ลาคลอด…แบบมืออาชีพ


คุณแม่มือใหม่คะ…กำลังปลื้มอยู่กับเจ้าตัวเล็กในท้องอยู่ใช่มั้ยแต่เดี๋ยวก่อนนะคะ…โชแชงขอแนะนำโปรแกรมวางแผนลาคลอดแบบมืออาชีพ เพื่อให้คุณไม่ต้องเจอภาวะเดียวกับสายสมร ที่ต้องรู้สึกพะอืดพะอมกว่าตอนแพ้ท้องเสียอีก

กริ๊งๆๆๆ…เสียงโทรศัพท์ทำให้ สายสมร ต้องกระเตงลูกอ่อนมารับสาย
หัวหน้าหย่าย : สายสมรเป็นไงบ้าง ตอนนี้คุณก็ลาคลอดมาได้ 1 เดือนแล้ว จะกลับเข้ามาทำงานได้อีกเมื่อไร เพราะตอนนี้ออฟฟิศยุ่งมากเลยนะ

คุณสายสมร : ตอนนี้ลูกยังกินนมแม่อยู่เลยค่ะหัวหน้า เหลือเวลาอีกตั้งเกือบ 2 เดือนไม่ใช่เหรอคะ

หัวหน้าหย่าย : ก็จริงอยู่นะคุณสายสมร แต่ตอนนี้ออฟฟิศยุ่งจริงๆ ถ้าคุณไม่พร้อมทางบริษัทจะหาคนทำแทนไปก่อนนะ

คุณสายสมร : อ้าว…แสดงว่าไม่มีตำแหน่งรอดิฉันกลับไปเหรอคะ

หัวหน้าหย่าย : ก็แล้วแต่คุณจะคิดแล้วกันนะ เอาอย่างนี้ผมให้เวลาคุณตัดสินใจ 1 อาทิตย์ แล้วค่อยบอกผมว่าจะมาทำงานเมื่อไรดีไหม บาย

เมื่อชีวิตต้องเลือก

เอาล่ะสิ…ใครเคยเจอสถานการณ์คล้ายสายสมรบ้างคะ เพื่อนดิฉันหลายคนก็หัวอกเดียวกับสายสมรนี่ล่ะค่ะ ดีกว่าตรงที่เจ้านายพูดเพราะหรือมีวิธีขู่แบบออดอ้อนอย่างเช่น “พี่ดาวขา…งานบริษัทยุ่งมากเลยค่ะ พี่หาลูกจ้างช่วยเลี้ยงลูกได้หรือยังหรือไม่ก็ลูกจ้างพี่จะมาเลี้ยงลูกให้เมื่อไรคะ” แน่ะ…คิดให้เสร็จสรรพเลย แต่สรุปคือต้องมาทำงานก่อนครบกำหนดลาคลอดนะ ฮึ่!

แล้วถ้าเป็นคุณจะตัดสินใจอย่างไร คุณแม่ส่วนใหญ่มักมีทางเลือกไม่เยอะ ถ้าไม่กลับไปทำงานก็เลือกที่จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่สังคมปัจจุบันสร้างทัศนะให้คุณแม่ต้องสมบูรณ์ทั้ง 2 อย่างเสียด้วยสิ

ทางแยกที่ 1 - ถึงอย่างไรก็ต้องเลือกลูก ไม่ว่าจะลำบากอย่างไรต้องเลี้ยงได้ เพราะลูกต้องการนมและความอบอุ่นจากเรา ที่จะประคับประคองเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ทางแยกที่ 2 - เอ…แต่เลี้ยงลูกต้องใช้เงินเหมือนกันนะ ให้ลูกอยู่เนิร์สเซอรี่ไปก่อนก็ได้ เพื่อนๆ เราได้เป็นหัวหน้าฝ่าย เป็นผู้จัดการกันไปหมดแล้ว เราต๊อกต๋อยที่สุดในกลุ่มหรือนี่ พอการงานก้าวหน้าหรือลงตัวกว่านี้ เราคงมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกได้


ลาคลอด…เรื่องจำเป็น

ก่อนจะเลือกหรือตัดสินใจอะไร ฟังคำของผู้เชี่ยวชาญไว้ข้อมูลอีกนิด พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ประธานกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

ช่วงแรกของการคลอดบุตร เป็นเวลาที่แม่และลูกได้ทำความรู้จักกัน แม่จะสังเกตท่าทางของลูกว่า ถ้าหิวจะทำท่าอย่างไร หรือปวดอึจะทำหน้าเหยเกแค่ไหนเป็นสิ่งที่แม่ต้องการเวลามากพอสมควรในการเรียนรู้ มากพอสมควร

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะมีปัญหาในช่วงแรกมากเพราะหลายคนรู้แต่ทฤษฎี เจอของจริงแล้วตกม้าตายทุกที เพราะมีเทคนิคมากมายที่ครอบครัวต้องเรียนรู้ร่วมกับลูก แม่จึงต้องรับภาระค่อนข้างหนักบางคนจะมีอาการซึมเศร้าและหงุดหงิดง่ายแฝงเข้ามาด้วย

2 เดือนแรกนี้ จึงเป็นเวลาให้แม่ได้พักผ่อนและผ่อนคลาย น้ำนมจะได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการของลูก ตรงกันข้ามหากแม่คนไหนกังวลมากในเรื่องการทำงาน จะส่งผลต่อการปรับตัว ทำให้น้ำนมไหลน้อยลงไปอีกค่ะ


หลุมพราง…หากเมินลาคลอด

แม่ส่วนหนึ่งปฏิเสธการลาคลอด หรือลาเพียงแค่ 1 เดือนแล้วรีบกลับมาทำงานเพราะคิดว่าจะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูก เดี๋ยวจะไม่มีเงินไว้ใช้สอยยามลูกเจ็บป่วย นับว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นเหมือนกัน

แต่สิ่งสำคัญที่คุณแม่มักมองข้าม คือการให้ลูกกินนมแม่ในช่วง 3-4 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่จะได้ประโยชน์เน้นๆ มากกว่า เพราะแม่ไม่ต้องเสียเงินค่านมผง คิดแล้วอยู่ราวๆ 3,000-5,000 บาทต่อเดือน และภูมิคุ้มกันในนมแม่ยังช่วยให้คุณหักค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวยามลูกป่วยตลอดช่วงปีแรก ซึ่งประเมินราคาไม่ได้เลยค่ะ เพราะแม้หาเงินมามากเพียงใด แต่สุขภาพและคุณภาพชีวิตของลูก เงินซื้อไม่ได้แน่นอน นี่เป็นเหตุผลหลักที่รัฐออกกฎหมายให้ลาคลอดได้อย่างเต็มที่ถึง 3 เดือน


รู้กฎหมายได้เปรียบกว่า

ประเทศสวีเดน แม่ลาคลอดได้ 480 วัน และได้เงินเต็มจำนวน โดยอาจแบ่งกันระหว่างแม่และพ่อก็ได้ ส่วนพ่อมีสิทธิลาได้ 60 วัน รับเงินเดือนเช่นกัน ส่วนประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้านะคะ ลองมาดูสิทธิของแม่ในบ้านเรากันบ้างค่ะ

ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาคลอดก่อนและหลังไม่เกิน 90 วัน โดยให้นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลา และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. - 06.00 น. ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุดหรือทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
  • งานเกี่ยวกับเครื่องจักรกลหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน
  • งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
  • งานยก แบกหาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม
  • งานที่ทำในเรือ
  • งานอื่นที่ตามกำหนดในกฎกระทรวง
ลูกจ้างมีครรภ์ มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ กรณีที่มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง มาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้

ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ (อ้างอิงจาก : สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้างและนายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับปีใหม่ พ.ศ.2541 และ พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533)

ถ้านายจ้างเร่งให้มาทำงานก่อนกำหนดลาคลอด 90 วัน ลูกจ้างมีสิทธิมาทำงานก่อนได้ด้วยความสมัครใจโดยนายจ้างไม่มีความผิด แต่หากไม่สมัครใจแล้ว อาจจะต้องมีการฟ้องร้องกัน


วางแผนก่อนลาคลอด

รู้เรื่องกฎหมายกันไปแล้ว คงทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นนะคะ แต่อย่างไรในชีวิตจริงคงไม่ราบรื่นเหมือนที่กฎหมายเขียนไว้ ถ้าเจ้านายเข้าใจก็โชคดีไป ถ้าไม่เข้าใจเห็นทีต้องจับเข่าเจ้านายคุยก่อน ว่าเราอาจจะลาคลอดในช่วงก่อนคลอดประมาณ 1-2 อาทิตย์ และลาหลังคลอดอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง เท่ากับครบ 3 เดือนเต็มพอดี

เหตุที่ลายาวเต็มจำนวนวันขนาดนี้ เพราะจะได้มีเวลาดูแลเจ้าตัวน้อยในช่วงต้นของชีวิต หากเรามาทำงานเร็วกว่ากำหนด ต้องฝากลูกไว้ที่เนิร์สเซอรี่ คุณแม่ย่อมกังวลและทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออาจต้องหยุดงานเพื่อไปดูแลลูกบ่อยๆ หากหัวหน้าให้เราหยุดเต็มจำนวน ถือเป็นช่วงซื้อใจลูกน้องอย่างเราเลยนะคะ

วกกลับไปที่คำถามเดิม หากคุณเป็นสายสมรต้องปะทะกับหัวหน้าจอมเฮี้ยบ จะทำอย่างไรดีคะ ระหว่างเงินกับลูก เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้ว คิดออกแบบไหนอย่าลืมบอกสายสมรด้วยแล้วกันค่ะ.


(update 21 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 289 กุมภาพันธ์ 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600