1. เกิดจากการไหลย้อนกลับของเยื่อบุโพรงมดลูก คือ บางจังหวะที่มดลูกบีบตัว แทนที่ประจำเดือนจะไหลงข้างล่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ไหลย้อนกลับออกไปทางปลายท่อนำไข่และไปเกาะอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของช่องท้อง รวมทั้งยังอาจไปเกาะอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะก็ได้ค่ะ 2. เกิดจากการไหลไปตามเส้นเลือดหรือหลอดน้ำเหลือง บางครั้งพบว่ามีเยื่อบุโพรงมดลูกไปเกาะอยู่ตามชายปอดซึ่งอยู่ไกลจากมดลูกมาก จึงเชื่อว่าอาจจะไหลไปตามเส้นเลือด แต่สาเหตุนี้มีคนเชื่อถือน้อย เพราะพบไม่บ่อยหรอกค่ะ 3. เกิดจากความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยเชื่อว่าเกิดจากการเจริญเติบโตของเยื่อบุที่เกิดความผิดปกติขึ้นเอง เช่น เนื้อเยื่อที่จะแยกไปเป็นผิวหนังหรือส่วนต่างๆ โตผิดตำแหน่ง และกลายเป็นช็อกโกแลตซีสต์ เป็นต้น 4. เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ตรวจภายใน เพื่อดูว่ามดลูกใหญ่ไหม มีก้อนที่บริเวณมดลูกและรังไข่หรือไม่ วึ่งหากมีก้อนกว่าจะคลำเจอจากมือก็ต้องใหญ่ประมาณ 2-3 ซม. ขึ้นไป อัลตราซาวนด์ หากมีก้อนเล็กๆ ตั้งแต่ 5 มม. ขึ้นไปก็สามารถตรวจพบได้จากการทำอัลตราซาวนด์ค่ะ เพียงแต่ไม่สามารถจะวินิจฉัยพังผืดได้ ส่องกล้อง เป็นการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด แพทย์จะส่องกล้องโดยเปิดแผลเล็กๆ บริเวณใต้สะดือ แล้วสอดกล้องขนาดประมาณ 5 มม.-1 ซม. ลงไปซึ่งสามารถจะเห็นภาพว่ามดลูก ปีกมดลูกและรังไข่อยู่ตรงไหน มีความผิดปกติ หรือช็อกโกแลตซีสต์เกาะอยู่ในบริเวณมดลูกและรังไข่หรือไม่
1. ให้กินยาแก้ปวด หากมีอาการปวดประจำเดือน และกินพาราเซตามอลเม็ดเดียวแล้วหายปวดก็ไม่ต้องทำอะไร แต่หากต้องใช้ยาแก้ปวดระดับที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้องรักษาในระดับต่อไปค่ะ 2. ให้ยาคุมกำเนิด ทั้งชนิดกินและฉีด ยาคุมกำเนิดชนิดกิน มีทั้งชนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน กับชนิดที่มีโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว เมื่อกินยาคุมกำเนิดจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนน้อยลง ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวไม่มาก ทำให้ประจำเดือนมีน้อยและอาการปวดจะดีขึ้นค่ะ ยาคุมกำเนิดชนิดฉีด จะทำให้ไม่มีประจำเดือน เพราะไข่ไม่ตกเยื่อบุโพรงมดลูกจะบางตลอด เมื่อไม่มีประจำเดือนก็จะไม่ปวดค่ะ 3. ให้ GNRH ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากสมอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสร้างจากรังไข่ภายใต้การควบคุมของสมองค่ะ ฮอร์โมน GNRH จะไปกดการทำงานของสมอง ซึ่งเมื่อฉีดฮอร์โมนนี้แล้วจะหายปวดเป็นปลิดทิ้ง และโรคก็จะฝ่อลง แต่มีข้อจำกัดคือราคาสูงมาก เข็มหนึ่งราคาเป็นหมื่นบาท 4. ให้ฮอร์โมนเพศชาย วิธีนี้จะใช้ฮอร์โมนเพศชายต้านฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งข้อเสียคือถ้าใช้มากๆ ลักษณะของเพศชายจะปรากฏออกมา เช่น มีขนขึ้น เพราะฉะนั้นหากเลือกรักษาวิธีนี้ก็ต้องยอมรับผลข้างเคียงนี้ด้วยค่ะ 5. ผ่าตัด การผ่าตัดแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ผ่าเฉพาะส่วนที่เป็น เหตุผลของการผ่าตัดแบบนี้คือ ต้องการเก็บรังไข่ส่วนที่ดีไว้ ผู้ที่เลือกผ่าตัดแบบนี้ คือคนที่ยังต้องการมีลูกค่ะ ผ่าตัดทั้งหมด วิธีนี้หายเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ เพราะคุณหมอจะตัดมดลูกออกทั้งหมดเลย