อาการซึมเศร้าเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคนค่ะแต่ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดกับการดูแลลูก จึงทำให้ไม่มีเวลาดูแลความพร้อมทางจิตใจของตัวเอง
จิตใจ
อีกต้นตอก่ออาการซึมเศร้า
ซึมเศร้า โรคที่คุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่หลังคลอดคุ้นเคยและรู้กันดีว่าอาการหดหู่ หม่นหมอง และน้อยใจโดยไม่รู้สาเหตุนี้มาจากภาวะที่สารเคมีในสมองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแต่จริงๆ แล้วอาการซึมเศร้าอาจเกิดจากภาวะทางจิตใจได้เหมือนกัน
1. ความเครียดหรือแรงกดดัน ถ้าเกิดว่าคุณแม่คนนั้นมีความเครียดหรือความกดดันในจิตใจอยู่เดิม เช่น การที่มีครอบครัวแตกแยก อยู่ในภาวะหย่าร้าง หรือมีปัญหาการถูกทำร้ายจากสามี ฯลฯ โอกาสที่จะเกิดอาการซึมเศร้าก็สูงขึ้น
2. สภาพครอบครัวที่โดดเดี่ยว ครอบครัวคนไทยทุกวันนี้นิยมอยู่กันแบบครอบครัวเดี่ยวพ่อแม่ลูก มากกว่าที่จะอยู่กับปู่ย่าตายาย เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบระหว่างครอบครัวเดี่ยวกับครอบครัวที่มีปู่ย่าตายายพร้อมหน้า ความโดดเดี่ยวก็มีส่วนกับการเปิดปัญหาซึมเศร้าด้วยเหมือนกัน
3. กระบวนการดูแลหลังคลอด ก็จะมีความหมายในการเกิดโรคนี้ อย่างเช่นแม่ที่ขาดคนช่วยเหลือดูแลลูก มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ถูกปฏิเสธจากคนในบ้าน เหล่านี้ล้วนเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้าโดยเฉพาะหลังคลอดได้
แม่ซึมเศร้า
ลูกก็ซึมเศร้า
เมื่อจิตใจของแม่รู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง ไฉนเลยลูกน้อย ที่โอบอุ้มอยู่ในอ้อมแขนจะเติบโตมาด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีคุณแม่ที่มีปัญหาทางจิตใจนั้นย่อมทำให้ลูกมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาด้านอารมณ์สูงขึ้นด้วย มีรายละเอียดข้อมูลเปิดเผยว่าเด็กที่แม่มีสภาพจิตใจไม่สมบูรณ์ระหว่างการเลี้ยงดูลูกนั้น เมื่อลูกโตเป็นวัยรุ่นจะมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเสพติดต่างเพิ่มขึ้น เช่น อัตราของการเกิดปัญหาเพศสัมพันธ์ ความก้าวร้าวรุนแรง และลูกเองก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าเหมือนแม่ด้วยเช่นกัน
นอกจากจะเกิดปัญหาในตัวเองแล้ว แม่เป็นโรคซึมเศร้าก็จะทำให้ทักษะทางสังคมของลูกมักจะมีปัญหาด้วย อาจจะออกมาในรูปแบบของเด็กขี้อาย หรือตรงกันข้ามอาจจะเป็นเด็กที่ก้าวร้าว ซึ่งพฤติกรรมทั้งสองอย่างนั้นส่งผลต่อการปรับตัวเข้ากับสังคมของลูกให้เป็นไปค่อนข้างยากลำบากค่ะ
5 เรื่องควรรู้เมื่อแม่ซึมเศร้า
อาการซึมเศร้ามียาที่ใช้ในการรักษาโรคให้หายขาดได้เหมือนกันค่ะ แต่เมื่อลองหันมามองอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วจะเห็นว่า เหตุเกิดอยู่ที่ใจเราก็ควรจะแก้ไขที่จิตใจเราเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้น 5 เรื่องต่อไปนี้สิ่งที่คุณแม่ควรรู้
1. รู้อารมณ์ตัวเองเสมอ คุณแม่ต้องหมั่นสำรวจอารมณ์ตัวเองเสมอ ว่าทำไมใจคอเราหดหู่ ท้อแท้ใจ พอนึกได้ก็จะมีสติเตือนตัวเองว่ากำลังเศร้า
2. รู้จักหาเหตุผลมาแก้ปัญหา เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองเศร้าใจกว่าปกติ ควรถามตัวเองหาที่มาของความเศร้าและหดหู่นั้นซะจะช่วยให้มองเห็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด
3. รู้แสวงหาที่พึ่งทางจิตใจ คนที่จะมาประคับประคองอารมณ์และก็รับฟังเวลาเศร้าใจจะช่วยให้เรามีสติสัมปชัญญะที่ดีขึ้นเพราะเวลาที่คนกำลังเศร้ามองอะไรก็เศร้าไปหมด ถ้ามีใครสักคนมานั่งฟังหรือเข้าใจความรู้สึกของเรา ก็จะทำให้รู้สึกมีพลังขึ้นมา
4. รู้จักหันเหความสนใจ ระหว่างที่เรา Weak จริงๆ ก็ควรรู้จักดึงความสนใจของเราไปที่เรื่องอื่นบ้าง แทนที่จะรู้อารมณ์ตัวเองแล้วปล่อยให้คล้อยตามไปเรื่อยๆ แต่เรื่องที่สนใจไม่ควรเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับลูกหรือความเศร้า เพราะอาจจะเศร้าหนักกว่าเดิม
5. รู้จักหาคนมาแบ่งเบาภาระ การหาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องดูแลลูกก็ช่วยให้เรามีโอกาสดูแลตัวเองมากขึ้น พักผ่อนอย่างเพียง และมีเวลามีสติพอที่จะคิดหาเหตุและผลในชีวิตได้มากขึ้นด้วย
การที่คุณแม้รู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเองและพยายามปรับแก้ไขอารมณ์หดหู่ซึมเศร้าได้นั้นก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อาการเหล่านี้มีผลต่อการดูแลลูกการดำรงชีวิตของตัวเองและหน้าที่การงานแล้วล่ะก็ ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์เพื่อดูแลรักษาโดยด่วนนะคะ เพราะขืนปล่อยไว้อาจจะเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง และนำไปสู่โรคซึมเศร้าแบบร้ายแรงได้ค่ะ
(update 30 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.143 September 2007]
|