ใช่ว่าความอ้วนจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ง่ายเท่านั้นเมื่อคนอ้วนตั้งครรภ์สารพัดปัญหาก็พร้อมที่จะมารุมเร้าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อ้วนได้หลายประการทีเดียว ความอ้วนก่อปัญหาอะไรให้คุณแม่ท้องบ้างลองมาติดตามดูกัน
1
คุณตุ้ยนุ้ย อายุ 25 ปี ตั้งครรภ์แรก เป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็ก น้ำหนักตอนที่เริ่มตั้งครรภ์ 80 กก. ไปฝากครรภ์เมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 10 ครั้ง ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์คุณหมอก็ไม่ได้ทักว่ามีอาการผิดปกติอะไร นอกจากรู้สึกว่าน้ำหนักจะขึ้นมากไปหน่อย และให้ควบคุมอาหาร แต่ก็ทำตามคำแนะนำของคุณหมอได้ไม่สม่ำเสมอ เพราะหิวบ่อย
เมื่อตั้งครรภ์ได้ 39 สัปดาห์ คุณตุ้ยนุ้ยเริ่มเจ็บท้องคลอดจึงมาโรงพยาบาล และน้ำหนักเมื่อแรกรับที่ห้องคลอด 110 กก. และตรวจพบว่าปากมดลูกเปิด 4 ซม. แสดงว่าการเจ็บครรภ์คลอดดำเนินไปมากแล้วคุณหมอได้เจาะถุงน้ำคร่ำและเฝ้าระวังการคลอดต่อไป พบว่าการเจ็บครรภ์คลอดก็ดำเนินไปอย่างปกติ แต่เมื่อถึงตอนเบ่งคลอดพบว่าต้องเบ่งคลอดนานถึง 2 ชั่วโมงกว่าๆ จึงสามารถคลอดออกมาได้ ขณะช่วยคลอดคุณหมอพบว่าทำคลอดไหล่ของเด็กค่อนข้างยากทั้งดึงและดันกันอยู่เป็นเวลานาน นานแต่ในที่สุดก็คลอดออกมาได้ ประมาณ 6 ชั่วโมงหลังคลอด พบว่าเด็กขยับแขนขวาไม่ได้ และจากการเอ็กซเรย์ตรวจพบว่ากระดูกไหปลาร้าข้างขวาของเด็กหัก ต้องส่งให้กุมารแพทย์ดูแลต่อ ส่วนคุณแม่หลังคลอดไม่มีปัญหาอะไร
2
คุณอวบอิ่ม อายุ 21 ปี ร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว พอตั้งครรภ์ก็มาพบแพทย์ภายหลังขาดประจำเดือนไปประมาณ 2 เดือน จากการตรวจพบว่ามีน้ำหนัก 78 กก. และตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์จริง จึงได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและนัดมาฝากครรภ์ในครั้งต่อไป
2 สัปดาห์ต่อมา คุณอวบอิ่มมีการปวดท้องน้อย มีเลือดออกทางช่องคลอดคุณหมอได้ตรวจภายในและตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ พบว่าการตั้งครรภ์มีความผิดปกติ คือมีแต่ถุงน้ำแต่ไม่มีตัวเด็กอยู่ภายใน ให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไข่ฝ่อหรือการตั้งครร์ที่ไม่มีตัวเด็กอยู่ภายใน ให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไข่ฝ่อหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวเด็กจงให้การรักษาโดยการขูดมดลูก ภายหลังการขูดมดลูกคุณอวบอิ่มสามารถกลับบ้านได้ภายหลังรับไว้ในโรงยาบาล 2 วัน
3
คุณปุ้มปุ้ย แต่งงานตั้งแต่อายุ 28 ปี แต่เพิ่งตั้งครรภ์เป้นครั้งแรกตอนอายุ 35 ปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยคุมกำเนิด เคยไปตรวจกับคุณหมอเรื่องมีบุตรยากก็ไม่พบอะไรผิดปกตินอกจากอ้วนเกินไปสักหน่อยมาฝากครรภ์ครั้งแรกอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ น้ำหนัก 75 กก. หลังจากนั้นได้มาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ขณะอายุครรภ์ได้ 26 สัปดาห์ คุณหมอได้ให้คุณปุ้มปุ้ยกินน้ำตาลและเจาะเลือดตรวจ เพื่อทดสอบว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือไม่ ผลการทดสอบพบว่าเป็นเบาหวาน คุณหมอได้แนะนำให้ควบคุมการกินอาหารตามที่กำหนด แต่คุณปุ้มปุ้ยก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
พบอายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ ตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูง 160/100 มิลลิเมตรปรอท ตรวจปัสสาวะพบไข่ขาวในปัสสาวะ แต่น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
3 วันหลังอยู่ที่โรงพยาบาลคุณปุ้มปุ้ยก็เจ็บครรภ์คลอดเอง ขณะที่เจ็บครรภ์ถี่และมาก พบว่าความดันโลหิตขึ้นสูงถึง 220/130 มิลลิเมตรปรอท มีอาการปวดหัวและตาซ้อนขึ้นมาแล้ว จึงฉีดยากันชักให้ (เพราะโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยชักถึงตายได้) ตามด้วยการให้ยาลดความดันโลหิต ภายหลังได้รับยาอาการดีขึ้นแต่ลูกก็ยังไม่ยอมคลอดคุณหมอได้ตรวจภายในและประเมินขนาดลูกในท้องใหม่คิดว่าค่อนข้างโตประกอบกับน้ำหนักก่อนคลอดชั่งได้ 110 กก. คุณหมอเลยตัดสินใจผ่าตัดคลอด ซึ่งผลการผ่าตัดได้ลูกชายน้ำหนัก 3,750 กรัม ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะหน้าท้องหนามาก หลังผ่าตัดความดันโลหิตกลับลงมาปกติโดยไม่ต้องใช้ยาคุม
วันที่ 4 หลังผ่าตัดคุณปุ้มปุ้ยมีไข้ขึ้นสูง บ่นเจ็บแผลหน้าท้อง คุณหมอตรวจแผลพบว่าแผลผ่าตัดมีการติดเชื้อต้องเปิดแผล และทำแผลรักษาต่ออีก 3 สัปดาห์จึงปิดแผลได้ สำหรับลูกพบว่าภายหลังคลอดไม่นานก็มีการชัก แพทย์ตรวจดูแล้ววินิจฉัยว่าชักจากการขาดน้ำตาลอย่างเฉียบพลันได้ให้การรักษาจนปกติใน 1 สัปดาห์ต่อมา
น้ำหนักเกินก่อปัญหา
ในปัจจุบันจำนวนคนอ้วนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือยังไม่พัฒนาก็ตาม ประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกันที่มีคนอ้วนถึงอ้วนมากให้เห็นเป็นประจำทุกวัน สมัยก่อนเวลาพูดถึงคนอ้วนเราก็มักจะมีความคิดไปในทำนองที่ว่าเป็นคนที่มีสุขภาพดีอาหารการกินดีถึงทำให้อ้วนถ้วนสมบูรณ์ ลูกใครคลอดออกมาแล้วตัวใหญ่หรือเลี้ยงแล้วดูจ้ำม่ำก็จะรู้สึกว่านย่ารักไปหมด
ปัจจุบันนี้เราทราบกันแล้วว่าความเชื่อนี้ผิดครับ ความอ้วนเป็นโรคหรือเป้นตัวที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาหลายอย่างครับที่ทราบๆ กันอยู่ก็เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคไต และอีกสารพัดโรค
สำหรับสาเหตุว่าทำไมคนอ้วนจึงพบได้มากขึ้น ก็คงตอบได้ไม่ยากว่าเป็นเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้คนกินอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน มีแต่แป้ง น้ำตาล และไขมันมากกว่าอาหารประเภทอื่น นอกจากนี้ยังไม่ค่อยได้ออกกกำลัง บางคนการงานก็เครียดอีกต่างหาก สารพัดสารพันเหล่านี้แหละครับที่ทำให้คนอ้วน
เมื่อคนอ้วนตั้งครรภ์
เมื่อคนอ้วนมีมากขึ้น ผู้หญิงที่อ้วนจึงมีมากขึ้นด้วย และถ้าผู้หญิงเหล่านี้เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาล่ะจะเป็นอย่างไร คำตอบมีแล้วครับว่ามีปัญหายุ่งยากไม่น้อยเลย สมัยก่อนวงการแพทย์ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของคนอ้วนเท่าไร เพราะเจอไม่ค่อยมากแต่ปัจจุบันนี้ไม่ว่าที่ไหนในโลกปัญหาการตั้งครรภ์ในคนอ้วนได้รับความสนใจกันทั้งนั้น เพราะเจอบ่อย (แสดงว่าคนอ้วนก็มีคนรักเยอะนะจะบอกให้) บางโรงพยาบาลในยุโรปถึงกับตั้งหน่วยงานที่ดูแลคนอ้วนโดยเฉพาะก็มี ผลของความอ้วนที่มีต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีมากมายหลายประการ ผมจะแยกกล่าวเป็นช่วงๆ ไปเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ
เมื่อตั้งครรภ์ใหม่ๆ
คุณแม่ที่อ้วนเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือลูกในท้องมีความพิการมากกว่าคุณแม่ที่ไม่อ้วน ความพิการที่ว่าก็เช่นความผิดปกติของระบบไขสันหลัง ความพิการของหัวใจ ผนังหน้าท้องไม่ปิด หรือปากแหว่งเพดานโหว่ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้วงการแพทย์ก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่เชื่อกันว่าปริมาณของสารอาหารที่ใช้ในการพัฒนาการของลูกในท้องมีสัดส่วนที่ไม่พอเหมาะ มีน้ำตาลและไขมันมากเกินไปทำพัฒนาการของลูกผิดปกติ ถ้ารุนแรงมากก็แท้งเลย เช่นรายของคุณอวบอิ่มที่ท้องแล้วไม่เห็นตัวเด็ก ถ้าไม่แท้งลูกก็อาจพิการได้
ระยะหลังของการตั้งครรภ์
คุณแม่ท่านใดที่ฝ่าด่านแรกได้ก็อาจประสบปัญหาในช่วงหลังของการตั้งครร์ได้อีก ที่พบบ่อยมากก็คือเป็นโรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์ และความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ โรคทั้ง 2 นี้เวลาไม่ตั้งครรภ์อาจจะไม่เป็น แต่พอตั้งครร์มันจะมาเยี่ยมเยียนทันทีทำไมมันถึงชอบเป็นในคนอ้วนนักก็ไม่รู้ เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับปริมาณไขมันในร่างกาย โรคที่ว่าทั้ง 2 ก่อปัญหาให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ไม่น้อย
กรณีโรคเบาหวานถ้าเป็นตอนท้องแล้วไม่ได้รับการดูแลและควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีคุณแม่อาจช็อกได้ ส่วนโรคความดันโลหิตสูงถ้าควบคุมไม่ดี ก็อาจทำให้คุณแม่ชักหรือตับวายถึงตายได้
สำหรับลูกในท้อง ถ้าแม่เป็นเบาหวานแล้วควบคุมน้ำตาลไม่ดีอาจจะตายในครรภ์เลยก็ได้ บางคนไม่ตายก็เลี้ยงไม่ค่อยโตหรือโตมากกว่าปกติเพราะควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก น้ำตาลที่มีมากสามารถ ผ่านรกไปให้ลูกได้ ทำให้ลูกรับน้ำตาลเข้าไปเต็มที่เลยอ้วนเอ้าอ้วนเอา ตัวก็เลยใหญ่ แต่อย่าดีใจนะครับเพราะตัวใหญ่แบบนี้จะใหญ่แบบฉุๆ ไม่แข็งแรง กรณีของคุณปุ้มปุ้ยก็มีปัญหาหลายอย่างดังที่กล่าวถึงนั่นแหละครับ
ขณะคลอด
ส่วนมากคุณแม่ที่อ้วนลูกมักจะตัวโต ซึ่งอาจจะเป็นผลจากความอ้วนเอง หรือผลจากโรคเบาหวานที่แทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ผลก็คือเวลาเจ็บครรภ์คลอดก็อาจจะเจ็บอย่างทรมานและยาวนานถ้าคลอดทางช่องคลอดอาจเป็นอันตรายได้ทั้งแม่และลูก เนื่องจากลูกมักตัวใหญ่จึงมักคลอดยาก บางทีหัวคลอดออกมาแล้วไหล่ไม่ยอมออก เมื่อพยายามดึงออกมาอาจทำให้กระดูกไหปลาร้าหักได้เหมือนกรณีลูกของคุณตุ้ยนุ้ย ส่วนคุณแม่เองถ้าลูกคลอดทางช่องคลอด ช่องคลอดก็มักจะฉีกขาด ชนิดที่คุณหมอใช้เวลานั่งเย็บแผลได้ครึ่งวันเลยละครับ
ทีนี้ถ้าตัดสินใจเอาคุณแม่ไปผ่าคลอด เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่าข้างต้น ลองนึกภาพดูนะครับว่า หน้าท้องของคนอ้วนมันจะหนาแค่ไหน บางคนแค่กรีดมีดที่หน้าท้องไขมันก็เผละออกมาให้เห็นแล้ว กว่าจะฝ่าด่านไขมันเข้าไปถึงช่องท้อง คุณหมอบางคนก็เหงื่อหยดแล้ว เพราะมันลึกจริงๆ นอกจากลึกแล้ว เวลาทำคลอดเด็กก็ต้องดึงรั้งแผลค่อนข้างมาก ทำให้ชอกช้ำได้ง่าย หลังผ่าคลอดไปแล้วต้องเย็บปิดแผลอีก แผลที่ทั้งใหญ่และหนาย่อมเย็บยากซึ่งใช้เวลานาน ผลก็คือทำให้มีโอกาสที่แผลผ่าตัดจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคุณแม่ที่ผอมกว่า
หลังคลอด - ติดเชื้อ - ตกเลือดง่าย
ลูกในท้องของคุณแม่ที่อ้วนมักตัวใหญ่ ผลดังกล่าวทำให้มดลูกของคุณแม่ถูกยืดขยายมาก ดังนั้นภายหลังคลอดมดลูกซึ่งควรจะหดรัดตัวได้ดี ก็จะหดรัดตัวได้ไม่ดี ผลก็จะทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้ คุณแม่บางรายอาจต้องตัดมดลูกทิ้งเพราะเลือดออกไม่หยุดจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดีก็มี
มดลูกที่หดรัดตัวไม่ดี ยังทำให้มีเลือดคั่งค้างในมดลูกมาก ซึ่งเลือดที่คั่งค้างนี้เป็นอาหารอันโอชะของเชื้อแบคทีเรีย และทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ถ้าให้ยารักษาไม่ดี เชื้อโรคอาจกระจายเข้าหลอดเลือดไปทั่วร่างกายทำอันตรายถึงตายได้นะครับ
สุขภาพลูกหลังคลอด
ลูกที่เกิดจากคุณแม่ที่อ้วน นอกจากจะต้องฝ่าฟันอันตรายตอนคลอด เช่น กระดูกหัก หรืออันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ถ้าลูกในท้องตัวใหญ่ ก็มักที่จะชินต่อการรับอาหารทางสายสะดือ โดยเฉพาะอาหารพวกน้ำตาลมากกว่าปกติ ภายหลังคลอดและตัดสายสะดือ ปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจะตัดขาดทันที ลูกบางคนทนไม่ได้เกิดอาการชักจากการขาดน้ำตาลได้
ปัญหาที่พบได้บ่อยอีกประการหนึ่งในเด็กตัวใหญ่ก็คือ ตัวเหลือง ถ้าเหลืองไม่มากก็แล้วไป บางคนตัวเหลืองมากจนต้องถ่ายเลือดก็มีมิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้
เห็นไหมครับว่า การตั้งครรภ์ของคนอ้วนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยเพราะมีสารพัดปัญหาที่รออยู่ ดังนั้นก่อนคิดจะตั้งครรภ์ผมอยากแนะนำให้คุณแม่ทุกท่านที่อ้วนเตรียมตัวด้วยการพยายามลดความอ้วนโดยควบคุมอาหารให้ดี ออกกำลังกายให้เพียงพอหลีกเลี่ยงการกินยาลดความอ้วน
ขณะตั้งครรภ์ก็ต้องควบคุมอาหารการกินให้เหมาะสมด้วยและที่สำคัญอย่าลืมไปพบคุณหมอที่ดูแลอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำเพราะถ้ามีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นคุณหมอจะได้ให้การดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ขอให้โชคดีทุกท่านครับ
.
(update 5 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.136 February 2007]
|