เมื่อถึงคราวที่ตัวเล็กต้องเริ่มไปโรงเรียน เป็นเวลาที่เปรียบได้กับการเริ่มเล่นเกมใหม่ของทั้งพ่อแม่และลูกๆ สิ่งที่สำคัญสำหรับพ่อแม่ก็คือการเฝ้าดูแลลูกในทุกๆ ฝีก้าวเพื่อช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัยได้ในโรงเรียน แล้วมีอะไรบ้างที่พ่อแม่ต้องเตรียมตัวให้ลูกน้อยก่อนก้าวสู่รั้วโรงเรียน
กฎระเบียบของโรงเรียนคือสิ่งที่จะช่วยให้ลูกรู้จักบทบาทและภาระหน้าที่ทางสังของตัวเองและค่อยๆ ควบคุมบุคลิกภาพและการแสดงออกของเขาเองด้วย ในฐานะพ่อแม่คุณอาจจะรู้สึกไม่ดีนักเวลาที่ลูกๆ โดนคุณครูทำโทษจากโรงเรียน แทนที่จะรู้สึกไม่ดีจากผลการสอนเรื่องระเบียบวินัยให้กับลูก พ่อแม่ควรจะพูดคุยกับคุณครูเพื่อหาต้นตอของปัญหาและร่วมกันหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น ในบ้านนั้นพ่อแม่ควรพิจารณาเพื่อหาทางช่วยสอนเรื่องกฎระเบียบในโรงเรียนให้แก่ลูกด้วย
เด็กๆ ส่วนใหญ่จะไม่ชอบทำการบ้านและเกลียดงานที่โรงเรียนสั่ง และก็มักจะใช้เวลาดังกล่าวเล่นหรือดูทีวีแทน พ่อแม่ควรจะมีตารางเพื่อที่จะรู้ว่าลูกมีการบ้านอะไรบ้าง พ่อแม่สามารถจัดสรรเวลาให้ลูกได้ในแต่ละวันให้ได้ดีเท่าๆ กับการจัดสถานที่เพื่อให้ลูกได้ทำงานตามหน้าที่ของเขาได้สมบูรณ์ ให้คล้ายๆ กับว่าเวลาและสถานที่เพื่อให้ลูกได้ทำงานตามหน้าที่ของเขาได้สมบูรณ์ ให้คล้ายๆ กับว่าเวลาและสถานที่นั้นคือสถานที่และเวลาสอบ ให้นำตารางมาใช้และคุณพ่อคุณแม่จะต้องมีส่วนร่วมด้วยในการกำหนดตารางเวลาเรียนหนังสือให้ลูก สำหรับเด็กเล็กๆ ที่อาจจะมีการวอกแวกได้ง่ายพ่อแม่ควรจะให้เวลาอย่างใกล้ชิดเพื่อแนะแนวทางให้กับลูก
นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก ให้ลูกทำงานหรือเรียนก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงให้รางวัลเขาด้วยเลาว่างที่ปล่อยให้เขาได้เล่นตามความชอบ และอย่าลืมที่จะให้ลูกได้เวลาพักผ่อนหรือเวลาบันเทิงเริงใจที่เพียงพอ
- สิ่งแวดล้อมของบ้านที่เอื้ออำนวย
ถ้าอยากให้ลูกตั้งใจทำงานหรือทำการบ้าน อย่าลืมที่จะจัดหาสถานที่เงียบๆ ไว้ให้เขาได้เรียนหรือทำการบ้านด้วย ออกแบบห้องให้เหมือนเป็นห้องแห่งการเรียนรู้ มีแสงสว่างที่เพียงพอ มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และชั้นวางต่างๆ ที่แข็งแรง
คุณอาจจะต้องมีการลงทุนในการตบแต่งโต๊ะหรือเก้าอี้ที่เหมาะสมให้กับลูก การปล่อยให้เด็กๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบและจัดวางไม่เหมาะสม อาจจะเป็นอันตรายกับเด็กๆ ได้ เพราะจะมีผลต่อโครงสร้างของกระดูกเมื่อโตขึ้น เวลาเรียนหรือทำการบ้านเด็กๆ ควรจะได้รับความสะดวกสบายด้วยเช่นกันเก้าอี้ที่ดีควรออกแบบมารองรับการเอนหลังและสามารถปรับพนักหรือปรับให้เอนหลังได้ ในขณะที่โต๊ะนั้นควรจะมีความสูงพอสมควรหรือสามารถที่จะปรับความสูงได้เพื่อไม่ให้เด็กๆ ต้องโค้งหรืองอตัว
แม้ว่าผู้ใหญ่จะงวยงงสงสัยกับหลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนประถม วิธีการในการสอนคณิตศาสตร์ถูกเปลี่ยนไปมากจากเมื่อตอนที่เรียนในโรงเรียน ภาษาที่สองกลายเป็นเรื่องน่ากลัวในบางครั้ง ซึ่งพ่อแม่บางคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านจะกังวลว่าลูกๆ ของตัวเองจะเสียเปรียบเมื่ออยู่ในโรงเรียน เป็นความจริงที่ว่าในโรงเรียน เป็นความจริงที่ว่าในโรงเรียนประถมเด็กบางคนนั้นมีทักษะการอ่านการเขียนที่เชี่ยวชาญมาก่อนแล้วและมีความรู้วิชาคณิตศาสตร์มาจากสมัยอนุบาล
ช่วยลูกด้วยการส่งเสริมในด้านที่เขาสนใจจะเรียนรู้ เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีเมื่อพวกเขามีความสุขในเวลาเรียน สำหรับภาษานั้น วิธีที่ดีที่สุดคือฝึกให้ลูกพูด หรือให้ดูจากรายการหรือฟังจากวิทยุทำให้การเรียนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องสนุกสนานและให้ความสำคัญกับการนำมาใช้ประโยชน์ในเหตุการณ์ของชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีสามมิติ การแก้ปัญหาในเกม ถ้าพบว่าลูกยังอ่อนในบางวิชา การเรียนพิเศษหรือเรียนเพิ่มเติมอาจจะมีประโยชน์กับลูก อย่าปล่อยให้ลูกเลิกล้มความตั้งใจด้วยการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่เขา
- เรียนพิเศษ-เรียนเพิ่มเติม
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจะจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างตามความต้องการของลูกนอกจากความตั้งใจของพ่อแม่ที่จะส่งลูกให้ไปเรียนพิเศษหลายๆ วิชาขอแนะนำว่า พ่อแม่ควรจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในความสนใจและความต้องการของลูกการเรียนพิเศษควรจะเป็นหนทางสุดท้ายที่คุณเลือกหลังจากการพยายามสอนเพิ่มเติมแก้ลูกด้วยตัวคุณเอง หรือหลังจากที่ลูกได้ทบทวนบทเรียนจากโรงเรียนเลือกโปรแกรมเรียนพิเศษที่ดีและเป็นของครูที่มีคุณภาพให้แก่ลูกอย่าลืมเฝ้าดูกระบวนการเรียนรู้ของลูกด้วย
ปัจจุบันมีห้องเรียนสอนพิเศษมากมายและดูเหมือนจะมากเกินไปด้วย ดังนั้นพ่อแม่จะเลือกอย่างไรดี การพัฒนาและส่งเสริมในด้านที่ลูกสนใจรวมทั้งพรสวรรค์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดควรจะมีในช่วงวัยประถม เช่น กีฬา การแสดง ดนตรีและศิลปะ ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของลูกได้หรือช่วยให้คุณปล่อยให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ด้วยตัวของเขาเอง
- ความเครียด-ความกดดันจากโรงเรียน
การเผชิญหน้ากับความกดดันและความเครียดในโรงเรียนพ่อแม่ควรจะยับยั้งเพื่อไม่ให้ความเครียดบานปลายเมื่อรู้ว่าลูกเรียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ในท้ายที่สุดแล้วอารมณ์และสภาพจิตใจของลูกควรจะเป็นปกติ ไม่ควรที่จะต้องมาแบกรับความกดดันต่างๆ จากโรงเรียน
สร้างนิสัยการพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับเรื่องในโรงเรียนทุกๆ วันให้กำลังใจลูกสอนเรื่องพื้นฐานให้กับเขา เช่น เรื่องการจัดสรรเวลา การทำงาน การเรียน การสอบ หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น แต่กระตุ้นให้เขาตั้งเป้าหมายไว้และพยายามไปให้ถึง ให้อภัยในความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการให้กำลังใจและช่วยให้เขาไม่ตกอยู่ภายใต้ความเครียด
(update 16 มกราคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.160 November 2006]
|