หลักทั่วไปในการใช้ยาในผู้สูงวัย


ด้วยกฎแห่งธรรมชาติ สรรพสิ่งย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา มนุษย์เราก็เช่นกันยามที่เราแก่ตัวลง…ร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอย หูไม่ค่อยได้ยิน สายตาฝ้าฟาง เดินเหินไม่คล่องหนำซ้ำความจำยังเลอะเลือนอีกด้วย ว่าไปแล้ว “คนแก่” หรือที่เรียกอย่างสุขภาพว่า “ผู้สูงวัย” นั้นไม่มีอะไรดีเลย แต่ความจริงแล้วท่านเหล่านั้นคือผู้ซึ่งผ่านร้อนหนาวมาก่อน ทรงไว้ซึ่งประสบการณ์อันมีค่าแก่การเรียนรู้ของลูกหลาน ครั้งหนึ่งท่านดูแลเรา แต่ตอนนี้เราก็ควรดูแลท่านเป็นการตอบแทนด้วยสิ่งดีๆ ที่เรียกว่า “ความกตัญญูรู้คุณ”

หัวใจสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยา คือการดูแลเอาใจใส่ลูกหลาน หรือผู้ใกล้ชิด เนื่องด้วยผู้สูงอายุมีสภาวะต่างๆ ดังกล่าวแล้วข้างต้นและเนื่องด้วยประสิทธิภาพ การเผาผลาญ ย่อย ดูดซึม ตลอดถึงการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปตับและไตมีการทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพลง จึงอาจเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาได้ง่าย

มีข้อสังเกตที่เข้าข่ายอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาได้สูง จึงควรต้องให้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ดังนี้
  • ได้รับยามากกว่า 4 ชนิด
  • รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่า 14 วัน
  • มีภาวะซึ่งจำเป็นที่ต้องใช้ยาในการบรรเทา/รักษา มากกว่า 4 อย่าง
  • มีประวัติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • มีภาวะมึนงง หรือหลงลืม
  • ได้รับยาเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-4 ชนิด ขณะที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

การใช้ยาในผู้สูงวัย จึงต้องเป็นไปในลักษณะที่เริ่มจากขนาดยาที่ต่ำและค่อยๆ ปรับขนาดยาอย่างช้าๆ เพื่อหาขนาดที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย (start low and go slow) โดยคำนึงถึงบริบทของคุณภาพชีวิตร่วมด้วยเสมอ

ความเข้าใจในยาที่รับประทาน ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากยาบางประเภทเป็นยาที่ผลิตโดยกรรมวิธีที่พิเศษ เช่นยาออกฤทธิ์เนิ่นชนิดต่างๆ ซึ่งห้ามเคี้ยว หัก หรือบด เนื่องจากทำให้ยาปลดปล่อยสารสำคัญผิดพลาดไป นอกจากนี้ยาบางอย่างต้องรับประทานหลังอาหารทันที เช่น ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAID ยาบางชนิดมีเวลาที่จำเพาะในการรับประทาน เช่น ยาขับปัสสาวะไม่ควรรับประทานหลังเวลาเที่ยง เนื่องจากจะทำให้ปัสสาวะบ่อยจนรบกวนการนอนในช่วงกลางคืน เป็นต้น

ผู้ที่ดูแลผู้ป่วย หรือลูกหลาน ควรที่จะมีความเข้าใจในโรคที่ผู้สูงวัยเป็นอยู่ด้วย โดยพึงระลึกเสมอว่า ยาที่ใช้นั้นเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยพยุงภาวะของโรคที่เป็นอยู่ การดูแลให้รับประทานยาตรงเวลาด้วยวิธีการรับประทานที่ถูกต้อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลี่ยงการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสิ่งบั่นทอนสุขภาพ การออกกำลังกายอยู่เสมอ และการทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เป็นประจำ ย่อมทำให้โรคภัยที่เป็นอยู่นั้นบรรเทาลง ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การใช้ยาในผู้สูงวัย เป็นสิ่งที่ผู้ดูแลให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องด้วยสภาวะร่างกายที่เปลี่ยนไปจากหนุ่มสาวดังนั้นการใช้ยาจึงควรที่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกร โดยการใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ควบคู่กับการรักษาด้วยยา และหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ.


(update 18 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 337 พฤษภาคม 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600