การปัสสาวะรดที่นอนเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ขัดขวางการนอนหลับของลูก เพราะเมื่อลูกรู้สึกถึงความเปียกชื้น เขาก็จะตื่นขึ้นมาทันที ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้บ่อยๆ ก็ไม่เป็นอันได้หลับได้นอนกันทั้งคุณแม่และคุณลูก เผลอๆ จะพาลหงุดหงิดกันทั้งสองคน ในช่วงที่ลูกยังเป็นทารกแบเบาะลูกต้องตื่นขึ้นมากินนมตอนกลางคืนบ่อยๆ ทำให้ปัสสาวะตามไปด้วย ซึ่งคุณแม่สามารถแก้ไขด้วยการให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเวลานอนตอนกลางคืน ก็จะช่วยให้ลูกหลับสบาย ไม่ถูกรบกวนเพราะความเปียกชื้น เมื่อลูกเริ่มและหมดวัยที่จะใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแล้ว แต่เจ้าตัวดียังปัสสาวะรดที่นอนอยู่ ก็ทำให้ความเปียกชื้นมารบกวนการนอนของลูก เพราะฉะนั้นเรามาหาวิธีที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กเลิกปัสสาวะรดที่นอนกันดีกว่าจะได้ไม่มีเวลานอนมากขึ้นค่ะ
- ฝึกเมื่อพร้อม โดยทั่วไปความถี่ในการปัสสาวะตอนกลางคืนของเด็กจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 3-4 ขวบ อาจจะเร็วหรือชว้ากว่านี้ขึ้นอยู่กับพัฒนาการที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน สิ่งที่คุณสามารถสังเกตได้เมื่อลูกพร้อมที่จะบอกลาผ้าอ้อมสำเร็จรูปในตอนกลางคืนแล้วก็คือ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยังคงแห้งอยู่จนถึงเช้าเกือบทุกวัน ลูกสามารถตื่นขึ้นมาปลุกคุณตอนกลางดึกแล้วบอกว่าปวดปัสสาวะได้ ลูกปฏิเสธที่จะใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเวลานอน หรือ ลูกแกะผ้าอ้อมที่หนักอึ้งไปด้วยน้ำปัสสาวะออกเอง ถ้ามีลูกพฤติกรรมตามที่ว่านี้ ก็ควรเริ่มฝึกให้ลูกนอนโดยไม่มีผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้แล้วค่ะ
- ผ้ายาง..ผู้ช่วยสำคัญ แม้กระเพาะปัสสาวะของลูกสามารถเก็บน้ำปัสสาวะได้มากขึ้น ทำให้ลูกไม่ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน หรืออาจจะอยู่ได้จนถึงเช้า แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจนะคะ ในช่วงแรกของการฝึกควรปูผ้ายางกันเปียกเอาไว้ หากลูกเกิดปัสสาวะรดที่นอนขึ้นมาจะได้ง่ายต่อการเปลี่ยน
- ดื่มน้ำก่อนนอน ข้อนี้อาจจะขัดกับความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่บางคน เพราะถ้าให้ลูกดื่มน้ำก่อนนอน โอกาสที่ลูกจะปวดปัสสาวะกลางดึกและปัสสาวะรดที่นอนก็มีมากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่ให้ลูกดื่มน้ำก่อนนอนเลยก็อาจทำให้น้ำปัสสาวะของลูกมีความเข้มข้นจนระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะได้ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าให้ลูกดื่มน้ำได้แต่อย่าให้มากเกินไปและถ้าเป็นไปได้ควรฝึกให้ลูกปัสสาวะก่อนเข้านอนทุกวัน ก็จะช่วยลดปัญหาปัสสาวะรกที่นอนลงได้ค่ะ
- กะเวลาพาไปห้องน้ำ เด็กที่ปัสสาวะรดที่นอนมักจะปัสสาวะในเวลาไล่เลี่ยกันทุกคืน เพราะฉะนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลาแล้วลูกจะปัสสาวะ ให้คุณปลุกลูกให้ลุกไปเข้าห้องน้ำหรืออุ้มลูกไปที่ห้องน้ำโดยบอกลูกทุกครั้งว่าคุณจะพาเขาไปปัสสาวะ ทำแบบนี้ไปสักระยะหนึ่งเจ้าตัวเล็กจะเกิดความเคยชิน อีกหน่อยเมื่อถึงเวลาลูกก็จะตื่นไปเข้าห้องน้ำได้เองค่ะ
- ไม่ดุหรือทำโทษ คุณพ่อคุณแม่บางบ้านจะหงุดหงิดทุกครั้งที่ลูกปลุกให้พาไปเข้าห้องน้ำตอนกลางดึก อย่าเพิ่งหงุดหงิดเลยนะคะ คุณควรจะดีใจเสียอีกที่ลูกรู้จักตื่นขึ้นมาบอกคุณ แทนที่จะปัสสาวะรดที่นอนไปแล้ว แทนที่คุณจะเอ็ดว่าลูกแรงๆ หรือทำโทษลูก คุณควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่ควรปัสสาวะรดที่นอน และชวนให้ลูกเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีและจะไม่ยอมให้ความร่วมมือกับคุณ
- ไม่ล้อเลียน บ้านไหนที่มีพี่น้องหลายคนเมื่อน้องคนเล็กปัสสาวะรดที่นอน ต้องระวังอย่าให้พี่ๆ นำเรื่องนี้มาล้อเลียนรวมทั้งตัวคุณเองด้วย เพราะจะทำให้ลูกเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีและจะไม่ยอมให้ความร่วมมือกับคุณ
- เอ่ยคำชมเชย ทุกเช้าเวลาที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าที่นอนของลูกยังแห้งดีอยู่ คุณควรเอ่ยคำชมลูก กอดลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกดีและมีกำลังใจที่จะฝึกต่อไป
- สะสมคะแนนแลกรางวัล วิธีนี้จะช่วยจูงใจให้ลูกพยายามที่ไม่ปัสสาวะรดที่นอนมากขึ้น เช่น คุณอาจจะให้คะแนนลูกวันละ 1 คะแนน เมื่อเขาไม่ปัสาวะรดที่นอนและเมื่อสะสมคะแนนครบแล้วคุณก็จะมีรางวัลให้ด้วย รับรองว่าเจ้าตัวเล็กจะพยายามมากขึ้นอย่างแน่นอน
- สอนด้วยนิทาน นอกจากจะใช้วิธีต่างๆ ข้างต้นแล้ว คุณควรใช้นิทานสอนลูกไปพร้อมๆ กันด้วย จะช่วยให้การฝึกทำได้ง่ายขึ้นค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับเทคนิคที่เรานำมาฝากกัน ลองนำไปใช้ดูนะคะ อีกไม่นานคุณอาจจะไม่ต้องหงุดหงิดกับการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเปียกๆ ของลูกอีกเลยก็ได้ค่ะ.
(update 5 กันยายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.168 July 2007]
|