เป็นที่ทราบกันดีว่าการนอนนั้นมีความสำคัญสำหรับเจ้าตัวเล็กมากแค่ไหนการที่ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ตื่นมาก็จะอารมณ์ดีและมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่คุณแม่อย่าลืมว่าระหว่างการนอนหลับของลูกนั้นอาจมีอุปสรรคหลายอย่างเข้ามาขัดจังหวะทำให้ลูกนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของลูก เรามาเช็คกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง จะได้หาทางป้องกัน
1. อากาศไม่เป็นใจ อากาศที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ทำให้เจ้าตัวเล็กนอนหลับไม่เป็นสุขถ้าคุณแม่เห็นลูกนอนกระสับกระส่าย ลองตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกมีเหงื่อท่วมตัว หรือว่านอนขดเป็นกุ้งเพราะหนาวหรือเปล่า
2. แมลงกัดต่อย แม้จะป้องกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ทั้งยุง มด และ แมลงตัวเล็กๆ ก็อาจเล็ดลอดเข้าไปกัดลูกได้ ฉะนั้นก่อนจะวางลูกลงบนที่นอน ควรสำรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีเจ้าแมลงวายร้ายซุกซ่อนอยู่ใต้หมอน ที่นอน และ ผ้าห่มของลูก และถ้าจะให้ดีควรหามุ้งมากางกันยุงให้ลูกด้วย
3. จุกนมเจ้าปัญหา คุณแม่บางบ้านสร้างความเคยชินให้กับลูกโดยปล่อยให้ลูกอมหัวนมจนหลับ คราวนี้พอจะดึงหัวนมออก เจ้าตัวเล็กเลยพาลไม่ยอมนอน เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง ควรหาวิธีกล่อมลูกวิธีอื่นดีกว่าค่ะ
4. เงียบก็ตื่น ดังก็ตื่น บรรยากาศภายในบ้านมีผลต่อการนอนของลูก เด็กที่ชอบนอนในที่เงียบๆ พอมีเสียงดังเข้าหน่อยก็ตื่น ในขระที่เด็กบางคนจะนอนได้ก็ต้องมีเสียงอึกทึกครึกโครมเป็นเสียงกล่อม ลองสังเกตดูว่าเจ้าตัวเล็กของคุณเป็นแบบไหน จะได้จัดบรรยากาศให้เหมาะกับการนอนของลูก
5. นอนไม่หลับเพราะแปลกที่ เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เอง เวลาที่ต้องนอนแปลกที่ก็ทำให้นอนไม่หลับ แต่ผู้ใหญ่จะปรับตัวง่ายกว่า ทางที่ดีคุณไม่ควรพาลูกไปค้างแรมที่อื่นในช่วงนี้ แต่หากมีความจำเป็นก็ควรจะนำเครื่องนอนของลูกรวมทั้งผ้าปูเตียงไปด้วย กลิ่นของเครื่องนอนที่คุ้นเคยอาจจะช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น
6. เปียกปุ๊บตื่นปั๊บ เด็กเล็กๆ ตื่นบ่อยด้วยความเปียกเปื้อนเป็นสาเหตุหนึ่งที่รบกวนการนอนของลูก ในช่วงที่ลูกยังเล็ก มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถฝึกให้ลูกปัสสาวะก่อนนอน แล้วตื่นมาปัสสาวะอีกครั้งตอนเช้าเลยได้ การใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกในช่วงกลางคืนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกหลับสบายขึ้น แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของความอับชื้นและผื่นผ้าอ้อมด้วย วิธีป้องกันง่ายๆ ก็คือ เวลาที่ลูกตื่นขึ้นมากินนมคุณแม่ควรจะเปิดผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น
เมื่อพูดถึงเรื่องการนอนก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงเตียงนอนของเจ้าตัวเล็กด้วย เพราะเตียงนี่แหละค่ะที่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการนอนของลูก เจ้าตัวเล็กจะนอนหลับอย่างสบายและปลอดภัยแค่ไหนขึ้นอยู่ที่คุณแม่ว่าเลือกเตียงนอนแบบไหนให้ลูก เรามาดูกันค่ะว่าเตียงนอนที่เหมาะสำหรับลูกควรเป็นแบบไหน
1. ก่อนจะตัดสินใจซื้อเตียงนอนให้ลูก ควรสำรวจสภาพเตียงนอนให้ละเอียด ดูความแข็งแรงของแผ่นไม้ ความแน่นหนาของน็อตทุกตัว เพื่อความปลอดภัย
2. เตียงนอนที่ปลอดภัยความห่างของลูกกรงต้องไม่กว้างมากเกินไป มิฉะนั้นศรีษะของลูกอาจลอดเข้าไปติดค้างระหว่างซี่กรงซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
3. ที่นอนสำหรับลูกควรมีความเรียบ แน่น และไม่ควรนำผ้าห่ม หมอน และตุ๊กตา มาสุมไว้เพราะอาจปิดกั้นการหายใจของลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเสียชีวิตขณะนอนหลับ (Sudden Infant Death Syndrome) ได้ การจับให้ลูกนอนหงายจะช่วยให้ลูกหายใจได้สะดวกกว่าและเป็นการป้องกันการเสียชีวิตขณะนอนหลับได้อีกทางหนึ่งด้วย
4. ควรตั้งเตียงในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรตั้งเตียงนอนของลูกใกล้หน้าต่างและบริเวณที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง
5. ของเล่นที่มีสายยาวๆ ควรเก็บให้ห่างจากเตียงนอนของลูกเพราะเจ้าสายยาวๆ ที่ว่าอาจพันคอของลูก นอกจากนี้คุณแม่ควรถอดผ้ากันเปื้อนของลูกออกทุกครั้งก่อนนอน เพราะสายผ้ากันเปื้อนอาจรัดคอลูกได้
6. ทุกครั้งที่วางลูกบนเตียงต้องยกราวกั้นขึ้นเสมอเพื่อป้องกันการกลิ้งตกเตียง และเมื่อลูกเริ่มยืนขึ้นเองได้ คุณแม่ไม่ควรปล่อยลูกไว้ในเตียงตามลำพังนานๆ เพราะเจ้าตัวเล็กอาจจะปีนป่านจนพลัดตกลงมาได้
7. บ้านไหนที่ให้ลูกนอนเปลหลังจากไกวจนเจ้าตัวเล็กหลับแล้วควรล็อกไม่ให้เปลแกว่งเพราะถ้าลูกตื่นขึ้นมาแล้วยืนขึ้นอาจทำให้หน้าคะมำและได้รับบาดเจ็บได้
8. บ้านไหนที่มีเนื้อที่และงบประมาณจำกัดการปูที่นอนให้ลูกนอนบนพื้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและปลอดภัยด้วยค่ะ
เห็นไหมคะว่าการนอนของเจ้าตัวเล็กนั้นมีเรื่องให้ต้องระมัดระวังและเอาใจใส่ตั้งมากมายแต่เพื่อลูกแล้ว เราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทำได้แน่นอนค่ะ
(update 7 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.167 June 2007]
|