ่มเจริญขึ้น
พฤติกรรมในครรภ์
ทารกเริ่มใช้การสัมผัสเรียนรู้การยืดหยุ่นของแขนและขา การเคลื่อนไหว ความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากจะสามารถแสดงความรู้สึกผ่านทางสีหน้าต่างๆ แล้วทารกน้อยยังชอบที่จะขยับแขนขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นดูดก้มศรีษะลงไปที่มือ ทั้งหมดเป็นการเรียนรู้เพื่อสำรวจส่วนต่างๆ และการทำงานภายในร่างกายของตนเองซึ่การเรียนรู้เหล่านี้จะถูกสั่งสมเป็นประสบการที่ทารกสามารถเรียนรู้ได้ต่อไปีกหลังคลอด
กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าหนูชอบทำเป็นประจำ คือการเตะทุ้งที่บริเวณผนังรกเพราะการทำเช่นนั้น จะทำให้หนูน้อยมีโอกาสได้สัมผัสกับพลังไออุ่นจากคนเบื้องนอก แรกเริ่มเดิมทีหนูน้อยก็ไม่รู้ว่าบุคคลนั้นคือใครกัน รู้แต่เพียงว่าน่าจะเป็นผู้ที่สร้างโลกใบน้อยที่ดูน่าปลอดภัยนี้ให้หนูน้อยอยู่ เธอชอบพูดคุยกับหนูน้อยบ่อยๆ และมักจะแทนตัวเองว่า แม่
ถึงเจ้าหนูจะฟังคำพูดของแม่ไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอจะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากคำพูดเหล่านั้นได้ทุกครั้ง เจ้าหนูอยากพูดคุยตอบโต้ให้แม่ได้รับรู้ว่า หนูรู้สึกดีเพียงใดที่แม่คอยเอาใจใส่พูดคุยกับหนูอยู่เสมอ แต่ไม่รู้วิธีที่จะสื่อสารกับแม่ ได้แต่เพียงใช้มือ และเท้าดันผนังรกในเวลาที่แม่ใช้มือลูบอยู่ภายนอก หวังเพียงแม่จะรู้ว่า หนูได้รับรู้ถึงความรักของแม่แล้วนะ
การเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแม่
ร่างกาย :
- น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเฉพาะที่ ได้แก่บริเวณก้น ตะโพก และท้อง ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายลำบากมากยิ่งขึ้น
- รอบเอวจะเริ่มขยาย มดลูกดันหน้าท้องออกมา ยอมมดลูกอยู่ต่ำจากสะดือเพียงเล็กน้อย และจะขยับขึ้นสูงกว่าสะดือประมาณครึ่งนิ้วในช่วงปลายเดือน
- มดลูกขยายจนเข้าไปเบียดพื้นที่ในช่องปอด ท้อง และไต ทำให้เกิดอาการหายใจขัด อาหารไม่ย่อย และปัสสาวะบ่อยครั้ง
- สะดือโปนออกมา และหน้าท้องลาย
- ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 500 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อช่วยการเผาผลาญอาหาร
- ปริมาณพลาสมาในเลือดเพิ่มขึ้นจนทำให้มีภาวะโลหิตจาง
อารมณ์ ความรู้สึก :
- คุณแม่จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกอย่างชัดเจนแล้ว ความรู้สึกนี้จะเป็นผลต่อเนื่องทำให้คุณรู้สึกสุขใจ
- มีความรู้สึกอยากอาหารมากกว่าปกติและอยากอาหารแปลกๆ
การตรวจร่างกาย
- น้ำหนัก และความดันโลหิต
- ตรวจระดับโปรตีน และน้ำตาลในปัสสาวะ
- ตรวจการเต้นของหัวใจของทารก
- ตรวจขนาด และรูปร่างของมดลูกทางหน้าท้องโดยการคลำ
- ตรวจยอดมดลูก
- ตรวจมือและเท้าว่า มีอาการบวมหรือไม่ และอาการเส้นเลือดขอดที่ขา
- อาการต่างๆ โดยเฉพาะอาการผิดปกติ
- สอบถามอาการ และปัญหาต่างๆ
(update 16 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.165 April 2007]
|