ครั้งหนึ่งในชีวิตแม่  เพื่อชีวิตลูก


คุณศรินทร เป็นผู้หนึ่งประสบกับปัญหาในการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อยเธอตั้งครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 24 ปี แต่การตั้งครรภ์ครั้งนี้ก็ต้องสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วด้วยการแท้งบุตรเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์และจำเป็นต้องได้รับการขูดมดลูกเพราะคุณหมอบอกว่าแท้งไม่ครบกลัวจะเกิดการตกเลือดและเป็นอันตรายต่อตัวเธอเอง

ต่อมาคุณศรินทรได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ ในระยะปรับตัวจึงคุมกำเนิดไว้ก่อน เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้วจึงเริ่มวางแผนการตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง แต่ผลปรากฏว่าเวลาผ่านไปเป็นปีเธอก็ยังไม่ตั้งครรภ์ จึงไปปรึกษาแพทย์ในต่างประเทศ คุณหมอก็ได้กำหนดวันให้มีเพศสัมพันธ์เองอยู่หลายเดือน ก็ยังไม่ตั้งครรภ์ จึงได้เปลี่ยนมาใช้วิธี IUI หรือวิธีฉีดเชื้อของฝ่ายชายเข้าไปในมดลูก ทำการรักษาด้วยวิธีการนี้ 2 รอบจึงได้ตั้งครรภ์ แต่ผ่านไปไม่นานเมื่ออายุครรภ์ได้ 14 สัปดาห์คุณศรินทรก็เริ่มมีเลือดออกทางช่องคลอด เธอต้องนอนพักในโรงพยาบาลเพราะมีการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรง จนในที่สุดเธอก็ต้องแท้งบุตรออกมาอีกครั้งและต้องได้รับการขูดมดลูกอีกเป็นครั้งที่2

แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวย่อมเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ แต่ทุกคนก็ปลอบใจและให้กำลังใจคุณศรินทรอย่างมาก เพราะอายุยังน้อยยังมีโอกาสที่จะมีลูกได้อีก คุณศรินทรจึงไม่ละความพยายาม และเข้ารับการรักษาต่อไป เธอตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เธอคิดว่าคงไม่โชคร้ายต้องแท้งบุตรอีก เธอลาออกจากงานอนอนพักอยู่บ้านเพียงอย่างเดียว แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เธอแท้งบุตรอีกครั้งและได้รับการขูดลูกอีก แต่ครั้งนี้คุณหมอนำเอาเนื้อเยื่อของเด็กไปตรวจดูโครโมโซมด้วย ปรากฏว่าเด็กมีความผิดปกติของโครโมโซม คุณหมอแนะนำว่าโดยปกติแล้วคนที่อายุยังน้อยเพียง 28 ปีเช่นนี้ โอกาสความผิดปกติของโครโมโซมทารกมีน้อยมาก แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก และการแท้งบุตร 2 ครั้งก่อนหน้านี้ก็น่าจะมาจากสาเหตุเดียวกัน

คุณศรินทรรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังอย่างมากเธอคิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเธอ เธอรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจ อีกทั้งกลัวการตั้งครรภ์ กลัวการแท้งบุตรอีก สามีและครอบครัวจึงขอให้เธอหยุดพักเรื่องมีลูกเอาไว้ก่อน กลับไปทำงานสักพักแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ เพื่อพักฟื้นสภาพจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งดังเดิมก่อน

เมื่อคุณศรินทรได้มีโอกาสกลับมาประเทศไทย เพื่อนสนิทของเธอได้แนะนำให้เธอไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องโครโมโซมของทารกในครรภ์เธอได้รับคำแนะนำให้ตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนก่อนที่จะนำตัวอ่อนใส่กลับคืนเข้าไปในมดลูกคุณศรินทรตัดสินใจเลือกทำการรักษาด้วยวิธีการนี้ปรากฏว่าจากตัวอ่อนทั้บหมด 5 ตัว เธอมีตัวอ่อนเพียงตัวเดียวที่มีโครโมโซมปกติ คุณหมอจึงเลือกใส่ตัวอ่อนตัวนั้นให้และเธอก็ตั้งครรภ์

เธอได้กลับไปต่างประเทศหลังจากนั้นการตั้งครรภ์ดำเนินไปจนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์เธอเริ่มมีเลือดออกจากช่องคลอดอีก คุณศรินทรตกใจมากได้แต่ภาวนาว่า อย่าให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง คุณหมอบอกว่าเธอมีภาวะรกเกาะต่ำจึงทำให้มีเลือดออกมาก และขอให้นอนพัก 2-3 วัน

หลังจากกลับบ้านไปเธอต้องนอนพักอยู่บนเตียงตลอดเวลา มีเครื่องมือติดที่หน้าท้องเพื่อตรวจการเต้นของหัวใจเด็ก และมีพยาบาลมาเยี่ยมเธอที่บ้านทุกวัน และรถพยาบาลจะมารับเธอไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลอาทิตย์ละครั้ง จนกระทั่งอายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์เธอมีเลือดออกทางช่องคลอดมากเป็นสีแดงสด และต้องเข้ารับการผ่าตัดคลอดทันที

เมื่อฟื้นจากการผ่าตัดเธอพบว่าลูกของเธอแข็งแรงดี แต่ต้องให้คุณหมอสังเกตอาการในตู้อบระยะหนึ่ง ส่วนตัวเธอนั้นถูกตัดมดลูกทิ้งเพราะในห้องผ่าตัดคุณหมอไม่สามารถห้ามเลือดได้ เลือดออกมาจากผนังมดลูกส่วนล่างในตำแหน่งที่รกเกาะความดันเธอตกอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเธอได้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอกว่าจะมีลูกได้สักคน และเป็นโอกาสเดียว เป็นโอกาสสุดท้ายเธอตั้งใจว่าเธอจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลลูกให้ดีที่สุด

ไขปัญหาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาวะรกเกาะต่ำ หรือ Placenta previa หมายถึง ตำแหน่งที่รกเกาะที่มดลูกอยู่ต่ำลงมาทางปากมดลูก ทำให้เกิดปัญหาคือเลือดออกในช่วงที่มดลูกส่วนล่างที่เรียกว่า Lower uterine segment มีการบางตัวลงเมื่ออายุครรภ์ใกล้คลอด คือในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ และอาจส่งผลให้เกิดการฉีกขาดของเส้นเลือดของเลือดที่เกาะในส่วนนั้น เป็นผลให้มีเลือดออก และเนื่องจากบางส่วนหรือทั้งหมดจะปิดช่องทางคลอดบางส่วนหรือทั้งหมด จึงต้องทำการผ่าตัดคลอด เพราะทารกไม่สามารถผ่านช่องคลอดออกมาตามปกติได้เพราะมีรกขวางอยู่ อุบัติการภาวะรกเกาะต่ำเกิดได้ประมาณ 2-5 รายต่อการตั้งครรภ์ 1,000 ราย และเป็นสาเหตุทำให้แม่เสียชีวิต ประมาณ 3 รายใน 10,000 ราย

ประเภทของรกเกาะต่ำ
1. รกเกาะคลุมปากมดลูกทั้งหมด ซึ่งประเภทนี้จะต้องผ่าตัดคลอดเท่านั้น เพราะทารกจะถูกรกขวางช่องทางคลอดไว้ทั้งหมด

2. รกเกาะคลุมปากมดลูกเป็นบางส่วน ประเภทที่ 2 นี้ ถ้าปล่อยให้เจ็บท้องคลอดปากมดลูกที่ขยายมากขึ้น อาจมีช่องทางคลอดเนื่องจากรกถูกยกให้สูงขึ้นและอาจไม่ขวางการคลอดของทารก แต่มักจะทำให้เลือดออกมาก จึงนิยมผ่าตัดคลอดเช่นเดียวกันกับประเภทแรก

3. รกเกาะบริเวณด้านล่างของมดลูกแต่ไม่คลุมปากมดลูก ประเภทนี้สามารถให้ทารกคลอดทางช่องคลอดได้ แต่ต้องระวังอย่างใกล้ชิดเพราะว่ามีโอกาสที่เลือดจะออกมากได้เช่นกัน แม้ว่าจะน้อยกว่า 2 ประเภทแรกก็ตาม
รกจึงเกาะต่ำเกิดจากอะไร

สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักพบในกรณีที่เคยคลอดบุตรมาหลายครั้ง เพราะการตั้งครรภ์แต่ละครั้งบริเวณที่รกเกาะจะมีแผลเป็นและมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ เมื่อมีการตั้งครรภ์อีกตัวอ่อนจะเลือกฝังตัวในบริเวณอื่นที่มีเลือดมาเลี้ยงพอเพียง ดังนั้นเมื่อส่วนบนของมดลูกเคยมีรกมาเกาะแล้ว ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวไม่เหมาะที่จะเกาะซ้ำ ตัวอ่อนจึงย้ายลงมาฝังตัวบริเวณปากมดลูกแทน เช่นเดียวกับการที่เคยถูกขูดมดลูกหลายครั้ง เพราะบริเวณที่ถูกขูดมดลูกก็จะเป็นแผลซึ่งไม่เหมาะกับการฝังตัวเช่นเดียวกัน

การดูแลรักษา

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้มาก เมื่อมีเลือดออกต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที หากมีการตกเลือดแพทย์จะรับผู้ป่วยไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาลเพื่อดูแลความปลอดภัยของแม่ และมีการตรวจดูการขาดออกซิเจนของเด็ก หากเด็กโตพอที่จะคลอดได้ แพทย์มักทำผ่าตัดคลอดเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของมารดาและทารก.


(update 27 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600