คุณผู้ใหญ่ทั้งหลายคงเคยรู้ซึ้งถึงอาการคัดจมูก จมูกตัน หายใจไม่ออก อึดอักไปหมด แล้วถ้าอาการคัดจมูกเกิดขึ้นกับเบบี๋ที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้คิดดูว่าจะทรมานเพียงใด
คิดจะดูดน้ำมูกควรทำอย่างไรดีล่ะ? คงเป็นคำถามที่คุณแม่มือใหม่อยากรู้ จริงๆ แล้วสังเกตได้จากการที่ลูกหายใจไม่ออก รูจมูกมีน้ำมูกอุดตันเยอะ นี่ล่ะสัญญาณเตือนให้คุณแม่เตรียมน้ำเกลือ เตรียมอุปกรณ์กันได้แล้ว
สังเกตสีน้ำมูก
- น้ำมูกใส ถือเป็นหวัดปกติยังไม่รุนแรงโดยปกติจะหายภายใน 4-5 วัน
- น้ำมูกเขียวขุ่นควรพบคุณหมอ เพราะ อาจจะติดเชื้อแบคทีเรีย
- น้ำมูกแห้ง ลูกใกล้จะหายแล้วแต่ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย ยกเว้นกรณีที่อยู่ในห้องแอร์หรือพัดลม
อุปกรณ์ดูดน้ำมูก
- น้ำเกลือเข้มข้น ซื้อได้ตามร้านขายยา
- ไซริงก์พลาสติกขนาด 1ซี.ซี.
- ลูกยางดูดน้ำมูก
- ถ้วย 3 ใบ สำหรับใส่น้ำเกลือใส่น้ำอุ่น ใส่น้ำมูกที่ดูดออกมา
- กระดาษทิชชู
- ผ้าห่อตัว
3 ขั้นตอน ดูดน้ำมูกให้เบบี๋
1. หากคุณแม่ต้องล้างจมูกเอง ควรห่อตัวลูกเพื่อกันลูกดิ้นจากนั้นหนุนศรีษะและช่วงไหล่ให้สูงด้วยหมอนใบเล็กหรือผ้าขนหนูพับกันก่อนดูดน้ำมูก
2. ใช้ไซริงก์ดูดน้ำเกลือประมาณ 0.5 ซี.ซี. แล้วค่อยฉีดเข้าไปในจมูกอย่างเบามือ จนเห็นน้ำเอ่อในรูจมูกระวังอย่าให้ไซริงก์โดนโพรงจมูกลูก เริ่มข้างที่มีน้ำมูกเยอะก่อนก็ได้
3. บีบลูกยางดูดน้ำมูกค้างไว้เพื่อไล่อากาศออก จากนั้นสอดปลายลูกยางเข้าไปในโพรงจมูกลึกประมาณ 1.5 ซม. ปล่อยลูกยาง น้ำมูกจะถูกดูดเข้าไปอยู่ในลูกยาง จากนั้นจึงนำลูกยางออกมาบีบแล้วปล่อยเพื่อทิ้งน้ำมูก บนกระดาษทิชชู
9 ข้อต้องจำเรื่องดูดน้ำมูก
1. ถ้าน้ำมูกใสเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องใช้วิธีดูดก็ได้ค่ะ ให้ใช้สำลีพันก้านหรือผ้านุ่มชุบน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดแยงเข้าไป (อย่าลึกมากนัก) เพื่อพันเอาน้ำมูกออกมา เช่นเดียวกับถ้าเป็นขี้มูกแข็งให้คุณแม่ใช้สำลีชุบน้ำเกลือแล้วค่อยๆ มาแคะออก
2. หลังดูดน้ำมูกควรล้างอุปกรณ์ต่างๆ ไซริงก์ถ้วย ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานให้สะอาดลูกยางดูดน้ำมูก ต้มในน้ำเดือด 3-5 นาทีก่อนคว่ำปลายลงในถ้วยสะอาดให้แห้งสนิท
3. ถ้าเป็นหวัดงอมแงมอาจจะดูดสองช่วงเวลา คือเช้าและก่อนนอน อย่าดูดบ่อยเพราะเยื่อจมูกลูกจะระคายเคืองอักเสบได้ ควรดูดช่วงท้องว่างหรือหลังให้นมแล้ว 2 ชั่วโมง
4. คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดก่อนดูดน้ำมูกให้ลูกทุกครั้ง
5. ดูดน้ำมูกในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี เพราะเจ้าหนูจะได้หายใจโล่งสะดวก
6. ขณะที่ดูดน้ำมูกหากลูกสำลักต้องรีบให้นอนคว่ำ ให้ศรีษะห้อยต่ำลง แล้วตบหลังลูกเบาๆ เพื่อป้องกันการสำลักน้ำเข้าปอด
7. น้ำเกลือที่ใช้ดูดน้ำมูกควรซื้อที่ร้านขายยาขนาดไม่เกิน 100 ซี.ซี. ดูวันหมดอายุและวันผลิตด้วยเพื่อความปลอดภัย
8. ถ้าคุณแม่ยังไม่มั่นใจควรสอบถามขั้นตอนอย่างละเอียดกับคุณหมอก่อนดูดน้ำมูก
9. ถ้าน้ำมูกยังไม่ลด แถมยังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคลั่กควรพาไปพบคุณหมอจะดีกว่า
(update 27 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.129 July 2006]
|