Thing U Know ? บางอย่างใกล้ตัวและบางสิ่งที่แสนจะธรรมดา แต่อาจมีที่มาที่เราไม่เคยรู้ มาดูเลยว่าน้องๆ หนูๆ รู้หรือไม่ว่า
- จ๊วบ จ๊วบ หลูดดอด
หลอดดูด
รู้ไหมเอ่ย
ว่าหลอดดูดนานาชนิดหลากหลายสีสันที่เราๆ ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการมาจากกระดาษมวนบุหรี่ ผู้ริเริ่มคือนายมาวิน ซี. สโตน จากการที่ได้เห็นวิธีการมวนกระดาษบุหรี่ของชาวบ้านและเห็นการที่สมัยก่อนชาวบ้านมีการนำหลอดจากลำต้นพืชธรรมชาติ เช่น ต้นกก ต้นอ้อ มาใช้ดูดยาเหลวๆ รับประทาน เขาได้ดัดแปลงด้วยการนำกระดาษมนิลามาฉาบพาราฟินเคลือบกระดาษแล้วม้วนเป็นเกลียวจนพัฒนามาเป็นหลอดดูดเช่นปัจจุบัน คุณมาวิน ซี.สโตน คนนี้เขาได้จดทะเบียนสิทธิบัตรหลอดดูดของเขาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1888
- Coke กับ PEPSI ใครนะมาก่อน
รู้แล้วยกมือ
ไม่ต้องสงสัยค่ะว่าใครเกิดก่อนกัน ง่ายๆ คนที่มาก่อนคือ Coca Cola หรือมีชื่อเล่นว่า Coke นั่นแหละ หลังจากนั้น 12 ปี PEPSI ถึงลืมตาตามมาดูโลก แต่สองอย่างนี้นอกจากจะมีรสชาติและสีคล้ายกันมากๆ แล้ว สองน้ำดำนี้เขายังถือกำเนิดมาจากเภสัชกรเหมือนกัน โดยโค้กนั้นเกิดขึ้นจาก เภสัชกรจอห์น เพมเบอณตัน ซึ่งโค้กในตอนนั้นคือยาตัวใหม่ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยกระตุ้นให้สมองและร่างกายสดชื่น จากนั้นก็พัฒนามาจนพบว่ามันน่าจะเป็นเครื่องดื่มมากกว่าที่จะเป็นยา ที่ได้ชื่อว่า โคคา โคลา เพราะว่า มันมีส่วนผสมของใบโคคา และผลโคล่านัท ส่วนเบซี่ก็ผลิตตามมาด้วยส่วนประกอบที่คล้ายกันโดยเภสัชกรชาเล็บ ดี. แรดแฮม รสชาติแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับใครจะชอบแบรนด์ไหน แต่ถ้าไม่โปรกทั้ง Coke และเป๊บซี่ อย่าลืมนะคะว่า กระทิงแดงโคล่าของเมืองไทยเราก็มี
.
- ขี้จุ๊เบบี้ ขี้ตั๋วเบบี้
ขี้ฮกตาลาล้า
ใครที่ชอบแจกสตรอเบอร์รี่หรือขี้ตั๋ว ขี้จุ๊และขี้ฮกทั้งหลาย ฟังทางนี้ มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเรื่องเครื่องจับเท็จหรือจับโกหก คุณจอห์น ลาร์สัน ซึ่งคุณคนนี้เขามีความเชื่อเรื่องปฏิกิริยาผันแปรของร่างกายมนุษย์เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นมา รวมไปถึงการโกหกด้วย คนที่พูดโกหกนั้นจะมีวามดันเลือดที่เปลี่ยนไป จังหวะการเต้นและลมหายใจกระชั้นขึ้นขณะตอบคำถามคุณจอห์นคนนี้เขาก็เลยคิดค้นประดิษฐ์เครื่องจับเท็จ (polygraph lie detector) สำเร็จเป็นเครื่องแรกในปี ค.ศ. 1921 ต่อมาในปี 1931 เครื่องนี้ก็ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้มากขึ้น โดยนายลีโอนาร์ด คีเลอร์ นักอาชญาวิทยาซึ่งจดสิทธิบัตรในปีนั้นด้วย
- อะไรเอ่ย
. ยิ่งสูง ยิ่งสาว
คุณผู้หญิงทันสมัยท่านใดที่นิยมสวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นพิเศษ ทราบกันไหมคะว่าก่อนจะมาเป็นรองเท้าส้นสูงให้คุณสุภาพสตรีทุกเพศ ทุกวัยสวมใส่กันสวยงาม ในอดีตนั้นมันเคยเป็นรองเท้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาก่อนที่จะพัฒนามาเป็นรองเท้าส้นสูงของผู้หญิง ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสนั้น ท่านทรงมีพระวรกายที่เตี้ยมาก และทรงรำคาญที่เงยหน้าคุยกับคนอื่น จึงทรงสั่งให้ช่างตัดรองเท้าทำรองเท้าส้นสูงพิเศษขึ้นมา ต่อมาบรรดาขุนนางในวังต่างก็นิยมสวมใส่เวลาผ่านไปบรรดาผู้ชายลดการสวมใส่กันมากกว่า จนกลายเป็นแฟชั่นที่หลากหลายและยังคงได้รับความนิยมมานานกระทั่งปัจจุบันนี้
- จี้เอวตัวเอง
. ไม่เห็นจักจี้เลย
เวลาคนอื่นจี้เอวทีไร หัวเราะน้ำตาเล็ดทุกที แต่เอ๊
พอจี้เอวตัวเองทีไรไหงไม่ขำหรืออยากหัวเราะเลย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะถูกจี้เอวเลยไม่จักจี้ หรืออยากหัวเราะ การจักจี้นั้นเกิดจากปฏิกิริยาตอลกลับอัตโนมัติ เมื่อจี้เอวตัวเองเรารู้อยู่แล้วจึงทำการระงับปฏิกิริยาตอบกลับ แต่เมื่อผู้อื่นมาจี้สมองเราไม่ทันได้ทำการระงับปฏิกิริยาตอบกลับ จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะไงล่ะ แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่มีใครทำอะไรให้ก็หัวเราะ
.แต่สักพักกลับร้องไห้ ขอแนะนำว่าให้รีบไปหาจิตแพทย์ด่วน!!!
เคยสงสัยไหมค่ะว่า ป.ล. ย่อมาจากอะไร
. อู้ย
. ง่ายจะตายค่ะ ป.ล. ก็ย่อมาจาก เป็นลม ไงล่ะ ล้อเล่นค่ะ
. ป.ล.ท้ายจดหมายย่อมาจากคำว่า ปัจฉิมลิขิต ปัจฉิมแปลว่า สุดท้าย ลิขิตแปลว่า เขียน รวมๆ แล้วก็แปลว่าเขียนสุดท้าย เป็นการเพิ่มเติมเนื้อความในจดหมายที่ต้องการบอกหลังจากเขียนจบแล้ว
อ้อ
แต่อย่าเพิ่งคิดเชียวนะคะว่ามีเพียงคนไทยเท่านั้นที่คิดได้
. ฝรั่งเขาก็มีเหมือนกันเจ้าค่ะ เขาใช้ตัวย่อว่า P.S. ไง ซึ่งย่อมาจากคำว่า Postscript ความหมายก็คล้ายๆ กับของเรานั่นแหละค่ะ เวลาเขียนจดหมายคุณอาจจะลงท้ายด้วย P.S. และ ป.ล. เช่นคุณอาจจะลงท้ายว่า P.S. Love you always
. My baby หรือลงท้ายแปลเป็นแบบไทยว่า ป.ล. รักเธอเสมอนะ
. เด็กโง่ (ฮิฮิ)
- โดนัลด์ ดักส์ ตัวการ์ตูนยอดนิยมของ วอลล์ ดิสนีย์ ถูกแบนด์ในฟินแลนด์เพราะเขาไม่ใส่กางเกงใน
- ยุงบินด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง ส่วนผีเสื้อบินด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง
- ปลาที่อาศัยในน้ำลึกเกิน 800 เมตร จะไม่มีตา
- ฮิปโปผายลมทางปาก
- จิงโจ้ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่เดินถอยหลังไม่ได้
- อูฐสามารถหมุนหัวได้ 180 องศา
- เลือดของกุ้งมังกรเป็นสีน้ำเงิน
(update 27 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.165 April 2007]
|