Who am I?… หนูเป็นใคร..รู้ได้ไงนะ


ร่างกายของหนู…
my amazing body

หลังจากที่เจ้าตัวน้อยเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ภายนอกท้องแม่ และร่างกายมีพัฒนาการการเรียนรู้และเคลื่อนไหวมากขึ้นแล้ว ลองสังเกตดูนะคะว่าเวลาที่คุณปล่อยให้ลูกนอนเล่นคนเดียวนั้นเจ้าตัวเล็กของคุณทำอะไรบ้าง สำหรับลูกแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้พบเจอล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจชวนให้อยากรู้อยากลองเสียไปหมด รวมทั้งอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย จุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกค้นพบมือน้อยๆ ของตัวเองนั้นเกิดขึ้นโดยความบังเอิญที่ลูกเอาเข้าปาก หลังจากนั้นไม่นานคุณจะได้เห็นเจ้าตัวน้อยมีความสุขกับการนอนพินิจพิจารณามือของตัวเองอย่างเอาจริงเอาจังราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อนกับเท้าก็เช่ากัน หลังจากที่ลูกได้ค้นพบเท้าของตัวเองแล้ว เขาก็จะใช้เวลาเรียนรู้เท้าคู่เล็กๆ ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น บางครั้งก็เอานิ้วเท้าขึ้นมาดูด และลองขยับเท้าไปมาด้วยความสนใจใคร่รู้เป็นอย่างมาก ลูกจะสนุกกับการเล่นมือและเท้าของตัวเองราวกับเป็นของเล่นชิ้นใหม่ และเขาจะสนุกกับมันได้แม้ในเวลาที่ไม่มีคุณอยู่ใกล้ๆ การค้นพบส่วนต่างๆ ของร่างกายของทารกนั้นเกิดจากการสำรวจและการเล่น หน้าที่ของคุณคือสนับสนุนกิจกรรมการเล่นนั้นๆ ของลูกเพื่อให้ลูกได้ค้นพบว่าร่างกายของตัวเองมากขึ้นรู้ว่าอวัยวะแต่ลพส่วนมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ทำหน้าที่อะไร เคลื่อนไหวอย่างไร และจะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้อย่างไรการที่ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นจะช่วยให้ลูกมีความกะตือรือร้นที่จะทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อจะได้ค้นพบร่างกายให้มากขึ้นและเริ่มจินตนาการได้ว่าตัวเองมีรูปร่างลักษณะอย่างไร


ในกระจกบานนี้มีใครนะ…
who is this baby ?

เวลาที่ลูกมองเห็นตัวเองในกระจก ถ้าลูกพูดได้ก็คงจะถามคุณด้วยความอยากรู้เต็มแก่ว่า…เจ้าเด็กตัวเล็กๆ หน้าตาทะเล้นคนนั้นเป็นใครกันนะ ทำไมต้องทำท่าทางเลียนแบบหนูทุกอย่างเลย ดูสิยิ้มให้ก็ยิ้มตอบเสียด้วย…

หลังจากที่ลูกได้ค้นพบส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งทำให้เขาเริ่มจินตนาการเกี่ยวกับลักษณะของตัวเองแล้ว พัฒนาการลำดับต่อมาลูกจะเรียนรู้ที่จะแยกแยะระหว่างตัวเองกับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมรู้ว่าตัวเองเป็นใครและมีความสำคัญอย่างไรในครอบครัว ซึ่งคุณก็คงอยากจะทราบว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าตัวเล็กเริ่มรู้จักตัวเองใช่ไหมคะวิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งก็คือการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของลูกด้วยกระจกซึ่งคุณจะได้สอนลูกไปในตัวด้วย ในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด เวลาที่ลูกเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก เขาจะไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ในความคิดของลูก สิ่งที่เห็นก็เป็นเพียงภาพๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่เห็นน่าสนใจเหมือนมองหน้าคุณพ่อคุณแม่เลย เพราะคุณพ่อคุณแม่พูดคุยและเล่นด้วย แต่ภาพที่เห็นในบานกระจกไม่เห็นคุยกับเขาเลย แต่เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 ลูกจะมีความสนใจภาพที่เห็นในกระจกมากขึ้น บางครั้งก็จะเอื้อมมือไปสัมผัสภาพสะท้อนที่เห็นในกระจกด้วยความอยากรู้ แต่ลูกยังไม่รู้จักแยกแยะระหว่างของที่เห็นในกระจกกับของจริง ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากเวลาที่คุณอุ้มลูกไปอยู่หน้ากระจก ลูกจะจ้องมองหน้าตัวเองด้วยความสนใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะเดียวกันลูกก็จะจ้องมองหน้าคุณที่เขาคุ้นเคยในกระจกด้วย หรือเวลาที่ลูกนั่งอยู่หน้ากระจก ถ้าคุณถือของเล่นชิ้นหนึ่งชูขึ้นด้านหลังของลูก เจ้าตัวเล็กจะไม่หันกลับมาที่คุณ แต่เขาจะเอื้อมมือไปคว้าภาพสะท้องของของเล่นชิ้นนั้นในกระจก เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนที่ 8 นอกจากลูกจะให้ความสนใจกับเด็กน้อยในกระจกแล้ว เจ้าตัวเล็กยังส่งยิ้มให้ด้วยเพราะคิดว่าเป็นเพื่อเล่นคนใหม่แม้ลูกจะยังไม่รู้ว่าภาพสะท้อนที่เห็นนั้นคือตัวเขาเอง แต่นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าลูกเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า “ตัวเอง” และ “คนอื่น” บ้างแล้ว ในช่วงก้าวเข้าสู่ขวบแรกถ้าลูกเห็นของเล่นในกระจก เขาจะไม่เอื้อมมือไปคว้าแต่จะหันหลังกลับไปมองหาของเล่นชิ้นนั้นแทน แต่นั่นเป็นเพราะลูกเริ่มมีพัฒนาการในด้านความจำ เขาจึงสามารถจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้น เมื่อลูกเห็นของเล่นในกระจก เขาก็จะจำได้ว่าของเล่นชิ้นนั้นอยู่ที่ไหนในบ้าน จึงหันไปมองหา ซึ่งในความคิดของลูก เขาคิดว่าของเล่นนั้นมีอยู่สองชิ้นคือในบ้านและในกระจก หรือหากคุณแต้มสีบนหน้าผากลูก เวลาที่เจ้าตัวเล็กเห็นตัวเองในกระจก เขาก็จะยังไม่เอื้อมมือไปลบสีที่หน้าผากตัวเอง ลูกยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเรียนรู้คอนเซปต์เกี่ยวกับภาพสะท้อนของจริง การที่คุณพูดคุยกับลูก มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับลูกเวลาที่อยู่หน้ากระจกมีส่วนช่วยให้ลูกทำความเข้าใจเกี่ยวภาพสะท้อนและของจริงได้ง่ายขึ้นค่ะ


หนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย…
I am a boy or a girl ?

แม้เจ้าตัวเล็กของคุณจะเริ่มเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศหญิงและเพศชายในช่วงอายุประมาณ 3 ขวบ แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ลูกก็มีการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ทีละน้อยด้วยเช่นกัน ในช่วง 1-2 เดือนแรก เจ้าตัวเล็กสามารถจับคู่ใบหน้าของคุณกับน้ำเสียงที่อ่อนโยนแบบผ๔หญิงได้ในขณะที่ลูกอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะจับคู่ใบหน้าของคุณกับน้ำเสียงที่หนักแน่นแบบผู้ชายได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะในระยะแรกหลังคลอดคุณดูแลใกล้ชิดมากกว่า ทำให้เจ้าตัวเล็กสามารถจดจำลักษณะของเพศหญิงได้เร็วกว่า ซึ่งการที่ลูกจะสามารถจับคู่น้ำเสียงและใบหน้าของคุณหรือสามีได้นั้น ลูกจะต้องใช้ทั้งทักษะการฟังและทักษะการมอง

ฉะนั้น คุณสามารถช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกได้ด้วยการพูดคุยกับลูกบ่อยๆ ขณะที่ลูกมองหน้าคุณหรือสามีจะช่วยให้ลูกค่อยๆ เริ่มทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศชายกับเพศหญิงเพิ่มขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเข้าสู่ขวบปีที่ 2 ลูกจะแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้คุณรู้ว่าเขาเริ่มเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศชายกับเพศหญิงบ้างแล้ว ซึ่งบางอย่างลูกก็จะแสดงออกมาโดยธรรมชาติของเขา เช่น เด็กผู้หญิงจะเลือกเล่นตุ๊กตา แทนที่จะเลือกเล่นรถแข่ง หรือเด็กผู้หญิงเลือกที่จะทำกิจกรรมที่ไม่ผาดโผนเท่ากับผู้ชาย เป็นต้น

เมื่อลูกเริ่มโต เริ่มรู้จักแยกแยะความแตกต่างระหว่างเพศหญิงกับเพศชายได้แล้ว สิ่งแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องนี้ของลูกได้ ที่เห็นได้ชัดก็คือตัวคุณพ่อคุณแม่เอง สิ่งที่คุณแสดงออกต่อกันจะช่วยให้ลูกเข้าใจบทบาทของผู้หญิงและผู้ชายได้เป็นอย่างดี ลูกจะเรียนรู้ว่าเพศชายเป็นเพศที่เข้มแข็ง ต้องปกป้องดูแลเพศหญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า หรือถ้าเจ้าตัวเล็กมีที่ชายหรือพี่สาว เขาก็จะเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิงได้เร็วขึ้น นอกจากนี้คุณต้องเตรียมตัวตอบคำถามเอาไว้ให้ดีเพราะจากนี้ไป เจ้าตัวดีจะมีคำถามเกี่ยวกับเพศชายและเพศหญิงมาถามคุณได้ไม่เว้นแต่ละวัน บางครั้งอาจทำให้คุณจนมุมเพราะไม่รู้จะตอบลูกว่ายังไงดี การตอบคำถามลูกเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คุณจึงต้องำนึงถึงผลจากคำตอบของคุณด้วยว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับลูกต่อไปในอนาคต การสอนให้ลูกมีความเข้าใจในเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ลูกมีความเข้าใจในเรื่องเพศอย่างถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกในเวลาที่เขาโตขึ้นค่ะ


รู้จักพี่ๆ ของหนู…
getting to know siblings

ในช่วงแรกๆ เจ้าตัวเล็กจะให้ความสนใจใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นแม้ว่าลูกจะมองเห็นใบหน้าเล็กๆ นั้นไม่ได้เข้ามาอุ้ม กอด และให้นมเหมือนอย่างที่คุณแม่ทำ เจ้าตัวเล็กจึงยังไม่มีความรู้สึกผูกพันเหมือนอย่างที่รู้สึกกับคุณแม่ เมื่อลูกอายุได้ 2-3 เดือน เจ้าตัวเล็กก็เริ่มจำใบหน้าของพี่ได้ แต่ลูกจะยังไม่ให้ความสนใจมากนัก เพราะความรู้สึกของลูกในตอนนี้จะมุ่งไปที่คุณพ่อและคุณแม่เป็นหลัก แต่ในระยะนี้ลูกจะเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลูกเริ่มมองของเล่นที่มีสีสันสดใสและมีเสียงที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ เมื่อพี่เป็นคนถือของเล่นให้ดูจึงทำให้เจ้าตัวเล็กเริ่มให้ความสนใจกับพี่ชายหรือพี่สาวของตัวเองขึ้นมาบ้าง

เมื่อลูกอายุประมาณ 7 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกเริ่มจับคู่ใบหน้ากับน้ำเสียงของสมาชิกในบ้านได้แล้ว เวลาที่ลูกได้ยินเสียงพี่คุยใกล้ๆ เจ้าตัวเล็กก็จะหันไปตามเสียงพี่คุยอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวเล็กก็จะหันไปตามเสียงนั้นทันที เมื่อเวลาผ่านไป ลูกจะเริ่มให้ความสนใจพี่คนโตมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มผูกพันกับพี่ เวลาที่พี่เดินไปไหน เจ้าตัวเล็กก็จะหันตามไปทางนั้นด้วย เจ้าตัวเล็กจะเพลิดเพลินกับการนั่งมองเวลาที่พี่เล่นอะไรก็ตามและก็อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับพี่ด้วย การที่เจ้าตัวเล็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพี่คนโต จะช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของภาษา, การเล่น, ความรู้สึกผูกพันกับคนอื่น และได้เรียนรู้โลกกว้างด้วย แม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะได้เรียนรู้มากมายจากการได้เล่นกับพี่คนโต แต่คุณก็ควรระวังในเรื่อง “พี่อิจฉาน้อง” เอาไว้บ้าง เพราะถึงแม้จะเป็นเรื่องปกติของพี่ที่มีน้องใหม่ แต่ความรู้สึกอิจฉาจะรุนแรงมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของคุณพ่อคุณแม่ด้วย ในช่วงที่มีน้องใหม่ พี่คนโตจะรู้สึกว่าตัวเองถูกแย่งความรักและความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ ทำให้พี่คนโตอาจจะลุกขึ้นมาต่อต้านด้วยการฉี่รดที่นอน, กลับไปดูดขวดนมทั้งๆ ที่ดื่มด้วยแก้วมาได้พักหนึ่งแล้ว หรือ อาจจะไม่ยอมทำอะไรเลย ต้องรอให้คุณมาทำให้เท่านั้น เป็นต้น ถ้าคุณเข้าใจความรู้สึกของลูก พยายามทำให้ลูกเห็นว่าเขายังมีความสำคัญต่อพ่อแม่เหมือนเดิม และให้ลูกมีส่วนร่วมในการดูแลน้อง เช่น หยิบผ้าเช็ดตัวให้น้อง, หยิบขวดน้ำให้น้อง หรือช่วยหยิบผ้าอ้อมให้ก็จะช่วยลดดีกรีความอิจฉาน้องลงได้ แต่หากคุณดุว่า หรือ ทำโทษลูก ก็จะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกไม่ดี ซึ่งอาจจะบานปลายจนกลายเป็นเกลียดน้องในที่สุด

จากทั้งหมดที่กล่าวมาคงจะทำให้คุณทราบแล้วว่า เจ้าตัวเล็กของคุณมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้กับลูกล้วนมีผลต่อการเรียนรู้อย่างใดอย่างหนึ่งของเขาทั้งสิ้น ฉะนั้น หากคุณศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการในแต่ละวันของลูกให้เข้าใจ คุณก็จะสามารถส่งเสริมลูกได้อย่างถูกต้อง ผลก็คือเจ้าตัวเล็กของคุณจะเติบโตอย่างสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ.


(update 9 มกราคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.160 November 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600