เคล็ดลับแม่มือโปรพาลูกน้อยเข้านอน


เด็กๆ ที่อายุยังไม่ถึงขวบยังไม่มีกิจกรรมอะไร ยังดื้อไม่เป็นเวลา ง่วงก็อาจจะงอแง หรือร้องดูดนมแป็บเดียวเดี๋ยวก็หลับ แต่เมื่อคุณลูกมีอายุเกินขวบไปแล้วนี่สิ ที่วิธีการพาเข้านอนของคุณพ่อคุณแม่ต้องมีสารพัดรูปแบบเพื่อให้เจ้าตัวเล็กเข้านอนได้ ทั้งปลอบทั้งขู่ บางบ้านคุณพ่อคุณแม่หลับไปแล้วคุณลูกยังนั่งตาแป๋วอยู่เลย เรามาหาวิธีพาเจ้าตัวเล็กนอนกันดีกว่าค่ะ


ลูกยังไม่ครบ 1 ขวบ :

เมื่อลูกยังไม่ถึงขวบ คุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกรู้ว่านี่คือเวลานอนตอนกลางคืนได้ด้วยวิธีนี้ค่ะ
  • ถ้าลูกตื่นเพื่อร้องกินนมตอนกลางดึก หรือร้องเพราะเปียกชื้นก็ให้ป้อนนมลูกตามปกติ หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมแต่ไม่ต้องคุยเล่นกับลูก ให้ลูกได้อยู่ในบรรยากาศที่สงบ

  • จัดท่านอนของลูกให้สบายๆ ถ้าลูกร้องโดยไม่หิวหรือเปียกชื้น อาจจะเป็นเพราะอยากเปลี่ยนท่านอนก็ได้

  • ในห้องนอนควรจะปิดไฟเพื่อให้ลูกเกิดความเคยชินในการนอน และรู้ว่าถ้าไม่มีแสงสว่างคือช่วงเวลานอน

  • ปรับอุณหภูมิในห้องให้พอดี รวมถึงใส่ชุดนอนของลูกให้สบายตัว กะดูว่าไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป

  • เปิดเพลงที่ลูกค้นเคยเบาๆ อาจจะเป็นเพลงที่คุณชอบฟังตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ก็ได้ค่ะ เมื่อเห็นว่าลูกหลับสนิทดีแล้วให้ปิด

  • เมื่อลูกดูดนมจนเคลิ้มหลับไป และคุณพาลูกนอนลงบนที่นอนแล้วให้กล่อมลูกต่ออีกสักพัก โดยการตบหลังหรือแขนขาลูกเบาๆ

ลูก 1-3 ขวบ :

เข้าสู่วัยเตาะแตะกันแล้ว เริ่มซนมากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย ดื้อเล็กๆ เป็นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ลองวิธีเหล่านี้ดูสิคะ
  • อย่าเพิ่งพาลูกเข้านอนหลังจากที่คุณเพิ่งเล่นสนุกกับลูกมาไม่ว่าจะเป็นการกระโดดโลดเต้นเล่นเกมที่ออกแรงหัวเราะกันเสียงดังให้คุณพาลูกนั่งพักก่อนยังไม่ต้องบังคับให้ลูกเข้านอนทันทีเพราะไม่ว่าคุณจะกล่อมอย่างไรลูกก็ยังไม่ยอมหลับหรอกค่ะ เพราะในหัวลูกมีแต่เรื่องเล่นและเรื่องสนุกที่เพิ่งเล่นผ่านมาหยกๆ

  • ให้ลูกนั่งดูรายการโทรทัศน์กับคุณ ที่ไม่ใช่การ์ตูน หรือเรื่องสยองขวัญ หรือทางที่ดีก็ให้อ่านหนังสือให้ลูกฟังก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ลูกสงบลงค่ะ

  • เล่านิทานให้ลูกฟัง ระหว่างที่ให้ลูกขึ้นเตียงนอนเรียบร้อยแล้ว เล่าเรื่องที่ลูกชอบไม่จำกัดยกเว้นเรื่องเล่าที่น่ากลัว

  • ก่อนที่ลูกจะนอนหลับพาลูกไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน จะได้ลดการตื่นนอนระหว่างกลางดึก

  • ให้ลูกดื่มนมก่อนนอน แต่ถ้าเด็กคนไหนยังติดขวดนมอยู่ก็ยังให้ลูกดูดได้ เพราะเป็นเหมือนเพื่อนของลูก เพียงแต่คุณแม่อาจจะใส่นมไว้ในขวดเพียงเล็กน้อย พอให้ลูกหลับ แล้วดึงขวดนมออก

  • ถ้าลูกติดจำพวกผ้าขนหนู ตุ๊กตา ก็ต้องปล่อยให้ลูกกอดต่อไป เมื่อโตกว่านี้อาการแบบนี้จะค่อยๆ หายไปเองค่ะ

  • นั่งหรือนอนเป็นเพื่อนลูกจนกว่าลูกจะหลับสนิทดีที่สุดถึงลูกจะซนแก่นขนาดไหนในช่วงกลางวัน แต่ในเวลากลางคืน เขาต้องการคนที่ปกป้องและคนที่ลูกรู้สึกผูกพันมากที่สุดอยู่ใกล้ๆ

  • การพาลูกเข้านอนควรจัดเป็นเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันทุกวัน เพื่อให้ลูกเกิดความเคยชิน

  • จัดเวลานอนของลูกในช่วงกลางวัน ไม่ให้ใกล้ช่วงเย็นมากนัก หรือถ้าเห็นว่าลูกมักจะไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ก็ลดเวลานอนให้ช่วงกลางวันลงมาเล็กน้อย

  • ควรปิดไฟนอนทุกวัน ถ้าลูกกลัวความมืด อาจจะหาไฟหรี่ หรือโคมไฟเล็กๆ มาติดไว้ และคุณนั่งเป็นเพื่อนลูกจนกระทั่งลูกหลับ และค่อยๆ บอกเล่าเรื่องราวเพื่อคอยแก้อาการกลัวความมืดไปทีละน้อย เช่น ลองปิดไฟแล้วนอนด้วยกันกับลูก โดยให้คุณจับมือลูกเอาไว้ พูดคุยกับลูกเบาๆ จนลูกเคลิ้มหลับไป

  • ถ้าลูกยังไม่พร้อมที่จะแยกห้องนอนอย่าฝืนใจลูกเลยค่ะ เพราะเหมือนเป็นการทำร้ายจิตใจลูก จะทำให้เขาเก็บความเคืองใจ ความไม่เข้าใจในตัวคุณพ่อคุณแม่เอาไว้ เป็นผลทำให้ลูกขาดความเชื่อฟังในตัวคุณ หรือถ้าให้ลูกนอนคนเดียวจริงๆ ก็ควรอยู่กับลูกจนกระทั่งลูกหลับสนิทก่อนจริงๆ ให้ลูกเกิดความไว้วางใจ

  • อย่าใช้วิธีขู่เพื่อให้ลูกหลับ เช่น หลับตาปี๋เร็วๆ เดี๋ยวตุ๊กแกมากินตับนะ

  • ถ้าเจ้าตัวเล็กอายุ 3 ขวบแล้วลองใช้วิธีนี้ค่ะ ให้ลูกดูตัวเลขนาฬิกา โดยหานาฬิกาของเล่นที่มีตัวเลขครบถ้วน และนำนาฬิกาจริงมาเปรียบเทียบ แล้วตั้งเข็มนาฬิกาของเล่นเอาไว้ให้ตรงกับตัวเลขที่คุณอยากให้ลูกนอน เช่น คุณจะให้ลูกนอนตอน 2 ทุ่ม คุณก็ตั้งเข็มไปที่เลยเลข 8 แล้วก็ตกลงกับลูกไว้ว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เข็มนาฬิกาของจริงตรงกับเข็มนาฬิกาของลูก นั่นก็แสดงว่าถึงเวลานอนแล้วจ้า

หลับฝันดีนะคะ…..Good night….zzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz


(update 27 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600