หยุดลูกซึมซับความรุนแรง


แม้กุมภาพันธ์จะเป็นเดือนแห่งความรัก มีดอกกุหลาบเบ่งบานทั่วทุกมุมโลก แต่ความรุนแรงยังปรากฏผ่านสื่อมากมาย ลองหลับตานึกดูว่าอนาคตของลูกเราจะเป็นอย่างไร ถ้าต้องซึมซับและจดจำคำรุนแรงผ่านสื่อต่างๆ ทุกวี่วัน?!? คุณช่วยลูกได้ค่ะ ถ้ายืนยันอยู่เคียงข้าง และสร้างความเข้าใจข่าวสารรอบตัวให้กับลูก

เกมต่อสู้ ข่าวภาคค่ำ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ละครหลังข่าว การ์ตูนเช้าวันเสาร์ แผ่นวีซีดีหนังเรื่อวงโปรดของลูก ฯลฯ คุณรู้หรือไม่ว่าสื่อที่กล่าวมานั้นแฝงไว้ด้วยความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ฟังอย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่บางคนอาจแอบค้อนแล้วบอกว่า แหม… ถ้าอย่างนั้นเอามือปิดตาเจ้าตัวเล็กที่บ้านคงจะง่ายกว่ามาคอยกำจัดสื่อต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย

มีหลักฐานยืนยันจากการศึกษามาหลายต่อหลายสำนัก เช่น ตัวอย่างงานค้นคว้าจาก www.media-awareness.ca ที่ศึกษาพฤติกรรมเด็ก 24 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ดูการ์ตูนรุนแรงเล็กน้อยอย่าง Woody Woodpecker และอีกกลุ่มหนึ่งให้ดูการ์ตูนที่ไม่มีฉากความรุนแรงอย่าง The little red hen ซึ่งได้พบว่าเด็กกลุ่มแรกมีโอกาสเล่นของเล่นแรงๆ จนหักพังมากกว่าเด็กกลุ่มที่สองค่ะ


วัยซึมซับความรุนแรง

ผลงานการวิจัยที่กล่าวมาสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในวัย 3-6 ปี เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากวัยนี้อยู่ในช่วงเลียนแบบ หรือจำลองบุคลิกของตัวการ์ตูน หรือตัวละครที่เขาชื่นชอบเอามาเล่นกันอย่างสนุกสนาน

หากมองในเชิงบวก เด็กๆ แค่เล่นกันโดยสวมบทบาทสมมุติในการต่อสู้ ยิงปืน หรือ ทำร้ายกันเท่านั้น แต่หากมองในเชิงลบ ความรุนแรงเหล่านี้จะกลายเป็นความเคยชิน เด็กๆ จะมีทัศนคติต่อเรื่องการทำร้ายกัน ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมเพราะใครๆ เขาก็ทำกัน และสะสมระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่เราจะเห็นวัยรุ่นไม่ค่อยสะทกสะท้านเมื่อไปทำร้ายผู้อื่น เพราะชินชามาตั้งแต่เด็กแล้วนั่นเองค่ะ

ละคร หรือ ภาพยนตร์ แสนสนุกที่เจ้าหนูชอบดู มักมีฉากเสี่ยงกับความรุนแรง เช่น ปืนจ่อหัว ยิงต่อสู้ การทำร้าย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือแม้แต่การฆ่าคน หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่ามีฉากดังที่กล่าวมา ควรเปลี่ยนช่องหรือเลือกโปรแกรมทีวีสำหรับเด็กแทนด้วยนะคะ อย่างเช่น แดนสนธยา ถังความคิด ทางช่อง 9 ที่จะทำให้เด็กได้ความรู้ ดีกว่าการซึมซับพฤติกรรมรุนแรงบางอย่างจากตัวละครไปใช้ในชีวิตประจำวัน

หากว่าละครเรื่องนั้นเน้นเรื่องความกตัญญูหรือสอนชีวิตคุณสามารถนั่งดูทีวีไปกับลูกพร้อมพูดคุยอธิบายพฤติกรรมรุนแรงบางของตัวละครที่เกิดขึ้นให้ลูกฟังว่าเป็นเพราะอะไร

การ์ตูน เชื่อไหมว่า บริษัท เทอร์เนอร์ บรอดคาสติ้ง จำกัด กำลังรวมฉากความรุนแรงในการ์ตูนคลาสสิคหลายเรื่อง เช่น Tom and Jerry, The flinstone และ scoby-doo กลับมาตรวจสอบและตัดต่อเอาบางฉากออกไป เพราะไม่เหมาะสำหรับเด็กและกระตุ้นให้เด็กเลียนแบบสิ่งไม่ดี

ทั้งนี้ การ์ตูนต่อสู้ของยอดมนุษย์เพื่อผดุงคุณธรรม สไปเดอร์แมน ซูเปอร์แมน ซึ่งเป็นเรื่องราวแฟนตาซีเหนือจริงประกอบกับศิลปะป้องกันตัวต่างๆ เราต้องคุยกับลูกเพื่อให้เขาแยกออกว่าสิ่งไหนอยู่เหนือโลกแห่งความเป็นจริง แต่ไม่ต้องปิดกั้นจินตนาการจนเกินควรนะคะ เช่น สไปเดอร์แมน พ่นใยใส่หน้าคนร้าย แต่ลูกจะปาอะไรใส่หน้าเพื่อนๆ ไม่ได้นะคะ แค่ทำท่าเล่นกับเพื่อนๆ ก็พอ เท่านี้หนูก็เก่งเหมือนสไปเดอร์แมนแล้ว

ฆาตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวฆาตกรรมอำพราง มือปืน ยกพวกตีกัน หรือยิงปินกราดในโรงเรียนล้วนเป็นเรื่องราวโหดร้ายสะเทือนขวัญของเจ้าหนูได้ไม่น้อยทีเดียว และสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ความรุนแรงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ หากเราเป็นคนดี แล้วความรุนแรงก็หลีกไกลไปเอง

สงคราม ภาวะไฟใต้สร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เพียงเด็กๆ จะคิดว่าตนเองไม่ปลอดภัยเท่านั้น เขายังกลัวว่าคุณพ่อคุณแม่และคนที่เขารักจะไม่ปลอดภัยอีกด้วยให้เราคุยกับลูกเรื่องภาวะของสงครามและผู้ก่อการร้าย โดยลองให้ลูกอธิบายก่อนว่ามีความเข้าใจว่าอย่างไร จากนั้นเราค่อยเสริมความหมายของสงคราม และบอกถึงทางออกไม่ให้ลูกเป็นกังวล เช่น เรื่องที่เกิดขึ้นมันอยู่ไกลมาก ไม่มีทางที่ผู้ก่อการร้ายจะมาเผาโรงเรียนของหนูได้หรอก เป็นต้น

เกม มีรายงานเยอะแยะเชียวว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทำให้เด็กๆ ก้าวร้าวมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเด็กๆ แทนตัวเองเป็นผู้เล่นในเกม จึงค่อนข้างอินและทุ่มสุดใจเข้าไปในเกมโดยใช้ปุ่มกดเลือกอาวุธปืนอานุภาพสูง เพื่อที่จะทำลายล้างศัตรูได้เยอะๆ หรือท่าไม้ตายสุดโหดเพื่อให้น็อคคู่ต่อสู้เร็วที่สุด

เกมคอมพิวเตอร์เป็นการสื่อสารทางเดียว ทำให้เจ้าหนูเข้าสังคมไม่ค่อยเป็น และก้าวร้าวมากขึ้น เพราะสนุกอยู่กับการทำลายล้างจอ จนแยกโลกความจริงกับโลกในเกมลำบาก


For Parent
  • คุณพ่อคุณแม่ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องเรื่องความรุนแรงแก่ลูกโดยไม่ลำเอียง เช่น สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำร้ายคนอื่น รวมทั้งเผาโรงเรียน

  • ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยผ่านมา ชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียว่าความรุนแรงไม่ใช่สิ่งดี เช่น นักบอลเวลาโกรธและตะลุมบอลกันในเกมมากกว่านะ ลูกว่าไหม

  • ร่วมทำกิจกรรมกับลูก เช่น ขี่จักรยาน เล่นเตะบอล เพื่อให้ลูกเห็นตัวอย่างการไม่ใช้ความรุนแรง แม้ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม เช่น โอเคพ่อแพ้แล้ว แต่เริ่มแข่งใหม่ได้ไหมล่ะ ฮ่าๆๆๆ

  • ตั้งเวลาและโปรแกรมทีวีหรือเกมที่เด็กควรดู เช่น ลูกจะดูทีวีได้ตั้งแต่เวลา 18.30-19.30 น. เท่านั้น

  • ต้องเป็นตัวอย่างโดยไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เช่น เวลาทะเลาะกันก็เปลี่ยนจากการปาข้าวของใส่กันมาเป็นเดินแยกกันไปสงบสติอารมณ์ แล้วกลับมาคุยกันใหม่ด้วยเหตุและผล

For Kids
  • ให้หนูเล่าความเข้าใจหรือความรู้สึกที่มีต่อเรื่องความรุนแรงนั้นๆ ก่อน

  • ลูกสามารถตั้งคำถามที่เกี่ยวกับความรุนแรงได้ตลอดเวลา

  • ปลูกฝังค่านิยมให้ลูกเห็นว่าการเล่นเชิงสร้างสรรค์ เช่น การวาดรูป เล่นก่อทราย ขี่จักรยาน สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์มากกว่าการเล่นยิงปืนต่อสู้กัน

ถ้าวันนี้คุณยังมองความรุนแรงเป็นเรื่องไกลตัว หากวันหนึ่งลูกมองเห็นข่าวสงครามเป็นเรื่องสนุก แม้จะอธิบายอย่างไรเขาอาจจะไม่ฟังคุณแล้วก็ได้ เริ่มคุยเรื่องความรุนแรงเพื่อสร้างเกราะคุ้มภัยให้ลูกตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ ก่อนจะสายเกินไป….


(update 20 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 289 กุมภาพันธ์ 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600