6 ไม้ตายสู่การเป็นลูกสะไภ้ดีเด่น


ความรักอาจขึ้นอยู่กับคนสองคนในการประคองให้คงอยู่ตลอดไป หากแต่การครองเรือนมีความซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะการครองเรือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสองคนเพียงเท่านั้น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีส่วนสำคัญอย่างมากเช่นกัน ดังนั้น การครองเรือนจึงอยู่ที่ว่า คุณมีศิลปะในการบริหารสายสัมพันธ์ที่โยงใยระหว่างครอบครัวของคุณกับครอบครัวเดิมของทั้งสองฝ่ายอย่างไร

1. ดูแลเขาคนนั้นให้ดีดุจดั่งที่แม่ดูแลมา เพราะไม่มีอะไรที่สร้างความพอใจให้กับพ่อแม่ได้มากเท่ากับการได้รู้ว่าลูกชายของเขาได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากลูกสะไภ้

2. ลูกชายใคร ใครก็รัก ต่อหน้าพ่อแม่ต้องทำตัวให้ดูประหนึ่งว่าคุณทั้งคู่ปรองดองกันดีในทุกเรื่อง สิ่งที่พึงหลีกเลี่ยงที่สุดคือการทำกระฟัดกระเฟียดหรือทำเก่งต่อล้อต่อเถียงสามีต่อหน้าพ่อแม่ของเขา ก็มันแน่นอนล่ะ การกระทำอย่างนี้จะสร้างความไม่สบายใจให้กับพ่อแม่ของเขาได้ และในที่สุดก็จะกลายเป็นความรู้สึกเหม็นหน้าไปโดยปริยาย ซึ่งถ้าพ่อแม่ของเขาเกิดอารมณ์นี้ขึ้นมาล่ะก็ บอกได้เลยว่าสัญญาณอันตรายบังเกิดแล้วล่ะค่ะ อย่ากระนั้นเลยถ้าคุณคิดว่าเรื่องที่จะคุยกับเขา เป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่จะต้องรีบคุยให้รู้เรื่อง ก็ให้แอบๆ ปรึกษากันดูก่อนว่าเมื่อไรจึงจะเป็นเวลาคุยที่เหมาะสม

3. ผู้ใหญ่ต้องหมั่นไปเยี่ยม ชิงเป็นฝ่ายเข้าหาท่านก่อน จะได้มีเวลารับมือกับการต้อนรับท่านหมั่นส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทักทายพ่อแม่สามีบ้างหรือบางทีก็ให้หาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปให้ท่านบ้าง คือ พยายามติดต่อทักทายถามสารทุกข์สุขดิบกับท่านอยู่เสมอ อย่ารอนานจนต้องให้ท่านเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาหาคุณแทน จะดูไม่ดีไปนะ ที่สำคัญเวลาที่โทร.ไปทักทายท่าน ก็ให้เอ่ยปากชวนท่านแวะเวียนมาเที่ยวที่บ้านของคุณสองคนบ้างอย่าให้ท่านต้องเป็นฝ่ายอัญเชิญตัวเองมาซะล่ะ อย่างน้อยถ้าคุณเป็นคนเอ่ยปากก่อนก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับพ่อแม่ของสามีได้อย่างไม่ขัดไม่เขินไงคะ

4. ให้คุณปู่คุณย่าได้มีส่วนออกความเห็นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูหลานๆ บ้าง โดยคุณอาจจะขอความเห็นเกี่ยวกับการดูแลลูกกับพ่อแม่ของเขาบ้าง โดยไม่ต้องกังวลว่าความเห็นของเขาจะขัดความรู้สึกของคุณแล้วจะปฏิเสธไม่ได้ ถึงจะมีหลายๆ เรื่องที่คุณไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีบ้างสักเรื่องล่ะนี่ที่เห็นตรงกันทั้งคุณ และพ่อแม่ของเขา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การได้มีส่วนร่วมในการดูแลหลานของพวกเขามากกว่า สรุปก็คือ เอาปัญหาหลานๆ ไปขอคำแนะนำจากปู่ย่า แต่ไม่ทำตาม ยังดีเสียกว่าที่ปู่ย่าให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาของหลานๆ แล้วคุณไม่ทำตามนะคะ

5. ปฏิเสธอย่างมีศิลปะและดูดี ถ้าแม่ของเขาชอบเข้ามาจุ้นจ้านกับคุณในขณะที่คุณกำลังวุ่นอยู่ในครัว เช่น พยายามเข้ามาช่วยคุณล้างจานหลังอาหารมื้อค่ำ (ถ้าสะไภ้ที่ดีจะต้องชิงทำเสียก่อน ขยันเข้าไว้ดีค่ะ) หรือถ้ายังไม่ได้ผล แทนการปฏิเสธว่าคุณแม่ไม่ต้องค่ะ ลองเสนอให้ท่านเอากาแฟไปเสิร์ฟ หรือไปเล่นกับหลานๆ จะดีกว่า นอกจากจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อความรู้สึกไม่พอใจต่อกันแล้วบางทีความน่ารักของเด็กๆ อาจช่วยหล่อหลอมความรู้สึกของท่าน ทำให้ท่านเอ็นดูครอบครัวของคุณยิ่งขึ้นก็ได้

6. ถ้าคุณกับพ่อแม่ของเขาแทบจะลงรอยกันไม่ได้เลย ถอยไปอยู่ห่างๆ อยู่นิ่งๆ เฉยๆ ดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด (เพราะการเป็นสะไภ้เข้าข้างคนใดคนหนึ่งไม่ได้…. อดทนไว้ค่ะ) ถ้าหากจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันก็ให้เป็นไปอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ หลีกเลี่ยงการเป็นฝ่ายเริ่มต้น แต่ให้ตั้งรับจะดีกว่า และที่สำคัญจำให้แม่นว่าถึงแม้คนที่คุณรักและกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยจะเป็นเขาของคุณ แต่เขาของคุณเป็นลูกชายที่พ่อแม่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยความรัก เฉกเช่นเดียวกับที่คุณกำลังทะนุถนอมลูกตัวน้อยๆ ของคุณซึ่งสักวันเขาจะเติบโตขึ้นเพื่อที่จะไปรักและถูกรักโดยใครสักคน ที่คุณเองก็ไม่รู้จะถูกชะตาด้วยหรือไม่.. เช่นกัน…

เอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าใจเราจะเป็นอย่างไรกับการกระทำที่เรากำลังคิดจะทำนะคะ !!


ข้อพึงควรระวัง !

หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของเขาให้มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะอัดอั้นใจมากแค่ไหนก็ตามแทนการเผชิญหน้า หันหลับมาใช้สมองของคุณคิดพิจารณาหาเหตุผลของการกระทำที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ ใช้หัวใจของคุณ แผ่ความเมตตา เพื่อให้ชีวิตของคุณเป็นสุข และเพื่อครอบครัวที่เป็นสุขของคุณ พยายามเข้ากันให้ได้กับพ่อแม่ของเขา แต่พยายามปล่อยให้พ่อแม่ของเขามามีอิทธิพลเหนือไลฟ์สไตล์ชีวิตคู่ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเจ้าตัวน้อยแล้วใช้เหตุผลเป็นพื้นฐานนำพาทุกชีวิตทั้งในครอบครัวของคุณ และที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของคุณให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนะคะ


In the know

ถ้าคุณคิดไม่ตกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ควรไปเยี่ยมครอบครัวใครดี ระหว่างครอบครัวของคุณเอง หรือครอบครัวของเขา ลองพิจารณาทางเลือกต่อไปนี้ดูสิคะ
  • ลองริเริ่มทำให้เกิดประเพณีปฏิบัติสำหรับครอบครัวว่า ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ที่บ้านของคุณจะมีกิจกรรมสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวซึ่งจะรวมถึงครอบครัวเดิมของคุณ และเขาจะมารวมกันที่บ้านของคุณ (จะดีเหรอ)

  • ร่วมรับประทานอาหาร พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบร่วมกัน (แบบนี้ต้องนานๆ ครั้งทำบ่อยไม่ได้ คนกลางอึดอัดค่ะ)

  • ถ้าคิดแล้วว่าคงเป็นไปไม่ได้ ก็ให้นัดกันไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัดร่วมกันทั้งสองครอบครัว เท่าที่โอกาสจะอำนวย (แบบนี้ต้องไม่ให้ใครพักห้องใหญ่กว่ากัน)
เพียงเท่านี้ ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวว่าครอบครัวของคุณจะไปกับครอบครัวเดิมของใครแล้วล่ะค่ะ


(update 20 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.167 June 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600