จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงระวัง! เชื้อรา


จากสถิติพบว่าผู้หญิงในยุคปัจจุบันเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอดเพิ่มขึ้นมากกว่าในอดีตซึ่งเป็นหนึ่งโรคที่เติบโตพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวหน้าขึ้นคุณผู้หญิงทราบกันหรือไม่คะว่าสาเหตุสำคัญของการเกิดเชื้อราในช่องคลอดมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่นั่นเอง


  • สังเกตอาการ
ตกขาวใสๆ หรือขาวข้น คล้ายเนยแข็งอาจมีอาการคันมากน้อยต่างกันไปอาจมีอาการแสบในช่องคลอดบางคนที่โชคร้ายเกิดปฏิกิริยาแพ้ต่อเชื้อราอาจทำให้เกิดหมันชั่วคราวได้แต่จะหายเมื่อกำจัดเชื้อราออกไปได้ค่ะ


  • เชื้อราอยู่ในตัวเรา
หากจู่ๆ วันหนึ่งคุณแม่พบตกขาวมากผิดปกติที่ชุดชั้นใน สันนิษฐานได้ว่าคุณแม่อาจเกิดเชื้อราในช่องคลอดที่มีชื่อเรียกว่า Candida Albicans แล้วล่ะค่ะ โดยเชื้อราที่ว่านี้ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรานี่เอง พบได้ในระบบทางเดินอาหารของผู้หญิงเรานี่แลหะค่ะ ผู้หญิงประมาณร้อยละ 20-30 พบเจ้าเชื้อราดังกล่าวอาศัยอยู่ในช่องคลอดด้วย

อย่างไรก็ดี ในช่องคลอดของผู้หญิงเราเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ อีกมากมายหลายชนิดด้วยกัน ทั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติแถมส่วนใหญ่ยังเป็นมิตรคอยดูแลสิ่งแวดล้อมในช่องคลอดให้เป็นไปตามปกติ และอาจทำให้เรามีตกขาวเล็กน้อยตามธรรมชาติแต่เมื่อวันหนึ่งเกิดมีตกขาวไม่ปกติขึ้นมา คุณแม่อาจสับสนกังวลใจว่า เอ๊ะ เราก็รักษาความสะอาดดีแล้วนี่ เชื่อหรือไม่คะว่า หากไม่รักษาความสะอาด หรือสะอาดมากเกินก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นเชื้อราในช่องคลอดเท่าๆ กัน ก่อนอื่นเรามาสำรวจรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองดูก่อนดีกว่า ว่าคุณแม่กำลังเสี่ยงอยู่หรือไม่


  • คุณนายสะอาด (เกินพอดี)
รู้ดีค่ะว่าผู้หญิงเราทุกคนต้องรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นกันเป็นอย่างดี แต่บางคนสะอาดมากเสียจนกระทั่งไปซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อมาล้างในช่องคลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากในช่องคลอดของผู้หญิงเรามีแบคทีเรียที่เป็นมิตรชื่อว่า “แลคโตแบซิลลัส” ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคภายนอกที่จะเข้าไปรุกราน แต่พอโดนสวนล้างด้วยยาฆ่าเชื้อเข้าไปบ่อยๆ แบคทีเรียที่ดีจึงโดนทำลายไปด้วย

Do : การล้างทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นควรทำเฉพาะภายนอกเท่านั้น เลือกใช้น้ำสะอาดจะดีที่สุดค่ะ


  • ฟิต รัด แฟชั่นพาจน
การแต่งตัวของผู้หญิงยุคนี้ เช่น การนุ่งกางเกงยีนส์รัดๆ ก็พาจนได้ค่ะ หรือชุดชั้นในราคาแพงบางชุดกลับรัดแน่น ผลิตจากผ้าใยสังเคราะห์ เหล่านี้จะทำให้เกิดการอับชื้นภายในจุดซ่อนเร้น หากเหงื่อออกมากก็อาจหมักหมมจนเป็นบ่อเกิดของเชื้อราได้ มีงานวิจัยบอกว่าผู้หญิงที่นุ่งยีนส์เป็นประจำมีโอกาสเป็นเชื้อราในร่มผ้ามากกว่าผู้หญิงที่นุ่งกระโปรง

Do : อ่านแล้ว ร้อนอย่างนี้อย่าลืมคว้ากระโปรงในตู้มาปัดฝุ่นด่วนนะเจ้าคะ สวมชุดชั้นในก็ควรเลือกที่ทำจากผ้าฝ้ายที่ไม่รัด และไม่ควรใช้ชุดชั้นในร่วมกับผู้อื่นอย่างเด็ดขาดนะคะ


  • แผ่นอนามัยอุปสรรคอากาศถ่ายเท
นอกจากการมีรอบเดือนที่ทำให้ผู้หญิงเราต้องใช้ผ้าอนามัยแล้ว ผู้หญิงยุคใหม่หลายคนยังนิยมใช้ผ้าอนามัยแผ่นเล็กทุกวันโดยคิดว่าจะช่วยซึมซับตกขาวไม่ให้เปืเอนชุดชั้นใน หรือบางคนใช้เพราะขี้เกียจซักกางเกงในบ่อยๆ!! แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแผ่นอนามัยเหล่านั้นผลิตจากใยสังเคราะห์ที่เป็นตัวการปิดกั้นอากาศที่ไหลเวียนในบริเวณนั้น จนเกิดความอับชื้นรุนแรง

Do : แผ่นอนามัยแผ่นเล็กไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ ถ้ามีตกขาวมากควรเตรียมชุดชั้นในไปเปลี่ยน หรือหาซื้อกางเกงในชนิดที่มีการเสริมผ้าฝ้ายตรงเป้ากางเกงให้หนาขึ้น จะได้ซึมซับตกขาวได้ดี กลับถึงบ้านแล้วรีบซักทำความสะอาดทันที


  • ห้องน้ำความลับที่ไม่รู้
พฤติกรรมในห้องน้ำของเราหลายอย่างทำให้คุณแม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวได้นะคะ เช่น การนอนแช่ในฟองสบู่หรือเกลืออาบน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือบางคนก็ลืมรักษาความสะอาดให้ห้องน้ำที่เปลือยกายอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นฝักบัว ผ้าพลาสติกหรือที่ฉีดน้ำล้างก้น ผู้หญิงบางคนที่อยู่หออยู่คอนโดก็ยังตากกางเกงชั้นในห้องน้ำที่ไม่มีแสงแดดส่องถึง หรือแขวนผ้าเช็ดตัวทิ้งไว้ในห้องน้ำให้อับชื้น ทั้งที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ทำให้เชื้อราเราชอบมากค่ะ ของเหล่านี้เคยมีคนเอาวิเคราะห์ส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ แล้วพบว่าเต็มไปด้วยเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย แค่คิดก็ขนลุกแล้วล่ะค่ะ

Do : ทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และหากคุณแม่ไม่แน่ใจในผลิตภัณฑ์ใดที่กระทบกับจุดบอบบางในร่างกาย ก็ไม่ควรใช้อย่างเด็ดขาด ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัวทั้งหลายทั้งปวงควรตากให้แดดส่องถึง และซักบ่อยๆ แค่นี้ก็สะอาดปราศจากโรคแล้วล่ะค่ะ


  • Did you know about DRUG
  • ไม่ควรซื้อยาเหน็บรักษาเชื้อรามาใช้เองแต่ควรไปพบสูตินรีแพทย์จะดีกว่าเพราะการใช้ยาไม่ครบขนาดที่กำหนดตามคำสั่งแพทย์ ทำให้เชื้อราเกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง และควรไปตรวจติดตามผลการรักษาด้วยว่าหายขาดแล้ว

  • การรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นยาปฏิชีวนะรักษาอาการสิวอักเสบหรือการรักษาอาการสิวอักเสบหรือการรักษาการอักเสบติดเชื้อเรื้อรังบริเวณอื่น ทำให้เสี่ยงติดเชื้อราได้ง่ายขึ้นเพราะยาปฏิชีวนะจะไปทำลายแบคทีเรีย “แลคโตแบซิลลัส” ที่เป็นมิตร

  • การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเกิดเชื้อราในช่องคลอด ผู้หญิงที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่จึงต้องรักษาสุขอนามัยของอวัยวะเพศให้ดีที่สุดเพื่อป้องกันเชื้อราค่ะ

(update 12 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.139 May 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600