สร้างวัคซีนใจ ให้ครอบครัว


ตอนเป็นเด็ก…คุณพ่อคุณแม่พาเราไปรับการฉีดวัคซีนตามตารางเมื่อเป็นผู้ใหญ่…เราต่างพยายามดูแลเอาใจใส่สุขภาพด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ ได้ แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ…หากร่างกายที่ไร้โรคต้องอยู่ภายใต้จิตใจที่ป่วยไข้


สุขภาพใจ เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

โดยส่วนตัวแล้วดิฉันคิดว่า จิตใจเป็นเรื่องสำคัญและค่อนข้างซับซ้อน แต่สามารถทำความเข้าใจได้ หากเราให้ความสนใจและใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะจิตใจของสมาชิกในบ้าน ที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม เพราะปัญหาที่เกิดจากจิตใจนั้นนำมาซึ่งโรคภัยและก่อให้เกิดรอยร้าวที่ยากจะประสาน จนอาจเป็นต้นเหตุของการล่มสลายของครอบครัวได้ค่ะ

มีรายงานขององค์การอนามัยโลกว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรโลกมีปัญหาสุขภาพจิตในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และคาดการณ์ว่าในปี 2020 หรืออีก 13 ปีข้างหน้า ความสูญเสียด้านเศรษฐกิจและสังคมจากโรคซึมเศร้าจะเพิ่มสูงขึ้นลำดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ส่วนในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโรคจิตประมาณร้อยละ 1 ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประมาณร้อยละ 5 ซึ่งนอกจากตัวผู้ป่วยเองแล้ว ยังส่งผลให้คนในครอบครัวต้องร่วมเป็นทุกข์ไปด้วยอีกอย่างน้อยครอบครัวละ 4 คน

แน่นอนค่ะว่าไม่มีใครอยากให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กมีปัญหาทางจิต เป็นโรคซึมเศร้า หรือมีปัญหาอื่นๆ เพราะสุขภาพจิตไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเรามาช่วยกันสร้างวัคซีนให้ครอบครัวและคนที่เรารักตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าค่ะ


สุขภาพจิต ครอบครัวมีสุข

Martin Seligman นักจิตวิทยาจาก University of Pennsylvania สหรัฐอเมริกากล่าวว่า “สุขภาพจิตเป็นเรื่องมากกว่าแค่การไม่มีโรคทางจิตเท่านั้น แต่เป็นอะไรที่เสริมสร้างศักยภาพของจิตใจและวิญญาณของมนุษย์”

จากคำกล่าวข้างต้น ดิฉันเห็นด้วยและเชื่อว่า การที่คนๆ หนึ่งจะมีลักษณะนิสัยบุคลิกภาพ ความมั่นคงและศักยภาพทางจิตใจที่แข็งแกร่งได้นั้น ต้องได้รับการหล่อหลอมจากครอบครัวที่สมาชิกมีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

ดิฉันลองสอบถามคุณพ่อคุณแม่ทาง www.raklukefamilygroup.com ว่าสุขภาพจิตสำคัญอย่างไรกับครอบครัว ได้คำตอบดังนี้ค่ะ
  • สุขภาพจิตขิงคนในครอบครัวสำคัญที่สุด เพราะครอบครัวเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต

  • สำคัญมากที่สุด เพราะครอบครัวควรเป็นศูนย์รวมความรัก ความเข้าใจเป็นที่พักพิงของสมาชิกทุกคน แม้ต้องเจอปัญหาใหญ่ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กแต่หากคนในบ้านสุขภาพจิตไม่ดี ต่างคนต่างหันหน้าหนีกัน ก็ไม่ใช่ครอบครัวอีกต่อไป

  • มีความสำคัญอย่างมาก หากสุขภาพจิตดีก็จะส่งผลต่อสุขภาพกายด้วย แต่สุขภาพจิตสำคัญกว่า เพราะเป็นบ่อเกิดของความสุข ยากที่อุปสรรคต่างๆ จะทำให้ครอบครัวสั่นคลอน

  • สุขภาพจิตดี ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำให้สมาชิกรับรู้ถึงความรู้สึกมั่นคงภายในครอบครัว

  • เมื่อเรามีสุขภาพจิตดี จะส่งผลให้คนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวมีจิตใจเบิกบาน การมีสุขภาพจิตที่ดีทำให้ครอบครัวร่มเย็น

  • สุขภาพจิตดีช่วยให้มีความสุข ความสุขจะส่งผ่านทางการกระทำและคำพูดซึ่งลูกจะสามารถรับรู้ได้ทั้งอารมณ์ที่ดีและไม่ดี

  • ฯลฯ
ความสุขของแต่ละคน แต่ละครอบครัว อาจมีทั้งที่เหมือนแบะแตกต่าง ดิฉันเชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วคงอยากให้สมาชิกในบ้านรักใคร่กลมเกลียวกัน ในยามเกิดปัญหาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลและให้อภัยกัน มีความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจซึ่งกันและกัน รวมทั้งยอมรับในตัวตนและพฤติกรรมของคนในครอบครัว

แต่ในความเป็นจริง ภายในครอบครัวมีรายละเอียดมากมายที่ก่อให้เกิดทั้งความสุขอย่างที่หวังไว้ และปัญหาที่ไม่คาดคิดค่ะ


เรื่องกวนใจ

ได้ยินกันมานานกับคำกล่าวที่ว่า “สามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟัน มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา” แต่ถ้ากระทบกันบ่อยๆ หรือแรงๆ ก็ทำให้เกิดบาดแผลได้ และบาดแผลในความสัมพันธ์แม้เพียงเล็กน้อย หากถูกทิ้งไว้นานๆ โดยที่ไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามใหญ่โตได้ค่ะ

เคยไหมคะ ที่พฤติกรรมบางอย่างของสามีหรือภรรยาทำให้คุณรู้สึกว่า ช่างกวนหัวจิตหัวใจและนำความหงุดหงิดมาให้ทุกครั้งที่เขาหรือเธอทำ เช่น สามีไม่ค่อยช่วยทำงานบ้าน ไม่มีระเบียบ อ่านหนังสือพิมพ์แล้วไม่เก็บที่ วางข้าวของไว้ทั่วบ้านแข่งกับเจ้าตัวเล็ก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ฝ่ายภรรยาก็จู้จี้ขี้บ่น เรื่องมาก ขี้หึง หาเรื่องจับผิด ฯลฯ

พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนัก แต่ถ้าสะสมไว้นานวันโดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ตัวเลยว่า ทำให้คู่ของตนหงุดหงิดมาหรือรำคาญใจ ก็อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ในระยะยาวได้

ข้อมูลจากการสร้างคู่สามีภรรยาในประเทศญี่ปุ่น ของหนังสือพิมพ์ นิฮอน เกไซบิมบุน เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ถึงเรื่องที่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งทำมากที่สุด ไล่จากมากไปหาน้อย ได้ผลดังนี้

สิ่งที่ภรรยาอยากให้สามีทำ 10 อันดับแรก คือ

1. อยากให้สามีเลิกสูบบุหรี่
2. เลิกดื้อ เลิกยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่
3. อยากให้ขอโทษทันทีที่ทำอะไรผิด
4. หาเงินให้มากขึ้น
5. เลิกถอดเสื้อผ้าแล้วทิ้งไม่เป็นที่ไม่เป็นทางเสียที
6. ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เก็บของให้เข้าที่เข้าทาง
7. ช่วยกันประหยัด
8. เลิกนอนกรน กัดฟัน หรือนอนละเมอ
9. เลิกเปิดทีวีค้างไว้แล้วหลับหน้าจอ
10. พักผ่อนเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง
สิ่งที่สามีอยากให้ภรรยาทำ 10 อันดับแรก คือ
1. จัดบ้านให้เป็นระเบียบ
2. อยากให้ขอโทษทันทีที่ทำอะไรผิด
3. เลิกจู้จี้หาเรื่องจับผิด
4. เลิกตื่นสาย
5. เลิกดื้อ เลิกยึดถือความคิกตัวเองเป็นใหญ่
6. อย่าขี้โมโหหรือหวาดระแวงง่ายๆ
7. อย่าซื้อของที่ไม่จำเป็น
8. ช่วยกันประหยัด
9. อย่าขี้บ่นและสบถ
10. อย่ารับประทานอาหารให้มากเกินไปแล้วไปบ่นว่าอ้วนภายหลัง
แม้ผลสำรวจนี้จะมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ก็คงไม่ต่างจากคู่สามีภรรยาไทยนักจากผลสำรวจพบว่าสิ่งที่ทั้งสามีและภรรยาอยากให้อีกฝ่ายหนึ่งทำนั้น มีหลายข้อที่ตรงหรือคล้ายกัน บางเรื่องอาจดูเป็นเรื่องเล็กจนคุณอาจไม่คิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเห็นเป็นเรื่องสำคัญหรือรู้สึกขัดใจ โดยเฉพาะหากทั้งคู่ไม่เคยรับรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร

เราลองมาดูเรื่องกวนใจของสามีและภรรยาไทยกันบ้าง เป็นข้อมูลจากการพูดคุยกับบุคคลที่รู้จักและคุ้นเคยกันค่ะ

เรื่องกวนใจสามี เช่น
  • ภรรยาชอบสั่งก่อน ทั้งๆ ที่ถึงไม่บอกก็ทำอยู่แล้ว ถึงจะไม่บ่อยแต่ได้ยินทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง
  • ตีตนไปก่อนไข้ ชอบคิดอะไรไปไกลเกินเหตุ กังวลล่วงหน้ามากเกินไป
  • ภรรยาเป็นเจ้าโปรแกรม ชอบวางแผนถ้าไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ก็จะหงุดหงิด แต่เวลาตัวเองเปลี่ยนโปรแกรมแล้วเงียบ
  • ขี้บ่น หงุดหงิด จุกจิกกับเรื่องไร้สาระ เช่น ของหายไปจากที่โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร
  • คิดเล็กคิดน้อย ขี้ระแวง
  • ตื่นสาย ทำให้ลูกตื่นสายไปด้วย แถมถามว่าผมตื่นเช้าทำไม
  • ทำอะไรไวเกิน คิดแล้วทำเลยไม่ได้ดูผลที่จะตามมา
  • ฯลฯ
เรื่องกวนใจภรรยา เช่น
  • บอกดีๆ คิดว่าเราสั่ง คิดว่าเราใช้อารมณ์
  • รื้อของแล้วไม่เก็บที่
  • ไม่ลำดับความสำคัญ เช่น ทำเรื่องของตัวเองก่อน แทนที่จะมาช่วยกันดูแลงานส่วนกลางที่ควรช่วยกัน
  • ขับรถไม่รู้ทาง ลืมทาง ทั้งๆ ที่เคยไปมาแล้ว
  • Sense ไม่ตรงกัน ไม่ Get ในสิ่งที่บอก
  • วางแผนเยอะ จะทำอะไร Step มากมาย ทำอะไรช้า
  • ติดเพื่อน แล้วก็จะมีเรื่องดื่มตามมา
  • ฯลฯ
แล้วคู่ของคุณล่ะคะ ทำสิ่งเหล่านี้ให้คุณรู้สึกอึดอัดขัดใจ หรือรำคาญใจบ้างหรือเปล่า ถ้าเคยต้องหาทางขจัดความรู้สึกเช่นนี้ออกไปนะคะ เพราะถ้าปล่อยไว้นานวัน ความเก็บกดอัดอั้นอาจก่อตัวใหญ่ขึ้น เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่รอให้ชนวนถูกจุด และพร้อมจะทำลายครอบครัวให้พังพินาศไปในที่สุด


รู้ทันความสัมพันธ์…ป้องกันรักร้าว

ไมเคิล กูเรียน ผู้เขียนหนังสือ What Could He Be Thinking กล่าวว่า การเรียนรู้และจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในแต่ละระยะของความสัมพันธ์จะช่วยกำหนดทิศทางของชีวิตคู่ได้ค่ะ โดยแบ่งระยะความสัมพันธ์ของการใช้ชีวิตคู่ไว้ดังนี้

1. รักหวานชื่น ระยะนี้ทั้งคู่จะมองข้ามนิสัยไม่ดี หรือนิสัยที่ไม่ถูกใจของอีกฝ่ายหนึ่งไปค่ะ จะรู้สึกว่าหัวใจสองดวงเหมือนหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน

2. เห็นความแตกต่าง ระยะนี้ความหวานซึ้งจะเริ่มจืดจางลง จึงเริ่มสังเกตเห็นข้อเสียของอีกฝ่าย เริ่มมีความรู้สึกรำคาญในพฤติกรรมที่เคยมองข้าม อาจมีความรู้สึกโกรธ หรือแม้แต่กลัวอีกฝ่าย

3. พยายามเปลี่ยนแปลง ถึงระยะนี้ทั้งคู่จะพยายามเปลี่ยนอีกฝ่ายหนึ่งให้กลับไปเป็นในแบบที่เคยคิดว่าเขาหรือเธอเคยเป็นในช่วงที่รักยังหวานซึ้ง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้งค่ะ

4. ยอมรับและเข้าใจ เมื่อสามีหรือภรรยาหรือทั้งคู่ พยายามเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่งให้เป็นอย่างที่ตนเองคิดหรือต้องการ โดยไม่เปิดใจยอมรับและทำความเข้าใจคู่ของตน ก็อาจเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ต้องยุติลง

5. รักนิรันดร์ ความรักที่นิรันดร์และมีความสมดุล คือ การเรียนรู้และยอมรับความแตกต่างของกันและกัน โดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่ง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขบนความแตกต่างนั้นค่ะ
ไมเคิล กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในแต่ละระยะ เกิดเพราะความเปลี่ยนแปลงภายในสมอง ซึ่งเราไม่อานต้านทานได้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ คือ เรียนรู้และทำความเข้าใจกันและกัน เพื่อให้ความรักยืนยาวต่อไปค่ะ

แล้วคุณล่ะถ้าสามีหรือภรรยาของคุณทำสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดขัดใจ คุณมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างคุณพ่อคุณแม่จำนวนหนึ่งจาก www.raklukefamilygroup.com บอกว่า
  • ใช้วิธีคุยกัน ถ้าพฤติกรรมไหนยอมได้ก็ไม่เอามาใส่ใจ เพราะคิดว่าเราเปลี่ยนเขาอย่างที่เราต้องการทุกอย่างไม่ได้
  • ไม่มีวิธีแก้ปัญหา มีแต่ทำใจไม่สงบ
  • แรกๆ ก็บอกกันดี ซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ต้องบอกว่าทำเพื่อลูกจึงจะได้ผลดี
  • ทั้งคู่ต้องเป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
  • พฤติกรรมใดทนได้ก็ทน แต่ถ้าเกินทนก็หาโอกาสเหมาะๆ คุยกัน
  • ฯลฯ
วิธีการแก้ไขของแต่ละครอบครัวก็แตกต่างกันไป มีทั้งพูดคุยกันให้เข้าใจ ใช้ความอดทน ทำเพื่อลูก และยอมรับว่าเปลี่ยนอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้อย่างใจไม่ได้

คนสองคนที่เติบโตมาจากต่างครอบครัว ต่างสิ่งแวดล้อม รายละเอียดที่แตกต่างตลอดชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็กจนเติบโตก่อนที่จะแต่งงาน ย่อมส่งผลให้รูปแบบการดำเนินชีวิตแตกต่างกันไปด้วย

ดังนั้น เมื่อสถานภาพของคู่รักที่คบหาดูใจกัน เปลี่ยนแปลงเป็นสามีภรรยาหลังจากแต่งงาน ทั้งคู่จึงต้องปรับตัวเข้าหากันอย่างมาก ในช่วงแรกๆ ทั้งคู่อาจมีความคิดเห็นคล้อยตามกัน แม้เกิดปัญหาก็มองว่าเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องขี้ฝุ่น ขี้ผง แต่ระวังฝุ่นผงเหล่านั้นจะจับตัวหนาขึ้นตามกาลเวลา จนทำให้ความสัมพันธ์ของคุณหมองมัวนะคะ

หลังจากแต่งงานแล้วคุณอาจพบว่า สามีหรือภรรยาของตนมีสิ่งที่ไม่ถูกใจบ้างตอนแรกคุณอาจคิดว่าช่างเถอะไม่เป็นไร และคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนอีกฝ่ายหนึ่งให้เป็นอย่าใจตนเองได้ หรืออาจคิดว่าสามารถแทนได้ โดยลืมไปว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใครให้เป็นอย่างที่ต้องการได้ และขีดความอดทนของเรามีจำกัด

ดังนั้น หากไม่เรียนรู้ที่จะยอมรับในตัวตนของสามีหรือภรรยาของตน ก็อาจเป็นไปได้ว่าครอบครัวอันแสนอบอุ่นและมีความสุขที่เคยวาดหวังไว้ อาจมีอันต้องพังทลายลงค่ะ


พ่อแม่รักสลาย เกิดอะไรกับลูก

หากพ่อแม่มีความขัดแย้ง มีเรื่องทะเลาะกัน หรืออารมณ์เสียใส่กันอยู่เสมอนอกจากจะบั่นทอนสุขภาพจิตของตัวพ่อแม่เองแล้ว ยังส่งผลกระทบกับลูกอีกด้วยแม้ว่าลูกจะยังเป็นเด็กๆ อยู่ก็ตาม

ความจริงแล้วเด็กเกิดปัญหาทางอารมณ์และจิตใจได้ตั้งแต่แรกเกิด เพียงแต่ไม่สามารถบอกให้พ่อแม่รู้เท่านั้น มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากเด็กเกิดปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ

เด็กเล็กวัย 0-3 ปี ที่เกิดปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ จะส่งผลต่อพฤติกรรมประจำวัน เช่น การกิน การนอน ขับถ่าย รวมถึงการเล่น ซึ่งจะเปลี่ยนไปจากเดิม

เด็กวัย4-6 ปี จะเกิดปัญหาพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาทางอารมณ์ รู้สึกอึดอัดขาดความสุข

ส่วนในเด็กวัยเรียน จะเกิดปัญหาเรื่องการเรียน มีปัญหาทางนิสัยและอารมณ์ ความประพฤติ และปัญหายาเสพติด

จากการสำรวจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าประชากรไทยในปี 2549 มีประมาณ 69 ล้านคน หรือ 17 ล้านครอบครัว มีโครงสร้างแตกต่างจากอดีต คือมีครอบครัวเดียวที่มีสมาชิกเพียง พ่อแม่และลูก พ่อหรือแม่และลูก หรือสามีและภรรยาเท่านั้น ซึ่งมีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าครอบครัวไทยอยู่ในภาวะแตกแยกหย่าร้างถึง 3 ล้านครอบครัวเชียวนะคะ

แน่นอนว่าหลังการหย่า สมาชิกภายในครอบครัวเชียวนะคะไม่เว้นแม้แต่ลูกที่เป็นเพียงเด็กเล็กๆ ในสายตาของพ่อแม่

เด็กที่พ่อแม่หย่าร้างจะรู้สึกสูญเสีย กลัวถูกถอดทิ้ง ต้องการความรัก ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง สูญเสียความสัมพันธ์ทางสังคม มีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม มีความวิตกกังวล และอาจรู้สึกเป็นปมด้อยรุนแรงในชีวิตได้อีกด้วยค่ะ

ดิฉันคิดว่าคงไม่มีพ่อแม่คนไหน อยากให้ลูกที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจต้องตกอยู่ใสสภาพเช่นนี้แน่ๆ น่าจะดีกว่าไหมคะ หากทั้งพ่อและแม่ร่วมมือกันหาทางป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายจนสายเกินแก้


สูตรลับ…วัคซีนสุขใจ

Dylan Evans จาก University of the West of England in Bristol ประเทศอังกฤษ บอกว่า สิ่งที่มีแนวโน้มจะทำให้คนเรามีความสุขมากที่สุด คือความสัมพันธ์ที่โรแมนติก ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิท

จะเห็นได้ว่าความสุขของคนเรา ล้วนมาจากคนใกล้ตัวโดยเฉพาะคนในครอบครัว ดังนั้น เรามาเสริมใยเหล็กให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ ในบทบาทสามีภรรยาอาจเริ่มจาก
แสดงความรักต่อกัน ความรักเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้รู้สึกสดชื่นและชีวิตมีความหมาย จึงควรแสดงออกกับสมาชิกในครอบครัวอยู่เสมอว่ารัก ทั้งทางคำพูดและการกระทำ เช่น การเอาอกเอาใจ ใส่ใจกันอย่างสม่ำเสมอ

ยอมรับความแตกต่าง ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด ทั้งเขาและเราต่างก็มีสิ่งที่ไม่ถูกใจอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง ดังนั้นการเรียนรู้และยอมรับความแตกต่างของกันและกัน จะช่วยให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขค่ะ

เห็นคุณค่าและยกย่องกัน การชื่นชม การยกย่องให้เกียรติ ด้วยคำพูดและการกระทำที่สุภาพ จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่ายังคงเป็นคนพิเศษและมีคุณค่าอยู่เสมอ

เว้นวรรคความใกล้ชิด การปล่อยให้คู่ของเราได้เป็นอิสระ และทำในสิ่งที่เขาหรือเธออยากทำบ้าง จะช่วยให้เขาหรือเธอรู้สึกสบายใจ และสามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้ทั้งเรื่องส่วนตัวและอาชีพการงาน
การปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระโดยปราศจากการควบคุม หมายถึงการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและแม่ราบรื่นแล้วย่อมทำให้ลูกน้อยมีความสุข และมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจดีไปด้วยค่ะ


Don't forget

หากในครอบครัวของคุณมีสมาชิกที่เป็นผู้สูงอายุ อาจจะเป็นคุณปู่คุณย่าหรือคุณตาคุณยายของเจ้าตัวเล็กอยู่ด้วยก็อย่าลืมดูแลท่านให้มีสุขภาพใจที่แข็งแรงด้วยนะคะ ส่วนใหญ่เรามักจะห่วงแต่ว่าสุขภาพของท่านจะเป็นอย่างไร แข็งแรงดีไหม โดยมองข้ามความสำคัญเรื่องสุขภาพใจไป

การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ผู้สูงอายุทุกคนต้องการความรักความเอาใจใส่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่มักจะรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียหน้าที่ในชีวิต และหย่อนคุณภาพในสังคม จึงมักมีภาวะวิตกกังวลเศร้าซึม นอนไม่หลับ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากลูกหลานและบุคคลในครอบครัวค่ะ

แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
  • ดูแลและเอาใจใส่ท่านโดยไม่แสดงอาการรำคาญ หรือรังเกียจ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทางหรือด้วยคำพูด
  • ให้ความเคารพและมีความนอบน้อมต่อท่านเสมอ
  • หาโอกาสพาท่านออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องในวัยเดียวกันบ้าง ซึ่งถือเป็นความสุขอย่างยิ่งของผู้สูงอายุค่ะ
ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ผูกโยงกันไว้ด้วยสายใยรักจากใจของคุณและคนที่คุณรัก ให้มีสุขภาพดีและมีความสุขอยู่เสมอนะคะ


(update 19 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 289 กุมภาพันธ์ 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600