อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลกินเจแล้ว คุณแม่ที่จะกินเจ ทั้งที่เคยกินเป็นประจำทุกปีและคิดจะเริ่มกินปีนี้ต้องคำนึงถึงคุณค่าสารอาหารให้มากๆ นะคะ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลเจ้าตัวน้อย หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพออาจจะทำให้ล้มป่วยได้ ฉบับนี้เราจึงมีหลักง่ายๆ ในการกินเจให้ได้สุขภาพดีมาฝากค่ะ
- ช่วงที่กินเจ คุณแม่ต้องงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ไข่ และ นม ซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีนและแคลเซียมซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นเพื่อไม่ให้ร่างก่ายขาดสารอาหารที่จำเป็นเหล่านี้ คุณแม่ต้องหาโปรตีนและแคลเซียมจากแหล่งอื่นมาทดแทน ได้แก่ พืชผักตระกูลถั่ว (ถั่วเหลืองมีปริมาณโปรตีนมากที่สุด รองลงมาคือ ถั่วเขียว), เต้าหู้ รวมทั้งโปรตีนเกษตร ส่วนแคลเซียมก็สามารถทดแทนได้ด้วยนมถั่วเหลือง, ผักใบเขียวชนิดต่างๆ, และ งา เป็นต้น
- อาหารเจที่ทำขายส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทผัดและทอด ซึ่งมีมากมายหลายเมนูที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก หากคุณแม่กินเมนูเดิมซ้ำๆ นอกจากจะมีปัญหาเรื่องความอ้วนเนื่องจากแป้งที่กินเข้าไปแล้วใช้ไม่หมดจึงแปรรูปไปเป็นพลังงานสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ยังอาจเจอปัญหาท้องผูกร่วมด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาเหล่านี้ คุณแม่ควรสลับสับเปลี่ยนเมนูให้หลากหลายและกินผักผลไม้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
- อาหารเจย่อยง่าย จึงทำให้หิวบ่อย คุณแม่จึงควรหาของว่างที่มีประโยชน์และไม่ทำให้อ้วนมาเตรียมไว้ ดีกว่ากินขนมหวานๆ หรือของขบเคี้ยว เพราะนอกจากจะไม่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังทำให้อ้วนด้วย ที่สำคัญอย่าปล่อยให้หิวเพราะความหิวอาจทำให้คุณแม่หงุดหงิด ยิ่งได้ยินลูกร้องไห้งอแงก็อาจไปพาลโกรธลูกได้
- การเลือกซื้ออาหารเจที่มีขายอยู่ทั่วไปก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกแต่คุณแม่ต้องระมัดระวังในเรื่องของความสดและสะอาดด้วย มิฉะนั้นอาการท้องร่วงอาจถามหาได้ค่ะ
ประโยชน์ของการกินเจ
การกินเจนอกจากเป็นการทำบุญ ช่วยให้จิตใจผ่องแผ้วแล้ว หากรับประทานเป็นประจำยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างดังนี้ค่ะ
1. การงดเว้นเนื้อสัตว์และรับประทานผักผลเพิ่มขึ้น จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ และยังช่วยให้ร่างกายสามารถขับของเสียออกไปได้หมด ทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายในร่างกาย
2. การรับประทานอาหารเจเป็นประจำ จะทำให้เลือกถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของร่างกายก็จะเสื่อมสลายช้าลงผิวพรรณจึงสดใส ร่างกายก็แข็งแรง ทำให้รู้สึกเบาสบายไม่อึดอัด
3. ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น หัวใจไต ม้ามตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร และ ถุงน้ำดี ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ร่างกายสามารถต้านทานสารพิษต่างๆ ได้มากกว่าคนทั่วไปจึงทำให้ไม่เกิดความเจ็บป่วยโดยเฉพาะโรคที่รุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเก๊าส์ โรคเบาหวาน ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร และ ระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะ และลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย
เมื่อได้รู้ว่าวิธีกินเจที่ถูกต้องและประโยชน์ของการกินเจแล้ว หวังว่าเทศกาลกินเจปีนี้คุณแม่จะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจกันทุกคนนะคะ
(update 20 ธันวาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.171 October 2007]
|