นี่ขนาดแม่ลออไม่ได้ท้องนะจ๊ะ ยังรู้สึกร้อนเลย คิดดูสิว่าคนที่เขากำลังอุ้มท้องเจ้าตัวน้อยเนี่ยจะร้อนกับอากาศขนาดไหน เพราะโดยปกติคนท้องจะรู้สึกอึดอัดไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว และร้อนง่ายกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว นี่ยังมาเจออากาศของเดือนที่ร้อนที่สุดเข้าไปอีก ก็อาจเกิดอาการหงุดหงิดเอาได้ง่ายๆ ค่ะ
ทำไมแม่ท้องถึงขี้ร้อน
คงต้องเล่าคร่าวๆ สักหน่อยค่ะว่าความร้อนมีผลกับคนท้องได้ง่ายก็เพราะระบบในร่างกายของแม่ท้องนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมดลูกที่โตขึ้น อวัยวะภายในก็จะถูกเจ้าตัวเล็กเบียดให้ดันขึ้นมาเรื่อยๆ จนคุณแม่หลายคนบ่นบ่อยๆ ว่าจุกเสียดได้ง่าย เชิงกรานก็ขยายออก รวมถึงมีการไหลเวียนของระบบเลือดเพิ่มมากขึ้นด้วยเพราะส่วนหนึ่งจะนำไปเลี้ยงเจ้าตัวเล็กที่ยังอยู่ในมดลูก และฮอร์โมนในร่างกายก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นนี้นี่เองที่ทำให้บางทีคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายเกิดอาการร้อนวูบวาบได้ง่ายกว่าคนปกติแบบเราๆ ทั่วไป
อันนี้เป็นแค่การเปลี่ยนแปลงคร่าวๆ เท่านั้นนะคะ ส่วนรายละเอียดลึกๆ ลงไปแม่ลออจำไม่ค่อยได้แล้ว เพราะห่างเหินการตั้งครรภ์มาหลายปีแล้ว แต่เอาเป็นว่าบอกคร่าวๆ พอให้คุณผู้อ่านได้รู้ต้นสายปลายเหตุเสียหน่อย
กินอาหารแบบแม่ท้อง
ก่อนจะเข้าสู่เรื่องอาหารที่ช่วยคลายร้อนนั้น เราก็ควรรู้กันสักหน่อยค่ะว่าคนท้องควรมีหลักการกินอาหารที่แตกต่างจากคนไม่ท้องอย่างไรบ้าง
- ในช่วง 3 เดือนแรก
- ช่วงนี้ฮอร์โมนในร่างกายจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากค่ะ แต่จะเริ่มมีคลื่นไส้อาเจียน และช่วงนี้คุณแม่หลายคนมักกินอาหารไม่ค่อยลงเพราะแพ้ท้อง เลยกังวลว่าตัวเองจะทำให้ลูกขาดสารอาหารหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะคุณแม่ทั้งหลาย เพราะเจ้าตัวเล็กของเราเขายังไม่ต้องการพลังงานอะไรมากมายค่ะแต่ยังไงก็เริ่มกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณอาหารตามที่ต้องการ แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นมากๆ หรือมีกลิ่นฉุนค่ะ เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ท้องได้
- ในช่วง 4-6 เดือน
- ช่วงนี้ฮอร์โมนเริ่มเข้าที่ การคลื่นไส้อาเจียนน้อยลง ซึ่งพอเริ่มอยู่ตัวแล้วคุณแม่ก็ต้องพยายามกินอาหารให้ได้ครบและในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ เพื่อบำรุงลูกในท้อง บางทีคนท้องจะร้อนวูบวาบๆ บ้างเพราะปริมาณฮอร์โมนที่สูงขึ้นในร่างกาย
- ดังนั้นจึงควรเลี่ยงอาหารที่ร้อนเกินไปเผ็ดจัดมากไปก็ไม่ดี ต้องคำนึงถึงความพอดีค่ะ คุณแม่บางคนติดรสจัดก็ควรจะเพลาๆ ลง หันมาเลือกอาหารที่เบาๆ ไม่หนักท้อง แต่กินได้บ่อยๆ และรสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไปนัก
- ในช่วง 6-9 เดือน
- ช่วงไตรมาสสุดท้าย เด็กโตเร็ว คุณแม่จะเกิดอาการแน่นท้อง พื้นที่ในท้องก็ลดลงอาหารที่กินจึงควรเป็นอาหารง่ายๆ ทีละน้อยแต่บ่อยๆ ได้ คือจะกิน 3 มื้อหลัก ไม่ได้มากเหมือนเดิม แต่อาจจะมีมื้อเสริมเข้ามาด้วยค่ะ
อาหารคลายร้อน
เมื่อเข้าใจถึงการกินอาหารแบบแม่ท้องไปแล้ว ทีนี้ก็มาดูกันค่ะว่าอาหารแบบไหนกันนะที่ช่วยคลายร้อนได้ อ้อ
ไม่สงวนสิทธิ์แค่แม่ท้องค่ะ คนไม่ท้องก็กินได้ และกินดีเสียด้วยสิ
1. ไม่กินเผ็ดค่ะ
ไม่กินเผ็ด
อาหารที่ช่วยคลายร้อนได้นั้นจะต้องเป็นอาหารที่รสชาติไม่จัดจ้าน ก็ขืนลองกินรสชาติจัดจ้านเข้าไปสิเหงื่อคงออกท่วมตัว น้ำหูน้ำตาไหล ร้อนหนักเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากร้อนต้องเลี่ยงอาหารรสจัดๆ ค่ะ
และอาหารรสชาติเผ็ดร้อนจะไปกระตุ้นการสร้างกรดในกระเพาะอาหารซึ่งกรดในกระเพาะอาหารเนี่ยเดิมก็ร้อนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ทีนี้คนที่กำลังตั้งท้องอยู่กรดก็จะออกมาเยอะกว่าปกติ แล้วถ้าคุณๆ เติมความร้อนด้วยการกินของเผ็ดๆ ล่ะก็แม่ลออไม่อยากคิดภาพเล้ย
ว่าจะเป็นยังไง
2. ผักและผลไม้ต้องกินเยอะๆ
อีกวิธีคลายร้อนก็คือ กินผักและผลไม้เยอะๆ ค่ะ เนื่องจากผักและผลไม้เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำและให้พลังงานน้อยจึงเบาท้อง แถมยังมีกากใยสูง รสชาติหวานอ่อนๆ ของผลไม้จะทำให้รู้สึกชื่นใจ ช่วยคลายร้อนได้ดียิ่งเวลาที่นำไปแช่เย็นจัดๆ นอกจากจะชื่นใจ คลายร้อนแล้ว ยังได้ความสดชื่นด้วยค่ะ
นอกจากนี้ในผักแลผลไม้ยังมีวิตามินหลากหลายชนิด และจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่ท้องต้องกินให้มากๆ เพราะคุณแม่ท้องหลายคนมักจะท้องผูก เนื่องจากมดลูกไปกดทับเส้นเลือด เพราะฉะนั้นคุณแม่ท้องยังไง้
ยังไงก็ต้องกินผักและผลไม้ด้วยค่ะข้อแนะนำในช่วงท้องคือ ควรดูแลให้ถ่านทุกวันค่ะ คุณแม่บางคนอาจจะนึกว่าเดี๋ยวแน่นท้องก็ถ่ายออกมาเอง ซึ่งมันไม่ได้ เป็นความจริงนะคะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ท้องควรต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นผักผลไม้เยอะๆ ด้วย
3. ผักและผลไม้ต้องกินเยอะๆ
ช้าก่อนค่ะ
ไม่ใช่แม่ลออบอกว่ากินผักผลไม้เยอะช่วยคลายร้อนได้ ก็ตะบี้ตะบันกินผลไม้สุดโปรดอย่างเช่น ทุเรียน ลำใยซะเต็มที่ แบบนี้ก็ไม่ใช่นะคะ
มีข้อแม้อีกนิดหน่อยว่า ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง นอกจากทุเรียน ลำไย และละมุด รวมถึงของหวานอื่นๆ จำพวกช็อกโกแลต น้ำอัดลม ขนมหวาน ก็ไม่ควรจะกินมากค่ะ เพราะอาหารที่มีน้ตาลสูงเมื่อกินเข้าไปแล้วจะกเเดการเผาผลาญเร็วความร้อนจะขึ้นได้ง่าย และอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดได้
ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็คือ บางคนไม่ได้เป็นเบาหวานก็จะมีมากกว่าช่วงที่ไม่ท้อง บางคนมีโอกาสที่จะเป็นอยู่แล้ว แต่ยังไม่เกิดอาการ ทีนี้พอกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงเข้าไปก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดเบาหวานช่วงตั้งท้องได้ค่ะ
4. ดื่ม
คลายร้อน
จะให้ดีที่สุดก็คือ ดื่มน้ำเปล่าค่ะ ดื่มได้ไม่อั้น คลายร้อนได้ด้วยถึงจะไม่ชื่นใจเท่าที่ควร แต่ก็มีประโยชน์ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำอัดลมนะคะ เพราะจะทำให้ท้องอืด เนื่องจากมีก๊าซ ถ้าเลี่ยงได้จะดีค่ะ ถ้าไม่อยากดื่มน้ำเปล่าลองเปลี่ยนเป็นดื่มน้ำผลไม้เย็นๆ ก็ช่วยคลายร้อนได้ชื่นใจด้วย แถมดื่มได้ตามความต้องการยิ่งในช่วง 3-4 เดือนแรกที่คุณแม่มักกินอะไรไม่ค่อยลง น้ำผลไม้ก็ช่วยได้ และคุณแม่ยังสามารถควบคุมความหวานได้อีกด้วย
น้ำผลไม้
คลายร้อน
อากาศร้อนอย่างนี้ ได้น้ำปั่นเย็นๆ จากผลไม้นี่คงชื่นใจไม่น้อยเลยนะคะ ทำเองก็ได้ง่ายด้วย เพราะบ้านเราน่ะมีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือก จะเอารสเปรี้ยว รสหวานก็หาได้ทั้งนั้น หรือจะเอามาปั่นผสมกันกลายเป็นผลไม้รวมก็ไม่เป็นปัญหาจ้ะ.
(update 21 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]
|