โทษประการหนึ่งของแสงแดดแรงๆ คือ เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังจากสาเหตุของการสะสมของแสงแดดหรือการได้รับแสงอัลตราไวโอเลตมากเกินไป
คุณพ่อคุณแม่
ปิดเทอมใหญ่เราจะไปเที่ยวไหนดี
เจ้าตัวเล็กและเจ้าตัวโตประสานเสียงถามกันเซ็งแซ่ ทั้งๆ ที่สอบปลายเทอมยังไม่เสร็จ พอได้ยินประโยค เที่ยวปิดเทอมใหญ่ ก็ให้คิดถึงบรรยากาศ Summer holiday ของปีก่อน ที่เห็นเด็กๆ สนุกสนานกับการขี่จักรยาน เล่นน้ำทะเล เล่นทรายและวิ่งเล่นที่ชายหาด
ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ ทำในเวลาเที่ยงที่แดดกำลังเปรี้ยงๆ จริงอยู่ประโยชน์ของแสงแดดที่มีต่อร่างกายนั้นไม่ใช่น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน D (สร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรง) ช่วยการไหลเวียนของโลหิต (ทำให้ผิวหนังหนาและตึงขึ้น) ทนร้อนทนหนาวได้ดีขึ้น และสีผิวไม่ขาวซีด เด็กๆ ที่ได้ออกแดด หรือเล่นกลางแจ้งเสมอ จึงมักแข็งแรง แจ่มใสและเติบโตกว่าเด็กๆ ที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านหรืออยู่แต่ในห้องแอร์
ผิวไหม้แดด
แต่คำว่า ออกแดด หรือ เล่นกลางแจ้ง นั้น ย่อมไม่ได้หมายถึงตอนเที่ยงๆ หรือบ่ายๆ ที่ร้อนเปรี้ยง และแผดเผาไปด้วยไอแดด ซึ่งนั่นก็หมายถึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแดดในเวลา 10 โมง ถึงบ่าย 3 หรือถ้าจะให้ดีในฤดูร้อน (ราวๆ เมษายน-พฤษภาคม) หรือในวันที่แดดจัดๆ ก็ควรเพิ่มเวลาหลบแดดไปถึง 4-5 โมงเย็น
อันตรายจากแดดจ้า-อากาศร้อน มีอยู่หลายประการครับ ข้อแรกที่เห็นชัดๆ ก็คือผิวไหม้ โดยเฉพาะเด็กๆ ยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะผิวพรรณของพวกเขายังอ่อนเยาว์บอบบาง และไวต่อแสงแดดมาก ถูกแดดเผาง่ายกว่าผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกันเด็กๆ กลับชอบเล่นกลางแจ้งมากที่สุด ต่อให้แดดแยงตา ร้อนหัว หรือจะแสบผิวยังไงก็ไม่สน ขอให้พวกฉันได้ลุย ได้เล่น ตั้งแต่เที่ยงยันเย็น จนถึงเวลาหิวข้าวนั่นแหละจึงค่อนเคลื่อนทัพกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่
คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน จึงกลุ้มอกกลุ้มใจ ต้องพาลูกไปหาคุณหมอในวันรุ่งขึ้นเพราะลูกเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว แถมตัวลอก หน้าลอก มีแผลพุพอง คุณหมอจึงต้องเฉลยให้ฟังว่า
นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า อาการ ผิวไหม้แดด ซึ่งมักจะเกิดกับเด็กเสมอในช่วง Summer holiday โดยเฉพาะในกลุ่มที่ชอบไปเที่ยวชายทะเลในวันฟ้าครามสดใส
แสงแดดแรงๆ จะสะท้อนไปทั่วทั้งผืนทราย ผืนน้ำ โดนกันถ้วนหน้า ทั้งที่กำลังก่อนปราสาททราย เก็บเปลือกหอย เล่นบอล เล่นน้ำทะเล แม้กระทั่งบรรดานักประดาน้ำก็เสี่ยงต่อการกเดอาการ ผิวไหม้แดด อย่างเลี่ยงไม่ได้
โทษอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับแสงแดดแรงๆ คือ ความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งผิวหนัง ที่มักมีสาเหตุมาจาก
อันตรายสะสมที่เกิดจากแสงแดด หรือได้รับแสงอัลตราไวโอเลตมากเกินไป
จึงมีข้อแนะนำดังนี้ครับ
1. หลีกเลี่ยงการออกแดด ในช่วงเวลาที่กล่าวไว้ข้างต้น
2. เด็กทารก (0-6 เดือน) หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ควรหลบแดดไว้ก่อน เนื่องจากผิวของเด็กๆ มีความต้านทานต่อแดดได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งผิวอันอ่อนนุ่มของเด็กทารกก็ยิ่งต้านทานแดดได้น้อยกว่า และแพ้แดดได้ง่ายกว่า
3. เด็กเล็ก (ไม่เกิน 2 ขวบ) เมื่อออกไปกลางแจ้งควรสวมหมวก และใส่เสื้อผ้าให้รัดกุม
4. หากเด็กๆ จะต้องลุยแดดกันนานๆ เช่น เล่นน้ำทะเล แม้ในยามแดดอ่อนก็ควรทาครีมกันแดด โดยเลือกครีมแบบป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ชนิดมีค่ากันแดด (Sun Protection Factor) ตั้งแต่ SPF 15 ขึ้นไปให้ทาทั่วตัว รวมทั้งใบหน้า จมูก หู มือ เท้า และหากจะว่ายน้ำก็ให้เลือกแบบกันน้ำได้ครับ โดยดูจากข้างกล่องเขาจะเขียนว่า water proof หรือ water resistant
5. หากเด็กเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนจาก ผิวไหม้แดด ให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำ และให้รับประทานยาแก้ปวดสำหรับเด็กตามความจำเป็น
เพลียแดดตะคริวแดด ลมแดด ความร้อนสูงเกิน
นอกจากผิวหนังไหม้จากแสงแดดแล้วความร้อนยังส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอบอ้าว ไม่มีลมและเล่นตากแดดบนชายหาดโดยไม่ได้ลงน้ำทะเล ซึ่งปกติร่างกายเราจะมีอุณหภูมิภายในเฉลี่ยอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิภายนอกเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงไม่เกิน 0.6 องศาเซลเซียส
ความร้อนถูกสร้างภายในร่างกายตลอดเวลา แต่ร่างกายมีกลไกที่จะรักษาสมดุลความร้อน โดยเฉพาะมีการระบายความร้อนโดยผ่านกระแสลม และการระเหยของเหงื่อ
ดังนั้นในวันที่อากาศร้อนกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกาย ไม่มีกระแสลม และมีความชื้นสูง ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ จึงส่งผลให้เกิดกลุ่มอาการจากความร้อนได้ นับตั้งแต่อาการ
เพลียแดด (heat exhausted) คือ อาการอ่อนเพลียมากจากความร้อน
ตะคริวแดด (heat cramp)
ลมแดด (heat syncope)
ความร้อนสูงรุนแรง (heat stroke) ซึ่งอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้
ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ เด็กๆ นั้นยามที่เขากำลังสนุกสุขสำราญใจ เขามักจะไม่ใส่ใจว่าขณะนั้นแดดกำลังร้อนระอุสักแค่ไหนยิ่งถ้าเวลาผู้ใหญ่กำลังนั่งโจ้ข้าวปลาอาหารมื้อเที่ยงกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย หรือเผลอหลับคร้อก
กกฟี้ กว่าจะรู้
ลูกๆ ของเราก็โดน แดด เล่นงานซะแล้ว
เพลียแดด ตะคริวแดด ลมแดด
มีวิธีแก้ไขดังนี้ครับ
1. รีบคลายความร้อนโดย นำเด็กเข้าที่ร่ม ที่อากาศโปร่ง ลมพัดดี แล้วคลายเสื้อผ้าให้หลวม ให้นอนราบ โดยยกเท้าสูงขึ้นเล็กน้อย
2. ให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือแร่ นำผ้าเย็นเช็ดแขนขา ลำตัว และชุบหมาดๆ วางที่หน้าผาก
3. เด็กอยู่ท่ามกลางแดดนานๆ จนเสียแรง เสียเหงื่อมาก ก็มีโอกาสจะเกิดตะคริวได้ จึงต้องพึงระวังไว้ให้ดี หากเกิดขึ้นก็มีวิธีแก้ไข โดยพาเด็กกลับเข้ามาในร่มเพื่อหลบแดด และให้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจนอนราบ ดื่มน้ำอุ่น น้ำผสมเกลือแร่ โดยให้จิบอยู่เรื่อยๆ สักครู่กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว
ความร้อนสูงเกินขนาด
หากเด็กอยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดหรือโดนความร้อนเป็นเวลานานเด็กจะมีอาการปวดหัว ตัวร้อนจี๋ และมีไข้สูง (อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นไปถึง 41-42 องศาเซลเซียส) แต่เหงื่อไม่ออก เด็กจะซึมหน้าแดง ตัวแดง ผิวแห้งและเป็นลมหมดสติ (ในขณะที่การเป็นลมทั่วๆ ไปนั้นหน้าจะซีด) นั่นคือ เด็กกำลังมีอาการความร้อนสูงเกินขนาด
ร่างกายเราจะควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายไว้ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส กลไกของร่างกายจะมีขีดจำกัดในการต่อสู้เมื่อหนาวมากเกินไป หรือร้อนมากเกินไปกลไกการควบคุมความร้อนของร่างกายก็เสียหายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
เมื่อกลไกการระบายความร้อนของร่างกายเสียหายแล้ว ความร้อนภายในจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนจะทำลายเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ สมองหรือเม็ดเลือด ก่อให้เกิดภาวะไตวาย เลือดเป็นกรด วิงเวียน หมดสติจนกระทั่งหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้นในที่สุด
ลืมลูกในรถ
ยามอากาศร้อนจัดๆ นี่ ห้ามลืมลูกไว้ในรถเชียวนะครับ พ่อแม่ที่ปล่อยลูกไว้ในรถลงไปช็อปปิ้ง อาจติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ไว้ แต่ถ้าเครื่องเกิดดับขึ้นมา ช่วงเวลาเพียงไม่นาน อุณหภูมิภายในรถจะสูงขึ้น
ความร้อนในรถที่เพิ่มขึ้นนี้ เด็กอาจปรับตัวได้ในระยะแรก แต่เมื่อร้อนมากเกินไปกลไกของร่างกายจะเสียหาย ร่างกายจะไม่สามารถขับเหงื่อได้อีก อุณหภูมิภายในร่างกายจะสูงขึ้นจนเกิน 42 องศาเซลเซียสเกิดความร้อนสูงเกินขนาด ทำให้เสียชีวิตได้ครับ คุณพ่อคุณแม่บางคนคงจะจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้ มีโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งลืมเด็กไว้ในรถรับส่งของโรงเรียน เนื่องจากเด็กหลับอยู่ที่เบาะหลังของรถ มาพบเด็กอีกครั้งหนึ่งหลังเลิกเรียนแล้ว ปรากฏว่าเด็กเสียชีวิตในรถ ด้วยเหตุจากความร้อนสูงเกินขนาด ไม่ใช่ขาดอากาศหายใจ
การปฐมพยาบาลเด็กในกรณีนี้ คือต้องนำเด็กเข้าที่เย็นก่อน ปลดเสื้อผ้าออก เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น และนำส่งโรงพยาบาล หากหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ต้องทำการกู้ชีพเบื้องต้นโดยการเป่าปากและนวดหัวใจในระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล
ประชากรในหลายประเทศในบางช่วงของปี ต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน เพราะอากาศนอกบ้าน แสนจะหนาวเหน็บ แต่ในเมืองไทยของเรามีแดดจ้าตลอดปีจนผู้คนหลายชาติ หลายภาษาต้องลัดขอบฟ้าบินมานั่งอาบแดดที่บ้านเรากันหน้าสลอน แสงแดด จึงถือได้ว่าเป็นทรัพยากรอันทรงค่าที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัย อีกทั้งยังนำเงินตราเข้าประเทศไม่ใช่น้อย เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจและรู้จักใช้ประโยชน์จากธรรมชาตินั้นให้ถูกต้อง และไม่ให้กลายเป็นภัยแก่ตนเองและลูกๆ หลานๆ ของเรา
.
(update 23 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]
|