ผื่นผิวหนังเป็นๆ หายๆ ตลอดไม่หายขาดสักทีก่อให้เกิดความกังวลต่อคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ทำให้สับสนจนเครียดกันไปทั้งบ้านและพยายามค้นหาการรักษาไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าจะทำให้ค้นพบยาดีที่ทำให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นอีก ทำให้ต้องสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็นและอาจเป็นอันตรายต่อการรักษาโรคที่ไม่ถูกต้อง
แพทย์หญิงปรียา กุลวณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ได้กล่าวถึงโรคผิวหนังชนิดเป็นๆ หายๆ เป็นประจำที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอาโทปิคเตอร์มาไตตีส Atopic Dermatitis หรือโรคภูมิในเด็ก เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดภูมิแพ้มาแต่กำเนิด เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นโรคผิวหนังชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ไม่ใช่โรคติดต่อ อาจมีพี่น้องเป็นเหมือนกันก็ได้ ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติตนใดๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์โรคนี้คุณแม่มักทึกทักเอาว่าตนไปรับประทานอาหารผิดหรือปฏิบัติตนไม่ถูกต้องระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
เมื่อแรกเกิดลูกมีผิวหนังเป็นเหมือนปกติทั่วไป แต่จะเริ่มมีอาการ เมื่อมีอายุประมาณ 2-3 เดือน สังเกตว่าลูกมีผิวแห้ง และหนาเกือบทั่วตัว บางแห่งแห้งจนเป็นขุย เห็นชัดบริเวณแก้ม ศรีษะ หู แขนและขา บางบริเวณเป็นตุ่มคันเล็กๆ กระจายไปทั่ว และเนื่องจากมีอาการคัน การเกาทำให้ผิวถลอดเป็นแผล ซึ่งหากรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจติดเชื้อแบทีเรียได้ง่าย ลูกบางคนมีอาการดีขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ปี
เด็กที่มีอาการทางผิวหนังชนิดนี้ เมื่อสืบประวัติอย่างละเอียดอาจพบว่าคุณพ่อคุณแม่หรือญาติทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอาการเหมือนกัน อาจเป็นมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้และนอกจากอาการทางผิวหนังแล้วยังมีอาการโรคหอบหืด ไซนัส หรือลมพิษร่วมด้วย สรุปว่าเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเหมือนกันบางคนสืบแล้วพบว่าในครอบครัวไม่มีใครเป็นก็เป็นได้แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะหาไม่เจอมากกว่า บางคนก็นิดหน่อยไม่ทันสังเกต หรือญาติแยกย้ายกันไปหมดแล้ว สืบหาไม่พบ
ลูกอาจมีอาการภูมิแพ้ต่อสารบางอย่าง เช่น ฝุ่นละออง เกสร และอาหาร เด็กบางคนมีผื่นคันมากขึ้น ขณะเปลี่ยนอากาศ หรือโดนฝุ่น โดนแดด โดยไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร ต้องสังเกตให้ดีว่าแพ้อาหารจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งเหมารวมไปว่าแพ้นม แพ้อาหารทะเล ทั้งที่ความจริงไม่แพ้อาหาร อาจทำให้งดรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไปหลายชนิดโดยไม่จำเป็น
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกายของผู้ป่วยโรคนี้ คือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีความสมดุลของเซลล์และน้ำเหลืองที่ควบคุมภูมิคุ้มกัน มีระดับอินมิโนกรอบลินอี (สารที่อยู่ในน้ำเหลืองที่ทำให้เกิดภูมิแพ้) สูงผิดปกติ ชาวบ้านเรียกโรคนี้ว่า น้ำเหลืองเสียหรือภูมิแพ้น้ำเหลือง ความจริงคือ ภูมิแพ้ในระบบน้ำเหลืองของผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งมีผื่นคันและแพ้ง่าย
ปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบ ได้แก่ ดินฟ้าอากาศ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอากาศไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวเกินไป มีฝุ่นมากเกินไป แดดจัดเกินไป สุขภาพไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นไข้หวัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จะทำให้มีอาการมากขึ้น การดูแลรักษาโรนี้ ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของโรคนี้ ว่าจะเป็นๆ หายๆ และสังเกตว่าอะไรทำให้กำเริบและหาวิธีป้องกันเท่าที่จะทำได้ และต้องไม่สร้างความกดดันให้แก่ลูก จะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกว่าผิดปกติจากคนอื่น ควรหาวิธีทำให้เด็กรู้สึกสบายและผ่อนคลายให้มากที่สุด
เมื่อลูกเป็นรักษาอย่างไร
การรักษาทางการแพทย์ เป็นการรักษาตามอาการ ไม่มียาที่ให้รับประทานหรือยาทาผิวหนังที่ทำให้โรคนี้หาย ยาที่แนะนำให้ใช้เป็นประเภทผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังและยารับประทานแก้แพ้เมื่อจำเป็น ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์ควบคุมอาการคันแล้วยังมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอนและนอนหลับสบายขึ้น ไม่ตื่นขึ้นมาเกาตอนกลางคืน เสื้อผ้าที่ใช้ความเป็นชนิดอ่อนนุ่ม เป็นผ้าฝ้าย ควรหลีกเลี่ยงผ้าเนื้อแข็งที่ทำให้ระคายเคือง ผ้าที่อบความร้อน เช่น ไนล่อน ใยสังเคราะห์ ผ้าขนสัตว์ไม่ควรใช้ ไม่ควรอยู่บริเวณแดดร้อนจัด สถานที่แออัด และฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย พยายามอยู่ในอากาศถ่ายเทเย็นสบาย
ทำจิตใจให้สบายทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่ ไม่วิตกกังวลเรื่องโรคตลอดเวลา ลูกก็จะมีชีวิตที่สดใสเหมือนเด็กทั่วไปค่ะ
(update 20 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.160 November 2006]
|