ตอบตัวเองไม่ได้เลย เธอทำไมเงียบงัน ดูคล้ายไม่เข้าใจกัน จึงไม่ยอมพูดจา
ได้ยินเพลงนี้แล้ว ต้องขอบอกค่ะว่า
อินอย่างแรง เพราะเหล่านี้คืออาการประจำของสามีดิฉันค่ะ เงียบงัน ไม่พูดจา ยิ่งเวลาอารมณ์ดิฉันกำลังพุ่งสูงปรี๊ด อยากจะเคลียร์ปัญหาคาใจ แต่พอเจ้าประคุณก็เงียบซะงั้น
เฮ้อ!
การที่คุณผู้ชายไม่พูดมาก็ดีอยู่หรอกนะคะ (คงเหมือนที่คุณไม่อยากให้ผู้หญิงพูดมาก ทำให้ดูเป็นคนจู้จี้ขี้บ่น) แต่ทราบไหมคะว่าผู้หญิงน่ะ อยากให้คุณบอกความรู้สึกหรือความต้องการออกมาตรงๆ บ้างก็ได้ เพราะเป็นห่วงว่าคุณจะเก็บกดไว้จนรับไม่ไหว และระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด ซึ่ง
คนที่ต้องรับผลเหล่านั้นไม่ใช่ใครเป็นคนใกล้ชิดอย่างภรรยาและลูกนี่แหละ
ดิฉันได้พูดคุยกับบรรดาพ่อบ้านพูดน้อย ถึงสาเหตุที่คุณผู้ชายไม่ค่อยจะสื่อสารด้วยคำพูด ทั้งๆ ที่เป็นคนใกล้ชิดภายในครอบครัวสรุปได้ว่าอาการเงียบของเขาเหล่านั้นแบ่งเป็น 2 กรณีค่ะ
กรณีแรกที่ผู้ชายจะเงียบคือ เมื่อรู้สึกหงุดหงิด โมโห รวมทั้งเวลาโกรธ เนื่องจากการมีเรื่องไม่เข้าใจกับภรรยาค่ะ โดยได้ให้เหตุผลที่เงียบเพราะ
ไม่อยากให้บานปลาย เป็นคำตอบแรกค่ะ ซึ่งความจริงผู้ชายทราบว่าเมื่อเขาเงียบ จะยิ่งทำให้ผู้หญิงโมโหและหงุดหงิดมากขึ้นแต่การพูดในขณะที่โกรธ เขาจะพูดด้วยอารมณ์เช่นกัน นอกจากไม่ทำให้ปัญหาคลี่คลายแล้ว ยังทำให้เหตุการณ์แย่ลงอีกด้วย
หาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านหรือปัญหาจากที่ทำงาน เขาบอกว่าที่เงียบน่ะ ไม่ใช่การยอม แต่เป็นการสงบเพื่อคิดว่าวิธีแก้ไขปัญหาต่างหาก
เงียบให้รู้สึกตัว ผู้ชายบางคนใช้วิธีเงียบเพื่อที่จะให้ภรรยาสังเกตว่าเขากำลังรู้สึกอะไรบางอย่าง โดยให้เหตุผลว่าใช้วิธีเงียบดีกว่าพูด เพราะเป็นการฉุดให้ภรรยาหันกลับมาดูแลความรู้สึกของเขาบ้าง เป็นการเรียกร้องความสนใจในแบบของผู้ชายบางคนค่ะ
เพราะรัก ฟังเหตุนี้แล้วหงุดหงิดในความเงียบงันทันทีเลยค่ะ เพราะผู้ชายปิดปาดเงียบไม่พูดอะไร เนื่องจากกลัวว่าคำพูดในขณะที่กำลังอารมณ์เสียอยู่นั้นจะทำให้ภรรยาเสียใจ เพราะรักจึงเลือกที่จะเงียบมากกว่าการพูดแล้วทำร้ายจิตใจไงคะ
- พิชิตอารมณ์ (ร้าย) ของคุณผู้ชาย
มีคำแนะนำจากบรรดาคุณผู้ชายปากหนัก ถึงวิธีสังเกตรวมทั้งการพิชิตใจในขณะที่เกิดอารมณ์ (ร้าย) มาฝากกันค่ะ
เงียบและนิ่ง วิธียอดนิยมที่พวกเขาจะทำเป็นสเต็ปแรกค่ะ เพราะง่ายและได้ผลที่สุด (สำหรับเขา) โดยจะใช้วิธีนี้เมื่อรู้สึกว่าเมื่อรู้สึกว่าพายุอารมณ์ร้ายของทั้งตัวเองและภรรยากำลังก่อตัวขึ้น เพื่อจะทำให้ตัวเองสงบลง
เขายังแนะนำว่าหากภรรยาสังเกตเห็นสามีเงียบไป ควรเข้าไปถามไถ่หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าง้อเขาบ้าง หากเป็นเรื่องที่เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจ แต่หากเกิดจากกรณีที่ทะเลาะกัน ควรจะรอให้อารมณ์สงบลงแล้วค่อยหันหน้ามาพูดกันจะดีกว่าค่ะ
ปึงปัง ปั้นปึ่ง หลังจากรู้สึกว่าสามีของคุณเงียบผิดปกติ ลองสังเกตสีหน้า แววตา และกริยาท่าทาง เช่น วางของแรงกว่าปกติหรือไม่ หน้าบึ้งหรือเปล่า ถามคำตอบคำหรือพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เป็นต้น อาการนี้เป็นอีกสเต็ปหนึ่งของอารมณ์ค่ะ และหากมีเรื่องอะไรไม่สบอารมณ์เข้ามาเขาจะหงุดหงิดได้ง่ายขึ้น
.โปรดเย็นไว้นะคะคุณขา
เดินหนี สเต็ปนี้อาจแรงขึ้นอีกนิด หากสามีของคุณเดินหนีไปเฉยๆ ขณะที่คุณกำลังควันออกหู อย่าเพิ่งตามไปราวีคาดคั้นถึงคำตอบนะคะ เพราะแสดงว่าเขาไม่อยากจะได้ยินได้ฟังอะไรในขณะนั้น ปล่อยให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจสักพัก ตัวคุณเองก็จะได้ตั้งสติและพิจารณาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ
โวยวาย สเต็ปนี้ถือว่าร้ายแรงค่ะ เพราะอาจทำให้เรื่องลุกลามใหญ่โต หรือส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพของครอบครัวได้
อีกกรณีหนึ่งที่ผู้ชายจะเงียบ โดยที่เขาไม่ได้โกรธอะไร เรียกว่าเป็นอุปนิสัยที่ชอบแสดงออกด้วยภาษากายค่ะ แต่สำหรับผู้หญิง เมื่ออยากได้ยินคำว่า รัก แหม
ตอนจีบกันแรกๆ ไม่เห็นคุณเขินอายที่จะพูดคำนี้เลยนี่คะ แต่ทำไมหลังแต่งงานถึงพูดยากกันนัก (แถมบางคนยังบอกว่า ไม่ยักรู้ว่ายังอยากได้ยิน
ฮึ!) เขาให้เหตุผลดังนี้ค่ะ
ไม่อยากพูดพร่ำเพื่อ เพราะแสดงออกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการโอบกอด จับมือ จับไหล่ มองตา ฯลฯ ผู้ชายคิดว่าผู้หญิงน่าจะเข้าใจเพราะโตๆ กันแล้ว ไม่เหมือนเด็กๆ ที่ไม่ค่อยเข้าใจการแสดงออกอะไรมาก ต้องคอยบอกว่าพ่อแม่รักลูก
คิดว่ารู้อยู่แล้ว ผู้ชายคิดว่าจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ผู้หญิงน่าจะรู้อยู่แล้วว่ารัก เช่น ไม่ค่อยไปดื่มเหล้า ไม่ค่อยไปสังสรรค์กับเพื่อน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยปฏิเสธเพื่อนเลย ฯลฯ เพียงแต่เขาปฏิบัติโดยปราศจากการบอกเล่า
- คำสารภาพของผู้ชายสุดที่รัก
ปกติจะไม่เก็บสะสมเรื่องชวนหงุดหงิดเหล่านั้นไว้ และลืมไปในเวลาไม่นาน แต่จะเก็บเรื่องดีๆ ที่ทำร่วมกัน เพราะเป็นช่วงที่มีค่าน่าจดจำมากกว่า
มีเรื่องหนึ่งที่ผู้ชายบางคนสะสมไว้ค่ะ นั่นคือความเหนื่อยและความเครียด เนื่องจากต้องรับผิดชอบครอบครัวรวมทั้งงานที่ทำอยากหาเวลาผ่อนคลายสมองบ้าง เช่น เล่นกีฬาที่ชอบหลังเลิกงานแต่ไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ เพราะต้องรีบไปรับลูกและต้องให้เวลากับครอบครัว บางครั้งรู้สึกว่าชีวิตขาดความสมดุล แต่ในฐานะของหัวหน้าครอบครัว จึงยอมที่จะสูญเสียเวลาส่วนตัวเหล่านั้นไปเพื่อภรรยาและลูกที่รัก
อาจมีผู้ชายบางคนที่เงียบแบบเก็บกดซึ่งเป็นกรณีที่น่ากลัวเพราะไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ และจะแสดงออกมาในรูปแบบไหน ดังนั้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างอารมณ์สงบลงแล้ว น่าจะกลับมาพูดคุยถึงเรื่องนั้นๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
แม้ทั้งหมดนี้จะไม่ใช่บทสรุปของผู้ชายทุกคน แต่ก็ทำให้ผู้หญิงอย่างเราเข้าใจมากขึ้นแล้วล่ะ ว่าที่คุณเงียบนั้นเพราะอะไร คิดอย่างไร แต่ดิฉันยังยืนยันว่าคุณน่าจะบอกความรู้สึกที่แท้จริงด้วยคำพูดบ้าง เพราะถ้าไม่พูดเราจะเข้าใจกันได้อย่างไรล่ะคะ
คุณผู้ชายขา
(update 25 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 290 มีนาคม 2550 ]
|