เคยได้ยินใช่ไหมครับที่เขาพูดกันว่า
สามวันจากนารีเป็นอื่น เสน่ห์แพ้สนิท รักแท้แพ้ใกล้ชิด รักแท้แพ้ระยะทาง คำพูดหรือสำนวนดังกล่าวนั้นก็มีที่มาอย่างนี้ครับ
- ต้นเรื่องรักแท้แพ้ระยะทาง
สำนวนเหล่านี้เกิดจาการที่คู่รักหรือคู่สามีภรรยามีความจำเป็นต้องอยู่ห่างไกลกันสักระยะหนึ่ง ซึ่งพอห่างกันไปสักพักก็เกิดมีอาการไม่มั่นคงกับความสัมพันธ์เดิมกับคนเดิม เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป (ในทางที่ไม่ดี) เปลี่ยนใจไปซะอย่างนั้น บางคนก็เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว บางคนก็เป็นแบบถาวรไปเลยก็มีกรณีอย่างนี้ถ้าเป็นแค่แฟนกันก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคู่สามีภรรยากันแล้วละก็ มักเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต อาจถึงกับครอบครัวแตกแยกกันเลยก็ได้
ต้องยอมรับนะครับว่า ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายที่เป็นต้นเรื่องมักเป็นฝ่ายชายเสียเป็นส่วนมาก ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันอยุ่มากมายส่วนฝ่ายหญองน่ะไม่ค่อยจะมีปัญหาสักเท่าไหร่ มักจะมีจิตใจที่มั่นคงกว่า ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งก้อาจเป็นเพราะฝ่ายชายมักจะอ่อนไหวกับสิ่งเร้า สิ่งยั่วเย้าต่างๆ ได้ง่ายนั่นเอง อาจเป็นเพราะธรรมชาติสร้างผู้ชายมาอย่างนั้นเองก็ได้นะครับ ดังนั้นใครก็ตามที่ประสบกับสถานการณ์ดังกล่าวคือ มีความจำเป็นที่จะต้องห่างเหินกับคู่ของตนเองสักช่วงเวลาหนึ่ง คงต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีไม่ให้เกิดเรื่อง เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
การเอาใจใส่และดูแลความรักและความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะรักษาสัมพันธภาพให้ยั่งยืน และจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี เรื่องอย่างนี้น่ะพูดง่าย แต่ทำยากอยู่เหมือนกันนะครับ ก่อนอื่นคุณคงต้องทำใจก่อนว่าคงต้องใช้ความพยายาม และความอดทนพอสมควรทีเดียวก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เห็นหน้า เห็นตัวกันนี่นา
สิ่งแรกที่จำเป็นอย่างยิ่งคือต้องมี การสื่อสาร ที่ดีครับไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์ เขียนจดหมาย อีเมล์คุยกันหรือแชทกันทางอินเทอร์เน็ต พูดคุยสื่อสารกันนานมากน้อยแค่ไหนไม่สำคัญเท่ากับ ความถี่ และ ความสม่ำเสมอ นะครับเรียกว่าคุยกันได้ทุกวันก็ยิ่งดี วันละนิดวันละหน่อยก็พอ มีโอกาสก็คุยกัน แสดงความคิดถึง จ๊ะจ๋า จ๋าจ้ะกันไป ไม่เน้นเนื้อหาสาระอะไรก็ได้ ส่งใจให้อย่างเดียวไม่พอหรอกนะครับ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือถ้ามีปัญหาหรือเรื่องกังวลใจ ต้องรีบสื่อสารกันให้เข้าใจโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้สะสมอยู่ใจในเป็นอันขาดทีเดียว
กรณีที่คุณเป็นคนขี้สงสัยหรือขี้ระแวง โดยเฉพาะเรื่องกลัวคู่ของคุณจะไปมีกิ๊ก มีคนใหม่ล่ะก็ อย่าเพิ่งรีบอาละวาดโวยวาย ต้องใจเย็นๆ ต้องให้ความ เชื่อใจ และ ไว้ใจ คู่ของคุณไว้ก่อน (ถ้าผิดจริงแล้วค่อยว่ากันทีหลัง) ไม่งั้นโวยวาย ตีตนไปก่อนไข้ของคุณ อาจกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้คู่ของคุณออกนอกลู่นอกทางไปจริงๆ ก็ได้ ในทางตรงกันข้าม ความเชื่อใจกันจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งหลงเดินทางที่ไม่ถูกต้อง และยังจะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีกด้วย
และถ้าเป็นไปได้การพบกันเป็นครั้งคราว น่าจะเป็นความคิดที่ดี โดยเฉพาะถ้าต้องจากกันไปนานเป็นปีหรือหลายปี คุณไปเยี่ยมเขา เขามาเยี่ยมคุณ ได้พบกันแบบตัวเป็นๆ ได้พูดคุย ได้เห็นหน้ากัน ได้สัมผัสกัน จะได้หายคิดถึงกัน และจะได้เป็นโอกาสที่จะเติมเชื้อเพลิงให้กับความรักและความสัมพันธ์ไม่ให้มอดและจืดจางไปอีกด้วย แต่ยังไงก็ขอให้นึกถึงค่าใช้จ่ายและงานการประจำด้วยนะครับ เดี๋ยวลาๆ พอดีหมดตัว หรือไม่ก็ตกงานพอดีพบกันเยี่ยมกันมากน้อยแค่ไหนไม่เป็นไร ขออย่างเดียวอย่าพบกันเพื่อ จับผิด ก็แล้วกันครับ ต้องเชื่อใจกัน
- เมื่อกลับมาพบ "รัก" กันใหม่
และเมื่อถึงเวลาที่ความห่างเหินและห่างไกลสิ้นสุดลง คุณทั้งคู่ก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้ก็ได้ครับ และหลายครั้งทีเดียวที่ไม่น่าเชื่อว่าอุตส่าห์เฝ้ารอให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งด้วยความหวัง พอได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ กลับกลายเป็นเกิดปัญหาขึ้นมาเสียนี่ โดยเฉพาะถ้าห่างกันเป็นเวลานานๆ
ส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นเพราะการที่ต่างคนต่างอยู่คนเดียวมานานวิถีการใช้ชีวิตก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยอยู่คู่กัน จนกลายเป็นความเคยชินในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง ก็เกิดขึ้นได้กับทั้งสองฝ่ายนั่นแหละครับ และหลายครั้งก็เกิดขึ้นโดยคุณเองก็ไม่รู้ตัวอีกด้วย นอกจากนั้นเวลาที่ผ่านไปก็อาจมีผลทำให้ความคิดอ่านและทัศนคติต่อการใช้ชีวิตคู่เปลี่ยนแปลงไปได้อีกด้วย ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่งก็คือ การปรับตัว เข้าหากันนั่นเอง เริ่มจากการที่ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันและกันถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น คุยกันให้เข้าใจตรงกัน และที่สำคัญอาจต้องโอนอ่อนผ่อนตามกันบ้างในบางเรื่องราว ยอมกันบ้างนิดหน่อยคงไม่เสียหายอะไรหรอก รู้จักกัน รักกันมา รอกันมาตั้งนาน การปรับตัวที่ว่านี้ไม่ยากเย็นอะไรหรอกครับ เพราะมีความสัมพันธ์เดิมเป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับ หลายคู่ที่โตๆ กันแล้ว และห่างกันไปไม่นานก็อาจไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยก็มี อย่างไรก็ตามอย่าประมาทกับเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ก็แล้วกัน
วิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกครั้ง ก็คือการหากิจกรรมทำร่วมกัน เช่น การไปเที่ยว พักผ่อน ในสถานที่ที่ชื่นชอบ หรืออาจไปรำลึกความหลังกันในที่ที่ประทับใจก็ได้เป็นการไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันอีกรอบไงครับ นอกจากนั้นก็หาเวลาว่างที่จะได้อยู่ด้วยกันสองคน ได้พูดคุยกันอย่างเปิดอก ได้พร่ำบรรยายถึงชีวิตโดดเดี่ยวที่ผ่านมา ความคิดถึง ความรักและความห่วงใยที่มีให้กันตลอดมา รวมทั้งการมองไปในอนาคตร่วมกันเชื่อว่าไม่ยากจนเกินไป ที่สำคัญต้องสละเวลาเพื่อปรับตัว ปรับสัมพันธภาพให้ดีเหมือนเดิม หรือดียิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ ไม่ต้องอ้างอะไรทั้งสิ้นครับ
- ทำอย่างไรเมื่อ Sex ห่างเหิน
เรื่องของเซ็กซ์ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในการใช้ชีวิตคู่หลายคนอาจคิดว่ามีการถอนทุนคืนกำไรให้หนำใจ เพราะไม่ได้พบกันนาน ความคิดอย่างนี้อาจจะไม่เหมาะสมนักและอาจไม่เป็นความจริงเสมอไปหรอก ยังไงก็ให้นึกถึงใจเขาใจเรากันบ้าง ความต้องการของแต่ละฝ่ายอาจไม่ตรงกันทุกครั้งครับ ก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป ตามความที่ตรงกันน่าจะดีที่สุดยังไงก็เดินทางสายกลางไว้ก่อนก็ดีครับ
อ้อ! แล้วคุณผู้หญิงทั้งหลายก็อย่าไปเข้าใจผิดนะครับว่า ถ้ากลับมาพบกันแล้ว ทางฝ่ายชายควรมีความต้องการทางเพศเหมือนเดิมหรือมากขึ้น และถ้าความต้องการดังกล่าวลดลงไป แปลว่าเขาไปปลดปล่อยอารมณ์กับใครอื่นมามากแล้วในช่วงเวลาที่ไกลกัน แหม
ช่างตีความเหลือเกินนะครับคุณผู้หญิง การจะมีความต้องการทางเพศนั้น มีองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน และถ้าเขามีความต้องการลดลงก็ไม่ได้แปลว่าเขารักคุณน้อยลงเสมอไปนี่ครับอย่าคิดมาก
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่คุณจะใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขและยั่งยืนนั้น ก็คือ ความรัก ความจริงใจ และ ความเข้าใจกัน ที่คุณทั้งคู่มีให้กันอย่าง จริงใจ ต่างหาก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานของคุณ และถ้าพื้นฐานดังกล่าวหนักแน่นและมั่นคงแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะมีเหตุห่างไกลกันไปบ้าง ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม ความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิตคู่ของคุณก็ยากที่จะสั่นคลอนหรือพังทลายลงได้ ถึงกายจะไกล แต่ถ้าใจใกล้กันซะอย่าง ยังไงความรักก็มั่นคงและยั่งยืนแน่นอนครับ
(update 20 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.141 July 2007]
|