ชักมีคำถามกันมากขึ้นระหว่างคนไข้ที่ตั้งครรภ์กับหมอที่รับฝากครรภ์อย่างเช่นตัวผมนี้เป็นต้น
คำถามนั้นมีว่า Stem Cell นั้นคืออะไรและจะเก็บเลือดจากสายสะดือลูกไว้ตามคำโฆษณาจะดีไหม
คำตอบของผมก็คือ ก็ดีครับ โดยมีข้อแม้ว่าถ้ามีสตางค์ แต่ยังมีข้อแม้เพิ่มเติมอีกว่า ถ้าไม่มีสตางค์ก็ไม่เป็นไร ที่ผมบอกว่า ดี นั้นมันดีอย่างแน่นอน ถ้าหากได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งคำว่าประโยชน์ในที่นี้ก็คือประโยชน์ต่อการรักษาโรค ซึ่งนับได้มากมายร่วมเจ็ดสิบแปดสิบชนิดซึ่งมีทั้งรักษาด้วย Stem Cell แล้วได้ผลอย่างแน่นอนแล้ว และยังมีอีกหลายสิบโรคที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา
ดังนั้นถ้ามีโอกาสและมีเงินผมมีความเห็น โดยส่วนตัวว่าควรจะเก็บ และถ้าเก็บความจะเก็บไว้นานแค่ไหน ในปัจจุบันให้คำตอบว่าเก็บไว้ได้นานประมาณ 20 ปี ซึ่งในอนาคตอันไม่ไกลนักผมเชื่อว่ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ทำให้การเก็บ Stem Cell เอาไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตได้ยาวนานยิ่งขึ้นและนานกว่า 20 ปี
นั่นหมายความว่าเขาเก็บไว้ในฐานะของส่วนตัวและแน่นอนว่าก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาซึ่งก็มิได้มากมายอะไรนัก และถ้าไม่มีสตางค์หรือถึงแม้ว่ามีแต่อยากจะบริจาค Stem Cell ให้กับคนอื่นๆ ทั่วไป เหมือนกับการบริจาคเลือดก็สามารถที่จะทำได้ โดยสภากาชาดไทยยินดีรับบริจาค Stem Cell เอาไว้ใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น ก็เหมือนกับบริจาคเลือดเอาไว้ใช้เป็นส่วนกลางนั่นเอง
กรณีนี้ แน่นอนว่าคุณไม่ต้องเสียเงินเลยสภากาชาดไทยจัดให้หมด ขอให้บอกเท่านั้นแหละทีนี้มาถึงคำถามแรกก็คือ Stem Cell นั้นคืออะไร คำตอบง่ายๆ ก็คือ เซลล์ต้นแบบของร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั่นเอง สิ่งมีชีวิตมนุษย์อย่างเรานับตั้งแต่อุบัติขึ้นมา ก็มาจากเซลล์ เซลล์เดียวคือเซลล์จากรังไข่ของแม่ แต่เป็นเซลล์ที่ไม่สามารถขยายแพร่พันธ์ได้ จนกว่าจะได้รับการปฏิสนธิจากเชื้ออสุจิพ่อเสียก่อน เมื่อได้รับการปฏิสนธิแล้ว เซลล์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ก็จะเริ่มมีชีวิตชีวา มีการแบ่งเซลล์จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปดไปเรื่อยๆ โดยมีกลไกทางพันธุกรรมที่อยู่ในเซลล์เป็นตัวกำหนดให้มีการเจริญเติบโต และสร้างเนื้อเยื่อไปในทิศทางไหน จะไปเป็นแขน เป็นขา เป็นสมอง ไปเป็นตับไต ไส้พุง ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดมาจากเซลล์ เซลล์เดียวเท่านั้น แต่เซลล์เริ่มต้นนั้นยังไม่ใช่ Stem Cell
Stem Cell เป็นสิ่งหนึ่งที่ร่างกายสร้างเอาไว้ เป็นอะไหล่ เผื่อวันดี คืนดี ต้องนำกลับมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น คุณเป็นแผลที่แขน เกิดจากมีดบาด ว่างั้นเถอะ แต่สุดท้าย แผลก็หายสนิทนั่นเพราะ Stem Cell ที่ร่างกายเก็บไว้ เป็นเซลล์อะไหล่ได้ถูกนำมา
ใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ดังนั้นในตัวของคนทุกคน จึงมีเซลล์อะไหล่เหล่านี้เก็บไว้อยู่แล้ว คือเก็บอยู่ในไขกระดูก
ด้วยเหตุนี้เอง บางคนเรียก Stem Cell ซึ่งแปลว่าเซลล์ต้นแบบว่าเป็นเซลล์อะไหล่ เหมือนอะไหล่รถยนต์ ที่สามารถนำมาเปลี่ยนทดแทน เครื่องยนต์ที่ชำรุดสึกหรอได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ร่างกายชำรุดสึกหรอก็สามารถซ่อมแซมได้ ด้วยเซลล์อะไหล่ แต่การปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ บางครั้งบางคราวจะรู้สึกว่ามันไม่ทันใจ การนำ Stem Cell มาใช้ดูเหมือนจะทันใจมากว่า เช่น การรักษาโรคมะเร็งของเม็ดเลือด การรักษาโรคเลือด ธาลัสซีเมีย การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย การรักษาโรคเบาหวน ด้วยการปลุกให้ตับอ่อนแข็งแรงขึ้น สามารถสร้างอินซลินให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายการรักษาแผลโรคเบาหวาน ซึ่งเดิมที่บอกว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ในที่สุดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดให้เสียอวัยวะ
ด้วยข้อดีของการใช้ Stem Cell เพื่อการรักษาโรคนั้น ในสมัยก่อนมีข้อจำกัดที่ว่าจะหา Stem Cell ได้ยากลำบาก เพราะในร่างกายผู้ใหญ่แต่ละคนก็มีข้อจำกัด หามาแล้วอาจนำมาใช้ไม่ได้เพราะมันไม่เข้ากัน ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ จนในที่สุดความสว่างก็ฉายแววขึ้นมา เมื่อนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชาวฝรั่งเศสค้นพบว่าในเลือดที่ได้จากสายสะดือ รวมทั้งจากรกของเด็กทารกเกิดใหม่นั้น มี Stem Cell อยู่จำนวนมหาศาล แถมเป็น Stem Cell แบบที่บริสุทธิ์ผุดผ่องกว่า Stem Cell จากที่ได้จากผู้ใหญ่ เมื่อนำมาใช้ก็ได้ผลดีกว่าเสียอีก และถ้าได้นำกลับมาใช้กับตนเอง ก็จะได้ผลที่ต้องการมากที่สุด เหมือนกับการเอาเลือดของตัวเองมาให้ตัวเองนั่นแหละ หากทำได้ก็ดีที่สุดแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่ได้ เนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง เป็น Stem Cell ของเราเอง มีหรือจะใช้ไม่ได้ ไม่มีหรอกครับ
เมื่อเหตุการณ์มันเป็นเช่นนี้และผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนี้ผมถึงให้คำตอบว่า ดีครับ.
(update 25 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007]
|