ความไว้วางใจ…เรื่องใหญ่ต่อพัฒนาการลูก


ความรู้สึกไว้วางใจ (Trust) ต่อพ่อและแม่ คือพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางจิตใจของลูกน้อยเพราะจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ไร้กังวล เมื่อรู้ว่ามีพ่อแม่คอยดูแล ป้องภัย และยินดีในสิ่งที่เขาทำได้อยู่เสมอ

สิ่งที่ตามมาคือลูกน้อยจะอยู่ในภาวะที่พร้อมจะเรียนรู้และเผชิญกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีคำว่าลังเลหรือมีความกลัวมาเป็นสิ่งกีดขวางการเรียนรู้ของเขาค่ะ

เอาล่ะค่ะ…เห็นข้อดีของความไว้วางใจกันแล้ว ก็มาดูกันว่าความไว้วางใจจะมีบทบาทต่อพัฒนาการแต่ละย่างก้าวของลูกน้อยอย่างไร


ร่างกายก้าวหน้า

สงสัยใช่มั้ยคะ ว่าเรื่องความไว้วางใจมาเกี่ยวข้องอะไรกับพัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ดุหรือมีห้ามลูกอยู่ตลอด รวมทั้งไม่ปล่อยให้ลูกได้ทำอะไรเลย จะด้วยความรักหรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยก็แล้วแต่ ซึ่งหากมากเกินไป เจ้าตัวเล็กจะกลายเป็นเด็กขี้กลัวจนไม่กล้าทำอะไร อย่างนี้แล้วกล้ามเนื้อน้อยๆ ของลูกจะแข็งแรงได้อย่างไรล่ะคะ

ตรงกันข้าม ถ้าลูกรู้สึกมั่นใจว่ามีพ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ไว้วางใจและปล่อยให้เขาได้เล่น หยิบ จับ ค้นหา ในสิ่งที่เห็นและสนใจ ร่างกายของลูก ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา มือ เท้า และอื่นๆ ก็จะได้ออกกำลังไปด้วย ได้ฝึกทักษะไปด้วย การเจริญเติบโตของร่างกายส่วนต่างๆ ก็จะพัฒนาก้าวหน้าค่ะ

Parent Tip : มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่เอะอะอะไรก็มักจะห้ามลูกไว้ก่อนเพราะความเคยชินจริงๆ แล้วห้ามได้ค่ะ แต่ควรจำกัดขอบเขตเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นที่เจ้าตัวน้อยอยากจะสร้างวีรกรรมซึ่งมักมาจากความอยากรู้อยากเห็นก็ปล่อยเขาเถอะค่ะ เพราะลูกน้อยของคุณกำลังหัดบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กขมัดใหญ่นั่นเอง


ภาษาก้าวไกล

ความไว้วางใจที่ลูกมีต่อท่าทีของพ่อแม่สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาลูกได้ เคยมีผลวิจัยค่ะว่าเด็กที่หวาดกลัวและไม่ได้รับการพูดคุยโต้ตอบสื่อสาร จะมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้ากว่าเด็กทั่วๆ ไปมาก

Parent Tip : เสียงอ้อแอที่ลูกน้อยเปล่งออกมานั้นแม้คุณอาจฟังไม่เข้าใจ แต่ถ้าคุณตั้งใจให้ความสนใจด้วยการยิ้ม พูดคุย หรือพูดย้ำคำที่ถูกต้องกับลูกทุกครั้ง นั่นจะทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาอยู่ในความสนใจของพ่อแม่ตลอดเวลา เวลาที่เขาพูดสื่อสาร ก็จะมีพ่อแม่พร้อมจะรับฟังสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่เสมอ ลูกก็จะมีกำลังใจและมีแรงกระตุ้นทีร่จะพูดคุยซึ่งเท่ากับเป็นการเรียนรู้ภาษา และพัฒนาการสื่อสาร การใช้ภาษานั่นเองค่ะ


จิตใจผลิบาน

ความไว้วางใจต่อพ่อแม่นั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจลูกอย่างมหาศาลเลยล่ะค่ะ หลายๆ อย่างที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออก บางครั้งอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่ทันเก็บมาใส่ใจ แต่สำหรับเจ้าตัวเล็กแล้วสมองของเขาช่างจดจำยิ่งกว่าฝังไมโครชิพไว้ซะอีก ดังนั้นโปรดอย่าสร้างความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับคุณให้สมองน้อยๆ ของลูกต้องบันทึกไว้เลยนะคะ

Parent Tip : อย่าทำให้ลูกสับสนหรือคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไปไม่ได้ เช่น เดี๋ยวดุเดี๋ยวชม เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกสับสน ไม่มั่นใจ และเกิดความกดดันทางจิตใจ หวาดวิตกกับความรู้สึกว่าไม่มีใครรัก รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก ซึ่งจะทำให้เติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มองโลกในแง่ร้ายได้


สังคมงดงาม

พ่อและแม่คือมนุษย์ชายหญิงคู่แรกในโลกที่ลูกได้รู้จัก ดังนั้นมุมมองที่ลูกน้อยมีต่อมนุษย์คนอื่นๆ ในโลกจะดีหรือร้ายนั้น คำตอบอยู่ที่พ่อและแม่นี่แหละค่ะ หากพ่อและแม่ทำให้ลูกรู้สึกไว้วางใจต่อสังคมเล็กๆ ที่เรียกว่าครอบครัวตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยการมอบความรัก ความอบอุ่น รู้จักให้อภัย และการช่วยเหลือแบ่งปันแล้ว ลูกก็จะนำประสบการณ์ดีๆ ที่เคยได้รับเหล่านี้ไปปฏิบัติกับคนอื่นโดยอัตโนมัติค่ะ

Parent Tip : คำพูดแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ลูกไว้วางใจและเชื่อมั่นในตัวคุณได้หรอกนะคะวิธีสอนลูกที่ดีที่สุดคือการทำให้ลูกเห้นเป็นตัวอย่าง เช่น การพูดจาไพเราะกับทุกคนในบ้าน การแสดงความรักและห่วงใยของพ่อแม่ ถ้าหนึ่งภาพแทนคำพูดเป็นล้านคำ การกระทำของพ่อแม่ยิ่งแทนคำสอนเป็นล้านๆ คำได้เช่นกันค่ะ


พ่อแม่มีความหมายต่อลูกมากกว่าพี่เลี้ยง

คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าหากเรามีพี่เลี้ยงที่สามารถไว้ใจได้ในยามที่เราไปทำงานนอกบ้านก็คงไม่มีเรื่องอะไรน่าเป็นห่วง แต่อย่าลืมนะคะว่า ไม่ว่าลูกเราจะมีพี่เลี้ยงที่แสนดีสักเพียงใดก็ไม่อาจจะมีความหมายและทดแทนพ่อกับแม่ได้หรอกค่ะ

เพราะบ้านหลังแรกที่ลูกน้อยเคยอาศัย ก็คือในท้องแม่ เสียงหัวใจแรกที่ลูกได้ยิน ก็คือเสียงเต้นของหัวใจไม่ แล้วอย่างนี้จะให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจใครไปได้มากกว่าแม่ของตัวเองล่ะคะ

คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นคนที่ลูกให้ความไว้วางใจ และมีส่วนในการเติบโตของลูกมากที่สุด เพราะความรักจากพี่เลี้ยงยังไม่สามารถทดแทนความรักจากพ่อแม่ได้ค่ะ


ถ้าความไว้วางใจใครสักคนหนึ่งทำให้รู้สึกปลอดภัย มั่นใจที่จะทำสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ เจ้าตัวเล็กก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เมื่อเขารู้สึกว่าสามารถไว้วางใจในตัวคุณ ผู้เป็นพ่อแม่ของเขาได้ค่ะ


(update 15 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 291 เมษายน 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600