ปวดประจำเดือนเรื่องต้องระวังของคุณผู้หญิง


ใครไม่เคยปวดประจำเดือนยกมือขึ้น!!

ไม่มีเลยใช่ไหมคะเพราะอาการปวดประจำเดือนเกิดได้ในผู้หญิงเกือบทุกคนแถมผู้หญิงอีกหลายๆ คนยังมีอาการมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาการเหล่านี้คุณแม่ไม่ควรละเลยเพราะการมี-ไม่มีของประจำเดือนนั้นสามารถบอกโรคภัยของคุณผู้หญิงได้ด้วยค่ะ


ปวดเพราะธรรมชาติ (ทำร้ายตัวเอง)

อาการปวดประจำเดือนพบได้ประมาณ 70% ของผู้หญิงทั้งหมดค่ะ เป็นอาการโดยธรรมชาติ แต่ธรรมชาตินั้นกลับทำร้ายตัวเองซะนี่ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนระหว่างมีประจำเดือน ร่างกายมีการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน (Prostalandins) มากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้กระตุ้นกล้ามเนื้อมดลูกให้มีการบีบตัวรุนแรงกว่าปกติ และปวดที่บริเวณท้องน้อย ยิ่งผู้หญิงคนไหน เครียดง่าย วิตกกังวลบ่อย ก็ยิ่งทำให้อาการปวดมีมากขึ้นค่ะ

การปวดประจำเดือนแบ่งเป็น 3 ระดับ
  • ปวดน้อย ปวดนิดๆ หน่อยๆ อาการปวดคงอยู่กับที่ไม่ต้องกินยาแก้ปวด
  • ปวดปานกลาง ต้องกินยาแก้ปวด จึงจะทุเลาลง
  • ปวดมาก ปวดมาก กินยาแรงๆ จึงจะหาย หยุดงานบ่อย

บรรเทาปวด
  • ใช้ยาบรรเทาอาการปวด เช่น พาราเซตามอล ครั้งละ 2 เม็ดเวลาปวด กินซ้ำได้ทุก 4-6 ชม. หากปวดรุนแรงมากขึ้น ยาฉีด มอร์ฟีน ยากลุ่มนี้ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้นนะคะ

  • ใช้ถุงน้ำร้อน ประคบบริเวณหน้าท้องถ้าปวดมากแพทย์อาจให้ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์สำหรับการทำกายภาพ สร้างความร้อนโดยส่งคลื่นเสียงออกมาลดอาการปวด

  • การหยุดอาการปวดถาวร โดยการใช้ยาฉีดที่ทำให้รังไข่หยุดการทำงานงดสร้างประจำเดือนไปเลย เช่น ฉีด 1 ครั้ง อาจหยุดไป 6 เดือน แต่แพทย์จะเป็นคนตัดสินใจเท่านั้นค่ะ

  • การใช้ฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดได้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ มีผลในการปรับฮอร์โมนให้ดีขึ้น กินแบบเดียวกับยาคุมกำเนิด คือวันละ 1 เม็ดทุกวัน เพื่อไม่ให้มีการตกไข่ จะช่วยไม่ให้ปวดได้ชั่วระยะหนึ่งอาจกินติดต่อกันนาน 3-4 เดือนได้ค่ะ
อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปแล้ว หลังจากวัย 30 หลังแต่งงาน หรือหลังมีบุตร อาการปวดประจำเดือนตามธรรมชาติจะค่อยๆ ลดลงมีเพียงส่วนน้อยที่ยังอาจมีอาการตลอดไปจนถึงวัยหมดประจำเดือนค่ะ

ความเชื่อ : ผู้หญิงบางคนไม่กินยาแก้ปวดเลยแต่ใช้วิธีกินยาคุมกำเนิดแทนทางการแพทย์มีแนวคิดว่า ควรเริ่มต้นจากการรักษาจากการกินยาแก้ปวดก่อนเพราะการใช้ยาคุมกำเนิดอาจมีผลข้างเคียง อาทิ มีเลือดออกกะปริบกะปรอย คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักเพิ่มขึ้น แม้จะได้ผลดีแต่เหมือนเป็นการขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกทั้งยังทำให้ไม่สามารถสังเกตอาการของคนไข้ได้ว่ามีอาการของโรคอื่นแทรกแซงด้วยหรือไม่


ปวด ปจด. หลังวัยเลข 3 อย่าละเลย

เมื่อมีอาการปวดประจำเดือนในวัยหลังเลข 3 คุณแม่อย่าได้นิ่งนอนใจหรือไปซื้อยากินเองนะคะ แต่ควรไปพบคุณหมอ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับอาการปวดแค่ไหนก็ตาม เพราะอาการปวดนั้นอาจเชื่อมโยงไปถึงโรคอื่นๆได้ด้วย

คุณแม่บางคนอาจจะไม่เคยมีอาการปวดประจำเดือนมาก่อนเลย เพราะอาการปวดอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที้เกี่ยวพันกับมดลูกหรือรังไข่ เช่น เนื้องอกพังผืดในอุ้งเชิงกราน โรคเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อกโกแลตชีสต์) ปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

อาการที่คุณแม่สามารถสังเกตด้วยตัวเองง่ายๆ คือแม้ไม่มีอาการประจำเดือนก็ปวดท้อง ยิ่งมีประจำเดือนก็ปวดมากขึ้น จนต้องหยุดงานบ่อยๆ กินยาไม่หาย ต้องกินยาแรงๆ อาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้มีบุตรยาก แท้งบ่อย หรือตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ค่ะ

เมื่อมีอาการข้างต้น คุณแม่จึงต้องใช้วิธีการตรวจเฉพาะทาง ทั้งทางการตรวจร่างกาย การตรวจภายใน การตรวจอัลตราซาวนด์ร่วมด้วย การรักษาก็จะมีทั้งการจี้ทำลาย การผ่าตัด การกินยาแก้อักเสบ ปัจจุบันการผ่าตัดมีแนวโน้มจะเป็นวิธีผ่าตัดแบส่องกล้องมากขึ้น ช่วยให้แผลผ่าตัดเล็กประมาณ 2 ชม. เท่านั้น คุณแม่ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำงานหรือเลี้ยงลูกตามปกติได้เลยค่ะ


ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ปกติแล้วผู้หญิงเราจะมีประจำเดือนทุกเดือนใช่ไหมคะ แต่บางคนกลับกลายเป็นปีหนึ่งมีครั้งเดียว บางคนมีตลอดเดือนแต่มีกะปริบกะปรอย อาการดังกล่าวเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุล หรือภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง

ประจำเดือนของผู้หญิงในแต่ละเดือนนั้นเกิดจากกลไกการตกไข่จากรังไข่ เพื่อให้มีการตั้งครรภ์ แต่ปัญหาทีเกิดขึ้นกับผู้หญิงบางคนก็คือ ร่างกายของผู้หญิงไม่มีการตกไข่ หรือตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนจึงมาไม่ปกติ บางคน 3 เดือนตกที 6 เดือนตกที หรือ 1 ปีตกทีก็มี ถ้าประจำเดือนไม่มาอย่างน้อย 3 เดือนต้องไปพบแพทย์แล้วรอบเดือนมาห่างกันได้ แต่ไม่ควรเกิน 2 เดือน ผลกระทบคืออาจทำให้มีลูกยาก อาจเกี่ยวพันไปถึงโรคมะเร็งบางชนิด ในกรณีที่ไม่ตกไข่เรื้อรัง อาจเป็นมะเร็งรังไข่ได้ค่ะ

การมีประจำเดือนนั้นต้องอาศัยฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ฮอร์โมนที่รังไข่ มดลูก เยื่อบุมดลูก ถ้า 4 ปัจจัยนี้ตัวใดตัวหนึ่งบกพร่องไป เช่น ถ้ารังไข่ทำงานปกติ ต่อมใต้สมองก็อาจทำงานผิดปกติได้ เช่น มีภาวะเครียด หรือพักผ่อนน้อยติดต่อกัน ฯลฯ หรืออาชีพบางประเภท เช่น แอร์โฮสเตสที่ต้องบินไปบินมาบ่อยก็อยู่ในกลุ่มนี้ เพราะการเดินทางข้ามเกี่ยวช่วงเวลากัน ทำให้ต่อมใต้สมองสั่งการให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอได้ค่ะ

ถ้าประจำเดือนมาไม่ปกติ เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะใช้วิธีเมื่อไม่ตกไข่ก็ต้องทำให้เกิดตกไข่ ใช้ฮอร์โมนหรือกินยาคุมเพื่อปรับฮอร์โรคของร่างกายให้เป็นปกติถ้าประจำเดือนมาตรงเป๊ะ แสดงว่าสมมติฐานถูกต้อง ต้องให้แพทย์ตรวจต่อว่าต้องรักษาแบบไหนต่อไป

สังเกตอาการ
  • พังผืด : อาจเกิดจากการผ่าตัดบริเวณใกล้ๆ อุ้งเชิงกราน เช่น ผ่าตัดคลอดลูก ท้องนอกมดลูก

  • การอักเสบบริเวณอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง : เกิดจากการติดเชื้อระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ชอบเที่ยว เปลี่ยนคู่นอน ทำให้มดลูกท่อนำไข่เสียไป

  • เนื้องอก : ไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจนอาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร

  • ช็อกโกแลตชีสต์ : ท้องโตขึ้นปัสสาวะบ่อยขึ้น

  • ไข้ทับระดู : มีอาการติดเชื้อที่มดลูกหรือปีกมดลูกขณะมีประจำเดือน เช่น หนองใน หนองในเทียม เมื่อมีประจำเดือนมาก็เกิดมีไข้อักเสบ ปวดท้อง อาจมีหนองหรือตกขาว มีกลิ่นออกมาซึ่งต่างจากปวดประจำเดือนทั่วไปจะไม่มีอาการดังกล่าว

อ่านจบแล้ว คุณแม่คงจะเห็นว่าการปวดประจำเดือน ไม่ใช่เป็นแค่สิ่งที่ผู้หญิงเราต้องเจอทุกเดือนเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยรายละเอียดของสุขภาพผู้หญิงที่ต้องสังเกต และดูแลอย่างสม่ำเสมอนะคะ


(update 3 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.141 July 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600