การเล่นของเด็ก


ตามหลักของจิตวิทยาพัฒนาการ การเล่นถือว่าเป็นการเรียน ถือว่าเป็นงานหรือเป็นภารกิจของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นมีความสำคัญมากสำหรับพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม บุคลิกลักษณะและบุคลิกภาพของเด็กๆ ในอนาคต

ตลอดเวลาที่ผมทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กนั้น ผมยังพบและยังได้ฟังจากผู้ปกครองอยู่บ่อยๆ ว่าไม่อยากให้เด็กเล่นมากกลัวจะเสียเวลาเรียน

ผมได้ยินได้ฟังแนวคิดอย่างนี้จากผู้ปกครองมาตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้แนวคิดอย่างนี้ก็ยังไม่ค่อยจะเปลี่ยน ทั้งๆ ที่มีการให้ข้อมูลด้านจิตวิทยาพัฒนาการ ข้อมูลด้านการเล่นของเด็ก อย่างต่อเนื่องกับพ่อแม่และผู้ปกครองมาตลอด

ตรงนี้เราเห็นได้จากการที่ผู้ปกครองเน้นเรื่องการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่เด็กอายุยังน้อยๆ มีการเรียนพิเศษ มีการเรียนเสริม มีการติวเข้ม ตั้งแต่เด็กยังเรียนอยู่ในปีต้นๆ ของโรงเรียนอนุบาล เรื่อยมาจนถึงชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา และจวบจนเข้ามาในรั้วของมหาวิทยาลัย

สำหรับในระดับอุดมศึกษาหรือในรั้วของมหาวิทยาลัยนั้น ถือว่าเป็นผู้ที่โตแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้วการเรียนรู้ให้กว้าง ให้ลึก ให้รอบ และให้หัดคิดในระยะยาวไกลให้ได้นั้นเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ที่เรียนมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีความมุ่นมั่น เอาจริงเอาจัง เรียนจริง เรียนหนัก การเล่นจึงต้องลดลง เป็นการเล่นเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและเพื่อเป็นการออกกำลังกายเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการเรียน เป็นงานหรือเป็นภารกิจหลักเหมือยอย่างเด็กๆ

แต่เรากลับเห็นผู้ที่อยู่ในรั้วของมหาวิทยาลัยบ้านเรานั้น ซึ่งเป็นนิสิต นักศึกษา ยังไม่เอาจริงเอาจังกับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ แต่ใช้เวทีมหาวิทยาลัยเน้นกิจกรรมทางสังคมเป็นประเด็นสำคัญ เน้นวัตถุนิยม เน้นความโดดเด่นและความเฉิดฉายทางสังคม

ผมเคยนั่งคุยกับนิสิต นักศึกษา ว่าเราให้เขาเข้มข้นเรื่องการศึกษาเล่าเรียนให้มาก เพราะเป็นการเรียนในระดับสูง ระดับลึก และต้องเรียนให้มีความสามารถประยุกต์องค์ความรู้และวิชาการที่เรียนอยู่นั้นนำไปใช้ประกอบวิชาชีพในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลต่องานที่ทำ

นิสิต นักศึกษา จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ให้ความเห็นที่ทำให้เรารู้สึกเป็นกังวลใจเพราะเขาให้ความเห็นว่า ไม่รู้จะเรียนหนักๆ ไปทำไมให้ชีวิตลำบาก เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วก็เบาใจ ควรใช้ชีวิตให้มีความสุขและเป็นอิสระ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงชั้นมัธยมปลายเขาเรียนหนักมาตลอดจนรู้สึกเบื่อแล้ว การเรียนหนักๆ ควรผ่อนลงได้บ้าง

ฟังดูแล้วก็น่ากังวลใจพอสมควรทีเดียว

ความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องของนิสิตนักศึกษาที่เป็นเช่นนี้คงไม่ใช่ความผิดของนิสิตนักศึกษาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่คงเป็นจุดอ่อนเพราะตลอดเวลาในวัยเด็กจนถึงชั้นมัธยมศึกษาที่เราเห็นผู้ปกครองมุ่งเน้นเรื่องการเรียนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้มุ่งเน้นพัฒนาการแบบองค์รวม ซึ่งเป็นการพัฒนาทุกๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน ทั้งสติปัญญา อารมณ์ สังคม ร่างกาย และจิตวิญญาณ ซึ่งในวัยเด็กเราสามารถพัฒนาการด้านต่างๆ นั้นได้ด้วยความหลากหลายกิจกรรมนอกเหนือจากการเล่าเรียนในชั้นเรียน

และกิจกรรมที่สำคัญของเด็กและวัยรุ่นคือการเล่น

ดังนั้น เด็กที่ขาดการเล่น ขาดประสบการณ์ทางสังคม เมื่อถึงวัยที่ควรจะพัฒนาเน้นหนักทางด้านปัญญา เขากลับมาเล่นและมีกิจกรรมทางสังคมเป็นการชดเชยส่วนที่เขาขาดหายไป


การเล่นให้อะไรกับเด็กในด้านใดบ้าง
1. ด้านร่างกาย การเล่นเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก เพราะในแรงจูงใจและความสนุกสนาน จะกระตุ้นให้เด็กเล่นได้นาน เล่นอย่างอดทนจึงทำให้มีการพัฒนาการของกล้ามเนื้อใหญ่ได้อย่างดีการเดินการวิ่งจะมั่นคง มีความเร็วและมีความแม่นยำมากขึ้น ส่วนกล้ามเนื้อเล็กก็จะมีความละเอียดละออและประณีตมากขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพโดยรวมจะแข็งแรงมีภูมิต้านทานดี ไม่ค่อยเจ็บป่วย

2. ด้านสติปัญญา ซึ่งรวมถึงการใช้ภาษาพูดการเล่นทำให้เด็กต้องคิด ว่าจะเล่นอย่างไร จะทำอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ การเล่นทุกชนิดทำให้มีการพัฒนาสติปัญญาและก็มีการเล่นอีกจำนวนมากที่มีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาให้รุดหน้าไกล โดยเฉพาะการเล่นของเล่นที่ประเทืองปัญญาซึ่งเป็นการเล่นที่ทำให้เด็กต้องหัดคิด หัดวิเคราะห์ หัดแก้ไขปัญหา

ในด้านภาษา การเล่นทำให้เด็กจำเป็นต้องสื่อสาร พูดคุยโต้ตอบ แสดงความคิดเห็น ชักจูง ชักนำ ให้กลุ่มยอมรับ และเกิดความเข้าใจในความต้องการของตนและในส่วนที่สำคัญคือภาษาที่พัฒนาได้ดี จะเป็นเครื่องมือดำเนินไปสู่พัฒนาการของสติปัญญาอย่างต่อเนื่องและถาวร

3. ด้านอารมณ์ การเล่นเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความผ่อนคลายสามารถระบายความรู้สึกได้ ทำให้เกิดความสุขแจ่มใส ร่าเริงและมีความอิ่มใจ เด็กที่มีโอกาสได้เล่นอย่างสม่ำเสมอจะมีสุขภาพจิตดี สดใส เป็นคนที่สุขง่ายทุกข์ยาก

4. ด้านสังคม เด็กที่ได้เล่นโดยเฉพาะการเล่นเป็นกลุ่มเด็กจะมีการแลกเปลี่ยนอารมณ์ พยายามให้กลุ่มยอมรับ บางครั้งยอมเป็นผู้ตาม บางครั้งก็ทำตัวเป็นผู้นำ รู้จักแก้ไขปัญหาร่วมกับกลุ่ม จนกลุ่มยอมรับ เด็กเหล่านี้จะมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีบุคลิกภาพดี มีความมั่นใจแลเห็นคุณค่าของตนเอง และถ้าการเล่นมีผู้ใหญ่คอยแนะนำอบรมดูแล การเล่นนั้นยังเป็นจุดที่ทำให้มีพัฒนาการของศีลธรรมจรรยาอีกด้วย

ผลที่เกิดขึ้น คงไม่เกิดเพียงด้านใดด้านหนึ่งแต่จะเกิดผลผสานสอดคล้องไปพร้อมๆ กัน ส่งเสริมในทุกๆ ด้านไปด้วยกัน

ท้ายบทความนี้ผมอยากให้พ่อแม่ ผู้ปกครองจัดการเล่นให้พอเหมาะกับเด็กๆ และลูกๆ ของท่านจะได้รับผลดีอย่างมหาศาลจากการเล่น


(update 24 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600