เล่นเป็น…สมอง อัจฉริยะ


คุณทราบหรือไม่ว่า เรื่องเล่นๆ ของเด็ก เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ซับซ้อน และส่งผลต่อพัฒนาการของเขาเพียงไร เมื่อก่อนคุณพ่อคุณแม่อาจคุ้นเคยเพียงแค่เด็กกับของเล่นเป็นของคู่กันจึงไม่ได้พิถีพิถันเลือกของเล่นให้กับลูกมากนัก เห็นว่าลูกชอบก็ซื้อให้ เล่นอะไรกับลูกแล้วเห็นลูกหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ก็จะทำอย่างนั้นกับลูกบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริง การเล่น หรือการซื้อของเล่นให้กับลูกสามารถให้คุณค่าชีวิตกับลูกของคุณอย่างที่คุณนึกไม่ถึงทีเดียว


การเล่นมีความสำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร

การเล่น จะกระตุ้นการสร้างเส้นใยประสาท จุดเชื่อมต่อเส้นใยประสาทและไขมันห่อหุ้มเส้นใยประสาทให้มีปริมาณและการเชื่อมโยงได้มากขึ้น ทำให้สมองเกิดการเจริญเติบโตและมีความสามารถในการทำหน้าที่ต่างๆ ตามวัยได้อย่างเหมาะสม

การเล่น ช่วยกระตุ้นการสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาทและกลุ่มเซลล์ประสาทต่างๆ ของสมอง ให้มีการประสานโยงใยอย่างเป็นระบบในการรับส่งหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ สะสมเป็นความทรงจำระยะสั้นและระยะยาว ทำให้เด็กสามารถรับรู้และเรียนรู้สิ่งรอบตัวตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต

การเล่น เป็นกระบวนการสำคัญของการพัฒนาสติปัญญาของเด็กที่เกิดขึ้นเป็นลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการทางสมอง เริ่มต้นจากการใช้ประสาทสัมผัส ทั้ง 6 ในการรับรู้สิ่งต่างๆ สะสมประสบการณ์ขั้นต้นที่เป็นแบบแผนการเรียนรู้ และการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้นในระยะต่อมา

การเล่น เปรียบเสมือนชีวิตจิตใจของเด็ก เป็นวิธีที่เด็กทุกคนใช้ในการรู้จัก และทำความเข้าใจสิ่งรอบตัว และถือเป็นพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกตามธรรมชาติ อันก่อให้เกิดความสุข ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

การเล่น สะท้อนให้เห็นความต้องการตามวัยของเด็กได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกันด้วยการจัดสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับความสามารถของเด็กในแต่ละวัย

การเล่น ช่วยเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาให้ดำเนินไปอย่างสมดุล เต็มศักยภาพตามวัย ความสามารถ และความสนใจของเด็กแต่ละคน

การเล่น ก่อให้เกิดพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการฝึกฝนการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตลอดจนการประสานเชื่อมโยงการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

การเล่น เป็นสื่อกลางเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในสภาพแวดล้อมของเด็กด้วยตนเองอย่างอิสระ ทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และกระตุ้นให้เกิดความสนใจอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว

เด็กที่ขาดโอกาสในการเล่นย่อมไม่สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ การเล่นจึงมีบทบาทและอิทธิพลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กในอนาคต

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า ช่วงหนึ่งที่ลูกวัยเล็กของคุณชอบขว้างปาของเล่นทิ้ง แล้วร้องขอให้คุณช่วยหยิบมาคืนให้ เขาจะรู้สึกสนุก ในขณะที่คุณรู้สึกเซ็ง และเบื่อที่จะคอยเก็บของเล่นให้กับเขา แต่ไม่ว่าคุณจะพูดกับเขาอย่างไร เขาก็ยังคงรู้สึกสนุกกับการขว้างของเล่นนั้น เหล่านี้เป็นพฤติกรรมตามพัฒนาการของเด็กค่ะ ถ้าหากเขาได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสมศักยภาพของเขาก็จะถูกดึงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ตามช่วงวัยของเขา ขณะเดียวกันสมองก็ถูกกระตุ้นพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์การเล่น

“การเล่นกับลูก” จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือ หรือสื่อสำคัญที่จะทำให้ลูกของคุณกลายเป็นเด็กอัจฉริยะ ไม่แพ้อาหารการกิน ความรู้ทางวิชาการ หรือแม้กระทั่งพันธุกรรมที่ติดตัวมา รู้อย่างนี้แล้วคุณคิดอยากจะเล่นกับลูกขึ้นมาบ้างหรือยังคะ


เล่นเป็น…สมอง "อัจฉริยะ"

หากคุณเคยศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาสมองสู่ความเป็นอัจฉริยะคุณคงทราบว่าคุณจะต้องกระตุ้นพัฒนาการของลูกตั้งแต่ในช่วงวัยเล็กๆ การเล่นมีส่วนสัมพันธ์กับการขยายตัวของเซลล์สมองเป็นอย่างมากจำได้หรือไม่ว่า เซลล์สมองของมนุษย์จะก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นวุ้นอยู่ในท้องแม่ จากนั้นก็เริ่งขยายกิ่งก้านสมองอย่างเต็มที่ต่อไปจนกระทั่งเด็กมีอายุได้ 3 ขวบ หลังจากนั้นการขยายกิ่งก้านสมองจะค่อยๆ เริ่มชะลอตัวลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันหากความสามารถด้านใดที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ สมองตรงส่วนนั้นก็จะค่อยๆ ถูกลบเลือนไป เพื่อที่จะทุ่มเทศักยภาพไปให้กับการพัฒนาความสามารถที่มักจะถูกดึงขึ้นมาใช้บ่อยๆ

ขณะที่ลูกคุณกำลังเล่น สมองจะมีการทำงานไปตามขั้นตอนดังกล่าว ดังนั้น หากในช่วงที่ลูกของคุณ ควรได้รับการพัฒนาด้านภาษาแต่ในช่วงขณะนั้น คุณกลับโยนของเล่นให้กับลูกแทน โดยไม่มีการพูดคุยหยอกล้อ เขาก็จะขาดโอกาสหรือไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการภาษาตามวัย

ทั้งหมดนี้คือการเปรียบเทียบให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า การเล่นกับลูก มีความละเอียดอ่อนกว่าที่คุณคิด ต้องการความเอาใจใส่และทำอย่างต่อเนื่องถูกต้องตามลำดับขั้นตอนของการพัฒนาของเด็กมิใช่ปล่อยให้เนไปตามธรรมชาติ


เล่นอย่างไร จึงเสริมพัฒนาการ

ก่อนอื่นคุณควรมีความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการเด็กเป็นพื้นฐานซึ่งตามหลักวิชาการแล้ว พัฒนาการเด็กจะต้องทำควบคู่กันไปทั้ง 4 ด้านคือ การพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งในแต่ละช่วงวัยก็มีควมพร้อมต่อการพัฒนาในแต่ละด้านที่แตกต่างกันการทราบถึงความพร้อมของเด็ก และมีเทคนิคในการเล่นกับเด็กอย่างเหมาะสมในช่วงนั้นๆ จะทำให้เด็กมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของเขาได้อย่างเต็มที่

ยกตัวอย่าง เด็กทารกในครรภ์ จะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การพูดคุย และสัมผัสโดยการลูกไล้ตรงช่วงท้องที่นูนๆ ของคุณแม่ จะทำให้เด็กได้รับความรู้สึกผ่านการสัมผัสนั้น ความรู้สึกที่ดี ทำให้จิตใจมีพลัง ร่างกายก็จะมีพัฒนาอย่างเต็มที่ซึ่งก็หมายถึงการที่เซลล์สมองมีการขยายเซลล์ออกไปเรื่อยๆ ยิ่งมากเท่าไรก็เป็นต้นทุนต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญาของลูกตราบจนเมื่อทารกน้อยคลอดออกมาการพัฒนาทางด้านร่างกายยังคงมีความสำคัญต่อไป แต่จะขยายผลออกไปในเรื่องของกล้ามเนื้อและประสาทสัมผัสทั้ง 6 มากขึ้น เมื่อเด็กโตขึ้น การเล่นจะค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงวัย และความซับซ้อนของสมองเด็ก


ลักษณะและรูปแบบการเล่นของเด็ก

ขั้นการเล่นตามพัฒนาการของเด็ก จะมีทั้งหมด 5 ขั้นตอนเริ่มจากการเล่นจากของจริง เล่นเลียนแบบของจริง เล่นของที่ไม่มีรูปทรงแน่นอน เล่นบทบาทสมมติ เล่นเกมที่มีกฎกติกาอย่างง่ายๆ ในแต่ละขั้นจะส่งผลคาบเกี่ยวเชื่อมโยงกันตามลำดับขั้นความสามารถคุณควรสังเกตพฤติกรรมของลูก และคอยส่งเสริมให้เขาเล่นตามความสนใจ และศักยภาพของเขา


การเล่นจากของจริง

เป็นการเตรียมความพร้อมของเด็ก ให้ได้สัมผัสวัตถุที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น ตัวคน อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเขา หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน เป็นการเล่นที่เหมาะกับพฤติกรรมตามพัฒนาการของเด็ก 0-1 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการ และการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว
  • เล่นอย่างไร หากเป็นเด็กแรกเกิด คุณสามารถเล่นกับเขาได้ โดยการทำหน้าตา หรือพูดคุยหยอกล้อกับเขา จับชิ้นส่วนต่างๆ ของร่างกายเขาพร้อมกับบอกให้เขารู้ว่า คืออะไร เมื่อเด็กโตขึ้นให้เด็กได้หยิบจับพวกถ้วย ชาม ช้อน ที่เป็นของใช้ประจำวันของเขาเล่นไปด้วยของคุณแม่ไปด้วย

  • เด็กได้อะไร การได้ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งของต่างๆ จะทำให้เด็กสร้างวงจรลักษณะของสิ่งเหล่านั้นไว้ในสมอง พร้อมกับเชื่อมโยงเข้ากับสัญลักษณ์คำเรียกที่ใช้สื่อแทนสิ่งของนั้น

การเล่นเลียนแบบของจริง

คือของเล่นที่ทำเลียนแบบของจริง เช่น รถ, เรือ, เครื่องบิน, เครื่องดนตรี, ตุ๊กตา, ถ้วย, ช้อน ฯลฯ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสได้สัมผัส และรู้จักสิ่งของที่มีโครงสร้างซับซ้อนมากขึ้น เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ 6 เดือน-6 ปี การเล่นในเด็กเล็กอาจเป็นเพียงการเรียนรู้โครงร่างของสิ่งของ ในขณะที่เด็กโตอาจใช้เป็นอุปกรณ์ในการเล่นบทบาทสมมติ
  • เล่นอย่างไร แนะนำให้เขารู้ว่าสิ่งนั้นมีวิธีการใช้อย่างไร เช่น รถใช้ลากให้วิ่ง, เครื่องบินจับล่อนกลางอากาศ, ถ้วย ช้อน ใช่ใส่อาหารและตักเข้าปาก ฯลฯ

  • เด็กได้อะไร จะทำให้เขารู้จักสิ่งของนั้นมากขึ้น เช่น เขาจะรู้ว่า รถคือพาหะที่ใช้วิ่ง เมื่อคุณพาเขาออกนอกบ้าน และเขาได้มีโอกาสเห็นรถที่วิ่งบนถนน เขาจะเริ่มเรียนรู้การใช้งานของรถมากยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน เขาจะเริ่มเปรียบเทียบและแยกสิ่งของที่เลียนแบบของจริงและสิ่งที่เป็นของจริงได้ กลไกการคิดของเขาเริ่มซับซ้อนขึ้น และภาพสัญลักษณ์เริ่มชัดเจนขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเขาต่อการเรียนรู้ในเรื่องภาพสัญลักษณ์ เช่น ตัวหนังสือ ตัวเลข การเปลี่ยนแปลงที่คุณจะเห็นได้ชัดในตอนนี้ก็คือ ทักษะทางด้านภาษา

การเล่นของที่ไม่มีรูปทรงแน่นอน

ของเล่นที่เป็นพวกบล๊อกตัวต่อหรือเลโก้ การปั้นดินน้ำมัน หรือแม้กระทั่งการเล่นน้ำ หรือทราย ของเล่นเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เด็กได้ใช้จินตนาการอย่างมาก เหมาะสำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป (ถ้าหากเป็นเด็กเล็กที่ยังชอบเอาของเข้าปากคุณควรระวังเรื่องความสะอาด และความปลอดภัยด้วย)
  • เล่นอย่างไร ถ้าหากเป็นเด็กเล็กอาจให้เล่นต่อบล๊อกอย่างง่ายๆ เช่น หยิบบล๊อกรูปทรงต่างๆ ใส่เข้าไปในช่องของบล๊อกรูปทรงนั้นๆ หรือการเรียงต่อชิ้น เมื่อเด็กโตขึ้น เด็กจะสนใจต่อรูปทรงให้เป็นสิ่งของที่ซับซ้อน เช่น รถ เครื่องบิน หรือรูปทรงต่างๆ ตามจินตนาการของเขาโดยคุณคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ

  • เด็กได้อะไร หลังจากที่เด็กสร้างความคุ้นเคยกับเค้าโครงของสิ่งต่างๆ แล้ว กระบวนการคิดในสมองของเขาจะเริ่มถ่ายโยงนำไปสู่การคิดสร้างสรรค์, การคิดเป็นเหตุเป็นผล, การเรียนรู้นามธรรม, การคิดรวบยอด นั่นหมายความว่าเขาจะเริ่มมีทักษะทางด้านคณิตศาสตร์อย่างง่ายๆ แล้ว

การเล่นบทบาทสมมติ

เด็กในวัย 3-6 ขวบ จะเริ่มมีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ มากขึ้น มีพฤติกรรมของการเลียนแบบสิ่งที่ได้พบเห็น ดังนั้นการเล่นบทบาทสมมติจากประสบการณ์ตรงของเขา เช่น เล่นขายของ, เล่นเป็นหมอ พยาบาล หรือเล่นเป็นพ่อแม่ จะทำให้เขาสามารถเรียนรู้บทบาทในชีวิตประจำวัน
  • เล่นอย่างไร เด็กในวัยนี้จะเริ่มมีสังคมมากขึ้น เขาจะชอบเล่นกับเพื่อนตัวน้อยๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกับเขามากกว่า แต่คุณเองก็ยังสามารถร่วมเล่นกับเขาได้ นอกเหนือจากการส่งเสริมในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ คุณอาจสมมติตัวเองเป็นบุคคลที่จะปฏิสัมพันธ์กับตัวสมมติที่ลูกคุณต้องการเป็น เช่น ถ้าเขาต้องการเป็นหมอคุณก็อาจเล่นเป็นคนไข้ คุณสามารถใช้ช่วงเวลานี้สังเกต ประเมิน พฤติกรรมและกระบวนการคิดของเขา พร้อมๆ กับแนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้กับเขาไปด้วย

  • เด็กได้อะไร เขาสามารถเชื่อมโยงจินตนาการของเขา เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงได้เรียนรู้เงื่อนไขของสังคม บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในสังคมได้พัฒนาทักษะด้านการตัดสินใจ, ภาษา, สังคม, คณิตศาสตร์, ความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กัน

การเล่นเกมที่มีกฎกติกาอย่างง่าย

ความสนใจของเด็กในวัย 6 ขวบ เริ่มมีความซับซ้อนมากพอที่จะขยายประสบการณ์ของเขา ไปสู่การเล่นที่มีกฎกติกาง่ายๆ ที่ท้าทายความสามารถ
  • เล่นอย่างไร อธิบายให้เขาเข้าใจในกฎกติกาของเกมนั้น แล้วร่วมเล่นกับเขา บางครั้งคุณอาจต้องยอมผลัดเปลี่ยนมาเป็นผู้แพ้บ้าง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเขาพร้อมๆ กับสอนให้เขารู้จักการแพ้ ชนะ

  • เด็กได้อะไร เด็กจะเริ่มซึมซับ ยอมรับ และเคารพในกฎกติกา ซึ่งจะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมต่อระบบโรงเรียน และระบบสังคมที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้การเล่นยังนำเด็กไปสู่การพัฒนาเฉพาะด้านในช่วงชีวิตวัยผู้ใหญ่อีกด้วย เช่น หากเด็กมีความสนใจในเครื่องดนตรี จะทำให้เขาพัฒนาทักษะทางด้านนี้จนกลายเป็นความชำนาญขึ้นได้


เล่นกับลูกในท้อง

ประมาณสัปดาห์ที่ 22 หรือปลายเดือนที่ 5 ลูกน้อยของคุณเริ่มมีประสาทสัมผัสครบทั้งหมดและเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในร่างกายของเขาแล้วด้วยการสัมผัส คุณสามารถช่วยลูกน้อยของคุณให้เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัส ซึ่งในขณะนั้นจะทำให้สมองของเขาถูกกระตุ้นให้มีการพัฒนาอย่างเต็มที่ตามไปด้วยคุณควรเริ่มต้นด้วยการทักทายเขาเสียก่อน ด้วยการเรียกชื่อลูกช้าๆ เป็นจังหวะ 3 ครั้ง แล้วตามด้วยการพูดคุยด้วยถ้อยคำที่แสดงความรัก การพูดคุย การใช้เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกความสนใจ และควรพูดซ้ำๆ ประมาณ 3 ครั้ง


การเล่นด้วยการพูดคุย
  • เล่าเรื่องต่างๆ ที่คุณประสบมาในวันนี้ อ่านนิทาน ร้องเพลงหรือฮัมเพลงให้ลูกฟัง

  • พูดคุยเรื่องดีๆ บอกความรู้สึกว่าพ่อแม่รักเขา รอคอยการมาถึงของเขาอย่างใจจดใจจ่อ

  • เปิดดนตรีคลาสสิกหรือเพลงกล่อมเด็กให้ลูกฟัง แล้วบอกชื่อเพลงที่เปิดให้ลูกฟังด้วย เปิดในระดับเสียงปกติ ช่วงระหว่าง 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืนเพราะเป็นช่วงที่ลูกในท้องจะตื่นตัวที่สุด

เล่นด้วยการสัมผัส
  • นวดสัมผัสหน้าท้อง บริเวณที่ต่ำจากใต้สะดือเพียงเบาๆ
  • คลำหาชิ้นส่วนต่างๆ ของลูกพร้อมกับบอกเขาว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร
  • หากมีการหดรัดตัวของมดลูก หรือรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว ให้หยุดทันที

(update 15 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.169 August 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600