ตัวอ่อนแปลงกาย
ทุกวินาทีที่ผ่านไปเนื้อเยื่อที่ตัวอ่อนสร้างขึ้น จะก่อตัวหนาขึ้นเป็นโครงร่างของชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญ นับวันโครงสร้างอวัยวะเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวอ่อนมีรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป
. มันดูคล้ายกับทารกตัวจิ๋ว รอบๆ ตัวทารกน้อยเต็มไปด้วยน้ำเหนียวข้นที่เรียกว่าน้ำคร่ำ มีผนังหนานุ่มหุ้มอยู่อีกชั้น สายสะดือเส้นใหญ่โยงช่วงท้องของทารกน้อยกับตัวผนังรก ที่จริงภายในนี้เป็นเหมือนห้องที่มีขนาดกว้างพอที่หนูน้อยจะหกคะเมนตีลังกาอย่างไรก็ได้ แต่หนูน้อยยังไม่รู้วิธีที่จะทำเช่นนั้นได้ คงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง การจะทำเช่นนั้นได้หนูน้อยจะต้องเร่งพัฒนาสมองส่วนที่สามารถสั่งการให้ปลายประสาทสัมผัสกล้ามเนื้อให้ทำงาน แต่การพัฒนาสมองนั้นดูเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกิน ยังมีอวัยวะอีกหลายส่วนที่หนูน้อยจะต้องสานต่อจากโครงร่างที่วางไว้เมื่อเดือนที่แล้วเร่งสร้างให้มีกลไกการทำงานที่สมบูรณ์โดยไว เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างอวัยวะส่วนอื่นๆ อีกต่อไป
แหล่งอาหาร พลังงาน และการขับถ่าย
จำนวนเส้นเลือดในรกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งป้อนอาหารให้เพียงพอสำหรับการทำงานหนัก รกจะเป็นแหล่งอาหารแทบทั้งหมดของทารกรวมทั้งออกซิเจน และการขับถ่ายของเสียด้วย ในเดือนนี้ รกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น จนพร้อมทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมน โพรเจสเตอโรน และเอสโทล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดูแลครรภ์และการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในตัวคุณแม่
สมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ
ถึงแม้สมองจะยังมีพัฒนาการไม่เต็มที่ แต่กล้ามเนื้อมีพัฒนาการจนถึงขั้นแสดงปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อมีการกระตุ้นได้แล้ว โดยการสั่งการของประสาทไขสันหลัง
อวัยวะภายใน และการทำงาน
- ระบบลำไส้ขยายจากสะดือเคลื่อนมาที่บริเวณท้อง และ สามารถบีบรัดตัว เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร
- ต่อมไทรอยด์พัฒนาถึงขั้นพร้อมที่จะผลิตฮอร์โมน
- ต่อมลูกหมาก เริ่มปรากฏเป็นรูปร่าง ส่วนอวัยวะที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์เพศหญิงจะเสื่อมลง (ถ้าหากทารกเป็นหญิงอวัยวะที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ชายจะเสื่อมลง และรังไข่จะเคลื่อนจากบริเวณท้องลงสู่บริเวณอุ้งเชิงกราน)
อวัยวะภายนอก และการทำงาน
- ศรีษะมีสัดส่วนเป็นครึ่งหนึ่งของความยาวของร่างกาย
- ใบหน้าเริ่มดูเป็นมนุษย์มากขึ้น หนังตาของทารกสบกัน (และจะไม่เปิดขึ้นอีกเลย เป็นเวลาเกือบ 4 เดือน) แก้ม สันจมูก และคางปรากฏขึ้น หูค่อยๆ เลื่อนจากบริเวณคอสูงขึ้นไปที่ข้างศรีษะทั้งสองด้าน ปากเป็นช่องจนหนูน้อยสามารถเอานิ้วหัวแม่มือเข้าไปได้ นัยน์ตา 2 ข้างขยับเข้าหากันมากขึ้น
- ทารกมีขนาดโตขึ้นเกือบเท่าตัว มีเล็บนิ้วมือ มีลายเส้นซับซ้อนขดเป็นวงก้อนหอย ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเป็นลายนิ้วมือ ส่วนขนอ่อนจะเตรียมทำหน้าที่ยึดไขเคลือบผิวที่ร่างกายทารกจะหลั่งออกมาในเดือนหน้า ขนอ่อนนี้จะหลุดร่วงไปก่อนคลอด และจะมีขนที่หนากว่าขึ้นมาแทนซึ่งทารกจะเกิดมาพร้อมกับขนชุดนี้
พฤติกรรมในครรภ์
ทารกจะเริ่มมีปฏิกิริยาเลียนแบบการทำงานของอวัยวะเริ่มต้น หน้าอกของทารกจะเคลื่อนไหวคล้ายการหายใจ แต่ที่จริงเขายังอาศัยออกซิเจนจากคุณแม่ โดยผ่านทางรกอยู่ทารกจะเริ่มกลืนน้ำคร่ำปริมาณเล็กน้อยเข้าไป และขับออกมาคล้ายปัสสาวะ และชอบเอานิ้วมือเข้าปาก ทั้งๆ ที่ยังดูดไม่เป็น
เฮ้อ! เหนื่อยแทนจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าผลจากการทำงานหนักตลอดเดือนนี้ของหนูทำให้อวัยวะหลายส่วนเริ่มใช้งานได้แล้ว ครั้งหน้าคงได้ขยับแข้งขยับขากันล่ะ
การเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแม่
Body Change : ร่างกาย
- อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเร็วมากกว่าปกติ การเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 25%
- ความกว้างของมดลูกขยายออกไป 4 นิ้ว และเคลื่อนตัวจากบริเวณอุ้งเชิงกรานมาที่บริเวณท้อง
- อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น 2-3 ครั้งต่อนาที เพื่อให้สอดคล้องกับการไหลเวียนของโลหิตที่เพิ่มขึ้น
Your Emotion : อารมณ์ ความรู้สึก
- ปริมาณกระแสเลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้คุณแม่รู้สึกอบอุ่นหรือร้อนมากกว่าปกติ ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้นตามไปด้วย
- ระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์เข้าสู่กระแสเลือดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดี และอาการแพ้ท้องหายไป
- อารมณ์แปรปรวน และความตื่นเต้นลดลง
- ยังคงรู้สึกอ่อนเพลีย และต้องการพลังงานมากขึ้น
การตรวจร่างกาย
- น้ำหนัก และความดันโลหิต
- ตรวจระดับโปรตีน และน้ำตาลในปัสสาวะ
- การเต้นของหัวใจตัวอ่อนทารก
- ตรวจขนาดของมดลูก ทางหน้าท้องด้วยการคลำว่าสัมพันธ์กับอายุครรภ์หรือไม่
- ตรวจยอดมดลูก (ส่วนบนสุดของมดลูก)
- ตรวจมือและเท้าว่ามีอาการบวมหรือไม่ และอาการเส้นเลือดขอดที่ขา
- อาการต่างๆ โดยเฉพาะอาการผิดปกติ
- สอบถามอาการและปัญหาต่างๆ
(update 3 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.163 February 2007]
|