ป่าวอิจฉา (น้อง) นะ!


ครั้งยังเด็กสมัยอนุบาล ชาดาจำได้ว่าเปิดศึกกับน้องชายเป็นประจำค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร เห็นน้องแล้วมันเขี้ยวอยากแกล้ง เรียกว่าแกล้งกันบ่อยจนคนข้างบ้านคิดว่าพี่น้องบ้านนี้ไม่รักกันซะแล้ว ส่วนพ่อกับแม่ก็มักจะตัดสินว่า “พี่อิจฉาน้อง” ทั้งกะปิ แบบนี้ไม่แฟร์เลยนะจะบอกให้ จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างนี้


(เหมือนจะ)อิจฉา

เมื่อก่อนเคยเป็นหนึ่งในบ้าน แต่พอมีน้องเพิ่มขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ ก็ถูกแชร์แบ่งความสนใจไป ยิ่งพี่อยู่ในวัยยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ก็จะห้ามอารมณ์ (เหมือนจะ) อิจฉานี้ยากค่ะ ความจริงพี่เขากลัวที่จะถูกแย่งความรักจากพ่อแม่ไป กลัวโดนยึดพื้นที่หน้าตักของพ่อกับแม่ที่เคยครอบครองแต่ผู้เดียวมาก่อน เรื่องนี้ต้องโทษผู้ใหญ่ค่ะที่ไม่ได้เตรียมพร้อมคุณพี่ไว้ให้ดี
Support : สร้างความมั่นใจ
ช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ ควรบอกให้พี่รู้ไว้ก่อนว่ามีน้องอยู่ในท้องของแม่ วิธีนี้ได้ผลด้านการรับรู้ค่ะ เพราะตัวชาดาเอง แม่เล่าให้ฟังว่ามีน้องอยู่ในท้อง และได้ลูบท้องแม้เช้าเย็น เรียกว่าให้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นเลย ส่วนเมื่อคลอดแล้วการจะให้พี่ยอมรับน้องส่วนสำคัญก็คือพ่อแม่ค่ะนอกจากจะให้พี่เข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงน้องแล้ว การให้ความมั่นใจว่าพี่จะไม่ถูกทอดทิ้ง ยังเป็นที่รักเหมือนเคย ด้วยการที่พ่อแม่จัดเวลาในการดูแล กอดและเล่นกับเขาเหมือนเคย อย่าเฮโลไปที่น้องคนเดียวจนเหมือนลืมพี่เขาไปนะคะ แบบนี้นอกจากอยากแกล้งแล้วยังพานไม่รักเอาได้ค่ะ

ยังเล่นไม่เป็น

ที่ว่าไม่เป็นหมายถึง ไม่รู้วิธีเล่นกับน้องค่ะ พี่เลยใช้มาตรฐานเล่นแบบเดียวกับเพื่อนวัยเดียวกัน ยิ่งพี่ชายเล่นต่อสู้กับเพื่อนมายังไง ก็เตะน้องแบบนั้น น้องร้องจ้าก เจ้าพี่ชายก็งงสิคะ เล่นกับเพื่อก็เอิ๊กอ๊ากดีนี่นา แต่ไหงน้องเราร้องไห้ง่ะ…แย่จัง
Support : สอนให้เล่นเป็น
ถ้าคุณแม่เห็นว่าพี่เล่นกับน้องแรงๆ ใช่ว่าจะต้องตีพี่กลับเพื่อให้รู้สึกเจ็บเท่ากับที่น้องเจ็บนะคะ แบบนั้นมันไม่ได้ผลค่ะ ต้องระวังและอธิบายอย่างใจเย็นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ควรใช้วิธีบอกและสอนให้เขารู้จักเล่นกับน้อง อย่างเช่น ต้องมาเล่นเบาๆ เพราะน้องตัวเล็กกว่าเพื่อนที่โรงเรียน ช่วงแรกๆ ต้องคอยย้ำและสอนทันที เพื่อที่พีจะได้เข้าใจว่าครั้งต่อไปเล่นงานแรงๆ กับน้องไม่ได้แล้วทุกครั้งที่พี่น้องเล่นกัน คุณแม่อาจจะอยู่ใกล้ๆ หรือร่วมเล่นด้วยเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้วิธีเล่นกับน้องอย่างเหมาะสมค่ะ


อารมณ์สนุก

พี่บางคนก็มีนิสัยขี้แกล้ง (อย่างเช่นชาดา เป็นต้น) เป็นอารมณ์หยอกเล่น เห็นเป็นเรื่องสนุก อยากทดสอบว่าน้องจะเป็นยังไงยิ่งน้องไม่ตอบโต้ยิ่งได้ใจ แหย่ไปเรื่อยๆ แย่งขนม ดึงผม ผลักแขน ได้แกล้งนิดหน่อยก็ยังดีว่างั้นเถอะ
Support : ค่อยๆ อธิบาย
คุณแม่คงต้องใจเย็นๆ แล้วค่อยพูดคุยสอบถามว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น จากนั้นจึงอธิบายว่าทำอย่างนั้นแล้วน้องไม่ชอบไม่ควรทำ เพราะเหตุใดให้ชัดเจน เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แล้วที่สำคัญคุณแม่ก็อย่าเพิ่งตบะแตกโมโหใส่ที่เขาแกล้งน้อง เพราะยิ่งเป็นการเสริมแรง เนื่องจากทำได้แล้วได้รับความสนใจ ทำให้พี่อยากแกล้งหนักเข้าไปอีก แถมยังพานจะคิดไปว่าแม่รักน้องคนเดียวอันนี้ก็แย่เลยล่ะค่ะ

3 สิ่งที่ควรทำเมื่อพี่น้องเปิดศึก
1. จับแยกทันที
2. คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ (ตัวเอง) พยายามใจเย็น
3. ให้ลูกเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทีละคนพร้อมถามถึงทางออกที่จะแก้ปัญหาที่ดีกว่าการตีกันแล้วสรุปทางออกที่ทั้งสองคนเสนอ แล้วบอกลูกว่า แม่จะสบายใจมาก ถ้าครั้งต่อไปไม่ทะเลาะกัน แต่ใช้วิธีที่ทั้งสองคนบอกมาแก้ปัญหา

เลี้ยงลูกวัยใกล้กันแบบนี้ คงต้องใช้น้ำเย็นและน้ำอดน้ำทนมากหน่อย อย่างชาดาเองทุกครั้งแกล้งน้องจนเลยเถิดถึงขั้นทะเลาะกัน แล้วก็จะถูกลงโทษให้อดเล่นด้วยกัน พอโดนจับแยกนั่งคนละมุมคราวนี้คิดถึง (อยากเล่น) กันแทบแย่ค่ะแต่ถึงจะชอบแกล้งน้อง แต่เมื่อโตขึ้นเราสองคนก็กลายเป็นพี่น้องที่รักและผูกพันกันอย่างถึงที่สุดค่ะ ดังนั้นคุณแม่ที่มีพี่ชอบแกล้งน้องหายห่วง โตขึ้นก็รักกันเหมือนชาดากับน้องแน่ค่ะ


(update 23 มกราคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.134 December 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600