หากลูกน้อยของคุณเกิดมาพร้อมกับโรคร้าย
โลหิตจางชนิด Aplastic Anemia ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว ฯลฯ ความทุกข์คงถาโถมหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่แบบสุดๆ แต่ด้วยวิทยาการที่ สเต็มเซลล์ (Stem Cell) การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
Stem Cell
สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์ตัวอ่อนที่มีความสามารถหรือคุณสมบัติ 2 ประการ คือ
1. ความสามารถที่จะแบ่งตัวให้ได้ Stem Cell ใหม่ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนเซลล์เดิมทุกประการ
2. ความสามารถที่จะเจริญเซลล์เนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่จำเพาะ
ขณะนี้เซลล์ต้นกำเนิดบำบัดหรือสเต็มเซลล์ ที่เป็นการรักษามาตรฐานมาจาก 3 แหล่ง คือ จากไขกระดูก จากเลือด และจากสายสะดือทารก ก่อนที่จะนำมาใช้กับคนป่วย ก็จะต้องตรวจดูก่อนว่ามีลักษณะทางพันธุกรรม หรือที่เรียกว่า HLA (Histocom palibility loci antigens) ตรงกัน
- สเต็มเซลล์จากไขกระดูก ได้จากการเจาะเข้าไปที่ไขกระดูกบริเวณกระดูกก้นกบ การเจาะแต่ละครั้งจะต้องดมยาสลบ เพราะจะเจ็บมาก และกว่าจะได้มาต้องใช้เวลานาน เนื่องจากปริมาณที่คนไข้ต้องการจะอยู่ที่ 20 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว 10 กิโลกรัม
- สเต็มเซลล์จากเลือด เนื่องจากการเจาะไขกระดูกกว่าจะได้คนไข้ทั้งเจ็บตัวและใช้เวลานาน จึงมีการคิดวิธีเคลื่อนย้ายสเต็มเซลล์ไขกระดูกให้ออกมาอยู่ในเลือด โดยจะฉีดยา G-csF 4-5 วัน สเต็มเซลล์จะออกมาในเลือด แล้วจึงน้ำเลือดออกมาเข้าเครื่องแยกเอาเฉพาะสเต็มเซลล์ชนิดที่ต้องการ
- สเต็มเซลล์เลือดสายสะดือทารก สามารถเก็บได้ทันทีหลังจากทารกคลอด โดยคุณหมอจะเก็บเลือดที่ยังเหลือในสายสะดือ ในการคลอดแต่ละครั้งจะเก็บได้ประมาณ 100-200 ซีซี ก่อนนำมาใช้จะเก็บไว้ในถังไนโตรเจน อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส
ไขกระดูก
โรงงานผลิตเม็ดเลือด
ไขกระดูกของคนเราอยู่ภายในกระดูกทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงงานผลิตเม็ดเลือดเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด
- เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่นำออกซิเจนออกจากปอด เพื่อนำไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
- เม็ดเลือดขาว เหมือนทหาร ทำหน้าที่ต่อสู้ ป้องกันและทำลายเชื้อโรค
- เกล็ดเลือด เวลาที่มีเลือดออกเกล็ดเลือดจะทำให้เลือดแข็งตัว
นี่แหละค่ะหน้าที่และคุณสมบัติของไขกระดูกที่ดีแต่ถ้าไขกระดูกทำหน้าที่ผิดปกติ ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆได้มากมาย
สเต็มเซลล์รักษาโรคของไขกระดูก
1. โรค Aplastic Anemia เกิดจากการที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้น้อย ทำให้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดลดจำนวนลง เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีอาการโลหิตจาง หรือมีอาการเลือดออกผิดปกติ หรือมีไข้จากโรคติดเชื้อ
การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ เนื่องจากโรคนี้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากไขกระดูกไม่ทำงาน วิธีการรักษา คุณหมอจะใส่สเต็มเซลล์ใหม่เข้าไปเมื่อร่างกายมีสเต็มเซลล์ที่ผลิตไขกระดูกได้เป็นปกติแล้ว ก็จะทำงานผลิตเม็ดเลือดตามปกติ หนูน้อยก็จะหายจากโรคนี้ค่ะ สเต็มเซลล์ที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากพี่น้องที่ HLA เหมือนกัน
2. โรคธาลัสซีเมีย คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินโรคนี้ เพราะธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อย สาเหตุเกิดจากไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ หนูน้อยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียจะมีอาการซีด ตัวเหลือง ตาเหลือง ตัวเล็ก หน้าตาเปลี่ยนรูป ตับม้ามโต ถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการหัวใจวาย และมีธาตุเหล็กคั่งตามอวัยวะต่างๆ
การรักษาสเต็มเซลล์ คุณหมอจะให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงไปทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ จากนั้นจึงนำสเต็มเซลล์ไขกระดูกของพี่น้องที่ไม่เป็นโรคใส่เข้าไป เพื่อให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงได้ปกติ เม็ดเลือดแดงที่เคยเป็นโรคก็จะเป็นเม็ดเลือดแดงแบบใหม่จากสเต็มเซลล์ตัวใหม่ที่แข็งแรง
3. โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) เกิดจากไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวผิดปกติ โดยมีเม็ดเลือดขาวผลิตมาก ทำให้การสร้างเม็ดเลือดปกติลดลง เด็กจึงมีอาการซีดเพราะโลหิตจางหรือเป็นไข้ หรือเลือดออก หรือเป็นพร้อมกันทั้ง 3 อาการ ถ้าหากรักษาไม่ถูกต้อง เด็กอาจเสียชีวิตในเวลาอันสั้น
การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ใช้หลักการเดียวกันกับโรคธาลัสซีเมีย คือการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงไปทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ จากนั้นจึงนำสเต็มเซลล์ใหม่ที่ปกติ ใส่เข้าไปเพื่อให้ไขกระดูกสามารถสร้างเม็ดเลือดได้ปกติ
4. โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Burkilt เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้บ่อยในเด็กจะเกิดที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง แม้จะไม่ได้เกิดจากไขกระดูกโดยตรง แต่ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่ใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาได้สำเร็จ
เด็กที่เป็นมะเร็งชนิด Burkilt นี้ จะมีอาการไข้ขึ้น น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต มีลักษณะเป็นก้อนโตตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น เช่น ถ้าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณทรวงอก เมื่อต่อมน้ำเหลืองโตก็จะไปกดอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้คอบวม หน้าบวม
การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ปกติการรักษามะเร็งจะใช้เคมีบำบัด หรือที่เรียกว่าฉายรังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ข้อจำกัดของการใช้ยาเคมีบำบัด คือ ไม่สามารถให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งตัวสุดท้ายได้ เพราะร่างกายจะทนไม่ไหว เนื่องจากมีจำนวนเม็ดเลือดลดลง
เมื่อนำสเต็มเซลล์มาใช้ หมอสามารถให้เคมีบำบัดกับเด็กในปริมาณที่สามารถฆ่ามะเร็งตัวสุดท้าย แล้วจึงให้สเต็มเซลล์เข้าไปในไขกระดูก เพื่อให้มีการสร้างเม็ดเลือดได้ ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็ว กรณีนี้ไม่ได้ใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคมะเร็งโดยตรงแต่เป็นการให้สเต็มเซลล์เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วค่ะ.
(update 21 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]
|