จุดเปลี่ยนในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งเริ่มต้นเมื่อรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ และอีกครั้ง คือ การตั้งครรภ์ท่ามกลางอาการป่วยที่ยังเพิ่งเริ่มต้น ผ่านมา 10 ปีแล้วกับบททดสอบมากมายเพื่อให้ชีวิตของตัวเองและลูกมีสุขภาพดี ท่ามกลางวิธีเหล่านั้นเธอก็พบว่า วิถีตะวันออก คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้มีวันนี้ของแม่กับลูก เริ่มตั้งแต่วันนั้นที่ขวัญข้าวยังอยู่ในท้อง
ตั้งรับมะเร็งร้าย
ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง มิได้กำลังพูดถึงหนังเรื่อง Season Change นะคะ แต่ถือโอกาสนี้ในการชวนคุย และบอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่เปลี่ยนไปเหมือนฤดูกาล ทุกชีวิตล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ สำหรับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ชีวิตมักให้โอกาสในการเริ่มต้นใหม่เสมอ ดั่งที่เคยได้โอกาสที่งดงามกับบทบาทของผู้หญิงที่ทำหน้าที่ แม่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากความเป็นแม่ที่มีต้นทุนด้านสุขภาพน้อยกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น เพราะการสัมผัสกับความเจ็บป่วย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ แล้วผลวิเคราะห์จากแพทย์ห้องปฏิบัติการยืนยันว่า เป็นเนื้อร้ายที่ต้องทำการรักษาต่อ
การวินิจฉัยจากแพทย์ทำให้ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 27 ปี กับสถานภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ด้วยความรักของสมาชิกในครอบครัว ทำให้ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในช่วงนั้นได้รับการดูแลและเข้าใจอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความโชคดีที่ได้พบหมอที่พร้อมให้คำอธิบายเมื่อสงสัย และอาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ผู้มีประสบการณ์จากตนเองในการดูแลรักษาตัวให้หายจากดรคมะเร็งที่เคยเป็นด้วยแนวทางการผสมผสานความรู้ด้านสุขภาพการแพทย์ โภชนาการ และอีกหลากหลาย เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับความเป็นไทยในการดูแลสุขภาพกายและใจทำให้สามารถใช้ชีวิตที่ป่วยอย่างเป็นปกติ
ด้วยแนวทาง ชีวจิต ที่ยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต (อาจจะย่อหย่อนหรือตามใจกิเลสไปบ้างที่จะกินในสิ่งที่ชอบแม้ไม่มีประโยชน์หรืออาจมีโทษอยู่บ้าง) และกัลยาณมิตรมากมายอีกทั้งการเชื่อมั่นในการแพทย์แผนจีนที่ใช้สมุนไพรเป็นยารักษาโรค และนำหลักธรรม (ที่รู้น้อยนิด) บางข้อมาปฏิบัติก็ทำให้ความทุกข์ในช่วงนั้นได้รับการยอมรับและเข้าใจ จนนำไปสู่การเรียนรู้ชีวิตในมุมมองใหม่จากโรคมะเร็ง
ท้องแม้รู้ว่าเป็นโรคมะเร็ง
การเกิดเป็นทุกข์ แต่ความรู้สึกที่จะได้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดก็เป็นสุข แม้จะมากไปด้วยความกังวล และความกลัวในผลข้างเคียงจากการกลืนรังสีรักษาโรค หน้าที่ของหญิงตั้งครรภ์คือ การดูแลสุขภาพใจและกายอย่างดีที่สุด แพทย์หญิงอมรา มลิลา สอนว่าลูกรับรู้ความรู้สึกทุกอย่างที่สื่อไปจากแม่ตั้งแต่เค้าอยู่ในท้องวันนั้นที่ได้ฟังคำสอนก็คิดว่าเราเข้าใจ แต่แท้จริงแล้วมันเข้าใจไม่มากนัก เพราะมันยังไม่ถึงใจ จนผ่านไปอีกหลายปี ซึ่งเดี๋ยวนี้เชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าสิ่งที่คุณหมอสอนไว้เป็นความจริง ดังนั้นการดูแลจิตใจในยามตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งส่วนอาหารที่ดีและถูกต้องตามหลักโภชนาการบำรุงได้แต่เพียงร่างกายเท่านั้น แต่ทั้งอย่างก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดูแลลูกน้อย นับจากนั้นจนวันนี้เกือบ 8 ปีของขวัญข้าวมีเรื่องราวอีกมากมายระหว่างทาง ซึ่งพื้นที่นี้คงทำให้ได้เล่าสู่กันฟัง และสำหรับเราแล้วหวังให้พื้นที่นี้เป็นที่ว่างสำหรับแม่และผู้หญิงอีกหลายคนที่แม้ไม่มีลูก แต่ก็สนใจดูแลสุขภาพให้เด็กๆ ด้วยวิถีทางเหล่านี้ หรือแม้แต่คุณพ่อทั้งหลายที่อาจได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน เพื่อเป็นกัลยาณมิตรในการทำงานสำคัญชิ้นนี้สำหรับทุกครอบครัวที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งส่งผลต่อประเทศและโลกใบนี้ต่อไป
การดูแลตนเองในฐานะคนป่วยที่ตั้งครรภ์ทำได้โดย
- อาหาร จากเดิมที่ดำเนินชีวิตประจำวันตามรูปแบบคนเมืองที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรีบเตรียมตัวออกจากบ้านไปทำงาน ระหว่างการเดินทางเราก็จะมีโอกาสหาอาหารจากร้านตามแต่ที่เราซื้อสะดวก และกินได้อย่างสบาย (ใช้เวลาน้อย อุปกรณ์อาจไม่จำเป็น กินเสร็จไม่ต้องเก็บล้าง) ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ชีวิตให้ช้าลง หุงข้าวกล้องกินเองเตรียมกับข้าวที่เป็นพืชผักมากขึ้น จะทานปลาหรืออาหารทะเลได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่เมื่อมีคนมาช่วยทางในท้องก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็นทานปลาทุกวัน ทานผักให้มากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลในการกินอาหาร (ควรศึกษาชีวจิตเพิ่มเติม)
- การออกกำลัง จากเดิมตอนที่ป่วยก็รำกระบองแบบชีวจิต พอท้องจะไปทำแบบเดิมก็ไม่เหมาะ กลัวน้องไม่อยากอยู่ด้วย เลยต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ แล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นเล่นโยคะสำหรับคนท้อง (แต่ใช้คำว่าเล่นก็ทำให้มีกำลังใจที่จะทำบ่อยๆ) โดยตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองได้มีโอกาสฝึกการหายใจที่ได้ใช้ประโยชน์ตอนคลอดที่มีสอนในโรงพยาบาล ซึ่งทำให้แม่สบายตัวขึ้น บางท่าก็ลดอาการปวดหลังตอนลูกโตวันโตคืนแล้วแถมท้ายด้วยการคลอดได้เองตามธรรมชาติ ที่ส่งผลไปถึงการดูแลสุขภาพแม่หลังคลอดและการให้นมลูกอีกด้วย
- การกินยาสมุนไพร ตอนกินรู้สึกแย่กับกลิ่นและรสชาติเป็นอย่างมาก แต่การได้รับความดูแลเอาใจใส่จากหมอจีนและน้องๆ ในการจัดยาในร้าน ประกอบกับคุณประโยชน์ของสมุนไพรที่บำรุงทั้งแม่และเด็กในท้องก็มีส่วนช่วยสำหรับคนท้องที่ต้นทุนน้อยได้เช่นกัน แต่ไม่แนะนำให้ซื่อยากินเอง หรือใช้ยาที่ไม่ทราบที่มา และไม่แน่ใจในข้อมูลอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ดี สำหรับคุณแม่ที่มีสุขภาพปกติ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกินเรื่องเหล่านี้ เพราะคงไม่มีรูปแบบที่ตายตัวสำหรับทุกคน เนื่องจากอาหารหรือพืชผักหลายชนิดก็มีสรรพคุณทางยาอยู่ในตัว
(update 21 มีนาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.136 February 2007]
|