เสริมพลังความจำด้วย Exercise


เด็กหลายคนที่มุ่งมั่นสนใจแต่เรื่องเรียน และเด็กหุ่นตุ้ยนุ้ยที่วันๆ เอาแต่เล่นเกม กินขนมหวาน นี่แหละติดโผเด็กที่ไม่ออกำลังกายมากที่สุดแล้วรู้กันหรือไม่ว่า แค่เพียงพวกเขาเดินออกไปที่สนามกีฬาและเริ่มเล่นกีฬากับเพื่อนๆ การทำงานของสมองของเด็กเหล่านี้ก็จะดีขึ้นค่ะ


สมองดี ต้องมีเวลา Exercise

ก่อนหน้านี้เราทุกคนทราบกันดีถึงประโยชน์อันมากมายของการออกกำลังกาย (แม้บางคนจะไม่เคยออกกำลังกายเลยก็ตามเถอะ) ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพแข็งแรง สนุกสนาน ได้เพื่อนใหม่ๆ แต่ในงานวิจัยชิ้นล่าสุดจาก The Society for Neuroscience พบว่าการออกำลังกายให้ประโยชน์กับสมองด้วย

งานวิจัยชิ้นดังกล่าวทำกับหนูค่ะ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ออกกำลังกายโดยแบ่งการถีบจักรและวิ่งในลู่เป็นประจำส่วนหนูอีกกลุ่มที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยวันๆ เอาแต่กินกับนอน ผลการวิจัยพบว่าหนูที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สมงอส่วน Hippocampus (สมองที่มีรูปร่างคล้ายกับม้าน้ำ) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ มีขนาดโตขึ้นมากกว่าหนูที่ไม่ออกกำลังกายถึง 2 เท่า ตรงนี้จึงสะท้อนได้ว่าการออกกำลังกายนั้น มีส่วนทำให้ความจำดีขึ้นด้วย

นอกจากนั้นแล้วการออกกำลังกายยังช่วยทำให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ส่งผลให้สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเติบโตได้ดี ในขณะเดียวกันการที่เด็กควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีจะทำให้เด็กมั่นใจในตัวอง ยิ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สารเอนโดร์ฟีนในสมองจะหลั่งออกมาทำให้เด็กเกิดความสุข ซึ่งมันจะสะท้อนกลับไปทำให้สมองทั้งหมดพัฒนาได้ดีอีกด้วย

ข้อสรุปดังกล่าวคงทำให้เด็กที่ออกกำลังกายเป็นประจำดีใจไม่น้อย ที่สิ่งที่เราชอบนั้นเป็นประโยชน์ต่อสมองและการเรียนรู้ แต่ก็ไม่ใช่แค่ออกกำลังแล้วไม่อ่านหนังสือเลยนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะมีเนื้อหาอะไรไปให้จดจำและเรียนรู้ล่ะขณะเดียวกันเด็กที่วันๆ เอาแต่เรียนขลุกอยู่แต่ในห้องสมุด ไม่เคยออกกำลังกายเลยหากแบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปออกกำลังกายสมองก็จะจดจำเนื้อหาในบทเรียนดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องท่องจำมากจนเกินไปค่ะ

ย้อนไปที่การทดลองกับหนูอีกครั้ง เราพบว่าหนูที่ใช้ในการทดลองเป็นหนูที่โตเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ลูกหนูอายุน้อย แต่ความจำก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ จึงทำให้เชื่อกันว่าสมองของคนเราไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถพัฒนาเครือข่ายใยสมองให้เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ และยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องไปชั่วชีวิตเลยทีเดียว

ข้อดีของการออกกำลังกายไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมก่อนวัยอันควร และช่วยซ่อมแซมเซลล์สมองที่ถูกทำลายหรือเสื่อมลงเพราะอายุมาก ให้ทำงานดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่ออกกำลังกายเบาๆ ยังจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วย

เห็นได้ว่าการออกกำลังกายดีต่อสมองของคนทุกเพศทุกวัยค่ะ เริ่มตั้งแต่เด็กวัยเรียน คนวัยทำงาน รวมไปถึงคนวัยกลางคน หากออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้วจะห่างไกลโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ด้วยนะคะ


กีฬาแบบไหนช่วยพัฒนา "สมอง"

แต่หลายๆ คนอาจจะรู้สึกสงสัยว่ากีฬาประเภทใดบ้างที่ช่วยพัฒนาสมอง นพ.อุดม เพชรสังหาร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็กและเยาวชนสถาบันรักลูก อธิบายว่าสามารถเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Kick Boxing เต้นแอโรบิค วิ่งไปรอบสนาม ฯลฯ เพียงแต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับวัยและความชอบ ความต้องการจะเล่นอย่างแท้จริง และควรเล่นอย่างน้อย 15-30 นาที เป็นเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ถ้าลูกอายุ 3 ขวบ กำลังเป็นวัยที่เริ่มจะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ตั้งใจเกือบทุกส่วน กิจกรรมที่เขาให้ออกกำลังกายอาจจะเป็นการปั่นจักรยานสามล้อ ปีนป่าย ห้อยโหน วิ่ง หรือจะเป็นการเต้นประกอบจังหวะเพลงแบบแอโรบิคของผู้ใหญ่ก็ดี เพราะจะทำให้เด็กได้คุ้นเคยกับจังหวะซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ของวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กโตก็เลือกประเภทกีฬาที่ลูกถนัดเป็นการดีที่สุดค่ะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ว่าเรากำลังอยู่ในยุค Health Concern สุดขั้ว Fitness ต่างๆ ผุดกันขึ้นมาราวดอกเห็ด แต่พอถามว่าใครบ้างที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนับดูแล้วคงมีไม่เท่าไหร่ คนที่ไม่ออกกำลังกายมักจะอ้างว่าเหนื่อย บางคนบอกว่าไม่จำเป็น เสียเวลา และที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นก็คือไม่ได้มีแต่เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นที่ออกกำลังกายน้อย แม้แต่เด็กเองก็ยังมีอัตราการออกกำลังกายน้อยลงด้วย ควบคู่ไปกับปัญาโรคอ้วนที่เพิ่มมากขึ้นทุกทีขณะที่ในโรงเรียนเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชั่วโมงพลศึกษามากเท่าที่ควร สังเกตจากใน 1 สัปดาห์มีชั่วโมงพลศึกษาเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงเท่านั้นแต่การเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายกับสมองกำลังแพร่หลายอยู่ในอเมริกานะคะ ล่าสุดหลายโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาฯ เมื่อทราบผลการวิจัยก็เรียกร้องให้มีการเพิ่มชั่วโมงพลศึกษาในโรงเรียนกันมากขึ้นตัวอย่างที่ดีๆ แบบนี้ โรงเรียนเมืองไทยที่ไหนสนใจลองนำไปใช้ดูบ้างก็ดี

อย่างไรก้ดีเมื่ออ่านบทความนี้จบแล้วพ่อแม่คนไหนคิดจะบังคับลูกออกกำลังกายเป็นความคิดที่ผิดนะคะ เพราะหากลูกถูกบังคับ ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความเครียดออกมา ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงไปอีก มีการทดลองกับหนูพบว่าหนูที่ชอบวิ่งพอให้ไปว่ายน้ำ ปรากฏว่าประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือส่งเสริมให้ลูกเลือกเล่นกีฬาที่ชอบ มากกว่าแค่ดูทีวีหรือท่องหนังสืออยู่ในห้องแคบๆ

อืม…ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ แล้ววันนี้คุณกับลูกออกกำลังกายหรือยังคะ


(update 2 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.142 August 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600