จำได้ไหมคะว่านานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้ไปพบทันตแพทย์ยิ่งช่วงท้องแบบนี้เคยได้ยินมาว่าฟันจะผุง่ายซะด้วยแต่เอ
จะจริงอย่างเขาว่ารึเปล่า ต้องฟัง ทพญ.วงจันทร์ อิสสระพานิชกิจ
ท้องแล้วฟันผุง่ายจริงหรือ
ตามปกติแม่ท้องฟันผุง่ายค่ะ โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ
1. รับประทานอาหารบ่อย เพราะแม่ท้องมักจะหิวและรับประทานอาหารบ่อยขึ้น บางท่านรับประทานทุกชั่วโมง ทำให้น้ำตาลหรือเศษอาหารไปเกาะอยู่ตามซอกฟันได้ง่ายขึ้นค่ะ
2. กรดจากกระเพาะอาหาร คุณแม่บางท่านมีอาการแพ้ท้องและอาเจียนเมื่ออาเจียนออกมา กรดจากกระเพาะอาหาร และเศษอาหารที่รับประทานเข้าไปซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด จะติดอยู่ตามซอกฟัน ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นเช่นกันค่ะ
3. ฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน จะสูงขึ้นช่วงที่คุณแม่ท้องค่ะ และส่งผลให้เนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะเหงือกในช่องปากนุ่ม ทำให้อักเสบและเลือดออกได้ง่าย เวลาคุณแม่แปรงฟันจะรู้สึกเจ็บและไม่กล้าแรง ฟันจึงผุง่ายขึ้นค่ะ
ลูกดึงแคลเซียมจากฟันไปได้ไหม
ลูกในท้องไม่สามารถดึงแคลเซียมจากฟันของคุณแม่ไปใช้ได้หรอกค่ะเพราะแคลเซียมในฟันเป็นแคลเซียมที่ถาวรแล้ว ไม่สามารถดึงออกได้โดยกลไกในร่างกาย เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่าแม่ท้องแล้วลูกจะดึงแคลเซียมไป ทำให้แม่ฟันผุง่ายขึ้นนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดค่ะ
แต่ถ้าคุณแม่ต้องรับประทานแคลเซียมไม่พอ ลูกในท้องซึ่งอยู่ในช่วงสร้างกระดูกและฟัน ก็จะดึงแคลเซียมจากกระดูกของคุณแม่ไป เมื่อระดับแคลเซียมลดลงหากคุณแม่นั่งหรือยืนนานๆ ก็อาจจะทำให้เป็นตะคริวได้ง่ายเป็นกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นค่ะ
แม่ฟันผุส่งผลต่อลูกหรือไม่
คุณแม่ท้องที่ฟันผุแล้วกังวลว่า จะมีผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าตัวเล็กไปด้วยล่ะก็ เลิกกังวลได้แล้วค่ะ เพราะคุณหมอบอกว่าถึงคุณแม่จะฟันผุ ก็ไม่มีผลต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูกและไม่ทำให้เขาฟันผุค่ะ
แต่อาจมีผลทางอ้อม เพราะเมื่อคุณแม่ฟันผุ เวลาที่จะรับประทานอาหารก็ไม่อร่อย เศษอาหารเข้าไปติดทำให้ปวดฟันหรือเมื่อฟันผุการบดเคี้ยวอาหารก็ไม่ค่อยละเอียดนัก ทำให้การดูดซึมอาหารที่มีประโยชน์อาจจะด้อยไปบ้างค่ะ
แม่ท้องทำฟันได้หรือไม่
หากคุณแม่ฟันผุและมีอาการปวดฟัน สามารถทำฟันได้ค่ะโดยช่วงที่ปลอดภัยและสะดวกที่สุดคือช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟันได้ หรือแม้แต่กรณีที่ต้องผ่าตัดก็สามารถทำได้ แต่คุณหมอจะพิจารณาดูความจำเป็น ถ้าไม่มีอาการอักเสบติดเชื้อ หรือยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาภายในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจจะเลี่ยงไปก่อนค่ะ
ส่วนไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 3 หากว่าจำเป็นจริงๆ ก็สามารถทำได้ แต่คุณหมอไม่ค่อยนิยมทำ จะเป็นเพียงแค่บรรเทาอาการปวด หรือเพื่อบำบัดฉุกเฉินเท่านั้น
ช่วงไตรมาสแรก คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอารมณ์แปรปรวน ตกใจง่าย ฉะนั้นหากทำฟันในช่วงนี้ก็อาจจะเป็นการเพิ่มความเครียดให้คุณแม่ และอาจจะมีผลต่อเด็กในท้องได้ค่ะ
ไตรมาสที่ 3 ไม่นิยมทำฟันเพราะเด็กตัวโตแล้ว ถ้าคุณแม่นอนลงทำฟัน หรือเอนหลังลงนานๆ น้ำหนักของเด็กที่โตขึ้นจะไปกดทับเส้นเลือดไปเลี้ยงสมอง คุณแม่อาจมีเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมง่ายค่ะ หากจำเป็นจริงๆ ก็สามารถทำได้โดยคุณหมอจะตั้งศูนย์เก้าอี้ให้คุณแม่อยู่ระดับสูงนิดหนึ่ง และในการทำแต่ละครั้งจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ คุณแม่จะได้ไม่ต้องแหงนหน้านานเกินไป
ยาชา ยาแก้ปวด มีผลต่อลูกหรือไม่
หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องทำฟัน เช่น มีอาการปวดทรมานเรื้อรัง หรือติดเชื้อมากขึ้นจนต้องถอนฟัน ซึ่งต้องมีการฉีดยาชาและอาจทำให้คุณแม่กังวลว่าจะมีผลกับลูกนั้น คุณหมอบอกว่ายาชาที่ใช้ในกลุ่มทันตกรรมจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกค่ะเพราะออกฤทธิ์เฉพาะที่ โดยฉีดเข้าเส้นประสาทบริเวณที่จะทำเท่านั้น
ยากลุ่มนี้จะสลายตัวในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และไม่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือด หรืออยู่เป็นระยะเวลานานจนกระทั่งมีผลต่อลูก เพราะฉะนั้นคุณแม่สบายใจได้ค่ะ
สำหรับการจ่ายยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ คุณหมอจะเลือกยาชนิดที่ไม่เป็นอันตรายค่ะ เช่น ยาแก้ปวดก็อาจจะใช้กลุ่มพาราเซตามอล หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้อักเสบก็จะเป็นกลุ่มเพนิซิลลิน ซึ่งเป็นยากลุ่มที่ใช้กันโดยทั่วไปในทางทันตกรรมและมีความปลอดภัยต่อคุณแม่อยู่แล้วค่ะ
แม่ท้องต้องดูแลสุขภาพฟันอย่างไร
โดยทั่วไปทันตแพทย์จะแนะนำให้ตรวจฟันทุก 6 เดือน สำหรับคุณแม่ท้องนั้น ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน คุณหมอแนะนำว่าควรตรวจสักครั้งหนึ่ง แต่ถ้าสะดวกและเป็นไปได้ควรตรวจทุก 3 เดือน เนื่องจากคุณแม่ฟันผุไดง่าย
คุณหมอยังแนะนำว่าทางที่ดีควรวางแผนตั้งแต่ก่อนท้องปกติเรามักจะไปตรวจร่างกายเพื่อเช็กเลือดและความผิดปกติอื่นๆ แต่เรามักจะละเลยการตรวจสุขภาพฟัน ฉะนั้นการตรวจสุขภาพช่องปากก่อนท้องน่าจะดีกว่า หากมีปัญหาอะไร เช่น มีหินปูนหรือมีฟันผุ คุณหมอจะได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และไม่เกิดปัญหาภายหลังค่ะ
ข้อควรระวัง
หากคุณแม่ไปพบทันตแพทย์ ควรแจ้งกับคุณหมอด้วยว่ากำลังท้องเพราะบางคนท้องเล็กทำให้คุณหมอไม่ทราบว่ากำลังท้อง เพราะหากมีความจำเป็นต้องเอกซเรย์เฉพาะที่จำเป็น และจะให้ใส่เสื้อตะกั่วกันรังสีรวมถึงเรื่องการจ่ายยา ซึ่งคุณหมอจะได้เลือกกลุ่มยาที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ด้วยค่ะ
ลองหันหน้าเข้าหากระจกแล้วอ้าปากดูสักหน่อยดีไหมคะว่าฟันผุหรือไม่ จะได้ไม่ป้องกันและแก้ไขได้ทันท่วงทีไงล่ะคะคุณแม่ท้องขา
(update 24 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]
|