ดนตรี + สมอง = ความคิดสร้างสรรค์


ความคิดสร้างสรรค์ คือ ที่มาของวิธีการใหม่ๆ นวัตกรรม หรือสินค้าใหม่ๆ ซึ่งคนอื่นยังไม่มีและการที่องค์กรมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี จึงแปลว่าองค์กรนั้นมีความเหนือกว่าองค์กรอื่นนั่นเองคำถามคือ เราจะสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในตัวเราหรือลูกหลานเราได้อย่างไร

สวัสดีปีใหม่ เผลอแป๊บเดียวผมนั่งเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสมองและดนตรีมาครบปีแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ต้องขอขอบคุณที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด และในปีนี้รักลูกได้เปลี่ยนชื่อคอลัมน์จาก Mozart music and Intelligent เป็น Brain Forum เพื่อให้สอดคล้องรับกับเนื้อหาที่ว่าด้วยสมองกับศักยภาพมนุษย์ในมุมที่หลากหลายมากขึ้น คอยติดตามนะครับ

ในเดือนมกราคมฉบับเริ่มต้นปีใหม่นี้ ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับ ความคิดสร้างสรรค์ มาเล่าสู่กันฟังครับ

ปัจจุบันนี้ วงการต่างๆ พุ่งความสนใจไปที่ความคิดสร้างสรรค์กันมากครับ นั่นเพราะทุกวันนี้ความรู้เรียนทันกันหมด คนจบปริญญาเอกมีอยู่ทุกองค์กร พูดง่ายๆ คือ ไม่มีใครเหนือกว่าใครแต่ในการทำกิจการอะไรก็ตามี่ต้องมีการแข่งขัน หากเราไม่มีอะไรเหนือคู่แข่ง ก็เหนื่อยหน่อยล่ะครับ

เมื่อเป็นเช่นนี้การรับคนเข้าทำงานจึงต้องมองไปที่ “ความคิดสร้างสรรค์” ด้วย เพราะทุกคนเริ่มรับรู้แล้วว่า “ความคิดสร้างสรรค์” คือ เครื่องมือที่จะทำให้องค์กรมีศักยภาพเหนือคู่แข่ง และในอนาคตองค์กรต่างๆ ก็จะยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมองเห็นเรื่องนี้กันแล้ว กระบวนการต่างๆ ที่องค์กรทั้งหลายใช้พัฒนาพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น การระดมสมองแบบ Mind Map การจัดการความรู้ (Knowledge Management) การปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วมในองค์กร ล้วนมาจากความต้องการดึงความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานในองค์กรทุกๆ คนออกมา เพื่อให้องค์กรมีพลังในการแข่งขันที่สูงขึ้น

และความคิดสร้างสรรค์คือ ที่มาของวิธีการใหม่ๆ นวัตกรรมหรือสินค้าใหม่ๆ ซึ่งคนอื่นยังไม่มี และการที่องค์กรมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี จึงแปลว่าองค์กรนั้นมีความเหนือกว่าองค์กรอื่นนั่นเอง

คำถามคือ เราจะสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในตัวเราหรือลูกหลานเราได้อย่างไร

ความคิดสร้างสรรค์ (บางคนอาจจะเรียกว่า ความคิดใหม่ๆ ความคิดนอกกรอบที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้) จะสามารถเกิดขึ้นได้โดยการไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิม กฎเกณฑ์เดิมหรือถ้าจะพูดในแบบของวิทยาศาสตร์ด้านสมองคือ เป็นความคิดที่เกิดขึ้นโดยการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก หรือระบบลิมบิก (Limbic System) เป็นหลัก ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสิน ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ ระเบียบ ประเพณี สมองส่วนนี้จะทำงานได้ดีตอนที่เรายังเป็นเด็ก เมื่อเราโตขึ้นสมองส่วนเหตุผลและกฎเกณฑ์ (Cerebral Cortex) ก็จะเติบโตมาควบคุมระบบลิมบิก และทำให้เรากลายเป็นคนมีเหตุผล ยึดกรอบ ยึดประเพณีปฏิบัติแทน

ถ้าจะทำให้สมองส่วนลิมบิกของเราทำงานได้มาก เราต้องทำตัวเป็นเด็ก ซึ่งไม่ง่ายเลย ผมเคยได้ยินว่า บางองค์กรต้องการให้พนักงานเกิดความคิดสร้างสรรค์มากๆ ก็สั่งให้พนักงานแต่งชุดนักเรียนมาประชุมระดมสมองกัน นัยว่าเพื่อเรียกความเป็นเด็กกลับคืนมา ผมไม่ได้ตามว่าผลเป็นอย่างไร แล้วพนักงานรู้สึกอย่างไร แต่ในความเห็นของผม มันเป็นเพียงแค่เปลือกถ้าใจและกรอบความคิดไม่เป็นเด็กตามไปด้วย ต่อให้นุ่งผ้าอ้อมมานั่งประชุมก็ไม่เกิดผลใดๆ

เมื่อเดือนกันยายน 2547 วารสาร Neuroreport ได้ตีพิมพ์รายงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ที่ศึกษาว่า เพลงมีผลสมองส่วนใดของมนุษย์บ้าง เขาพบว่า เพลง แม้จะเป็นเพลงที่ไม่คุ้นหู แต่เมื่อผู้ฟังฟังแล้วเกิดความรู้สึกไพเราะจะมีผลให้สมองส่วนลิมบิกทำงานอย่างแข็งขันขึ้น ซึ่งหากเราจะตีความงานวิจัยชิ้นนี้ต่อ ก็บอกได้ว่า เพลงที่เราฟังแล้วชอบนั้น จะช่วยก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะเสียงเพลงทำให้ระบบลิมบิกของสมองของเราทำงานมากขึ้น หรือทำให้สมองของเรามีความเป็นเด็กที่ปราศจากกรอบและกฎเกณฑ์มากขึ้นนั่นเอง

และเมื่อเร็วๆ นี้ Dr.Rosa-Aurora Chavez จาก สถาบันจิตเวชศาสตร์แห่งชาติรามอน เด ลา ฟอนเต้ ประเทศเม็กซิโก ได้เผยแพร่รายงานการวิจัยของตนเอง ซึ่งพบว่า คนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากๆ นั้น ขณะทำงาน สมองส่วนหน้า (Frontal lobe) สมองด้านข้าง (Temporal lobe) และสมองน้อย (Cerebellum) ทั้งซีกซ้ายและขวาจะทำงานเชื่อมโยงกันอย่างแข็งขันมาก นั่นหมายถึง คนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากๆ จะใช้สมองทุกส่วนในการทำงานคือ คิดแบบเด็ก (ไม่ยึดกรอบ) ในขณะเดียวก็ใช้เหตุผลแบบผู้ใหญ่มาวิเคราะห์ ใช้ข้อมูลจากทุกส่วนมากเชื่อมโยงสุดท้ายก็จะได้งานที่มีความคิดสร้างสรรค์มากๆ ออกมา

หากติดตามบทความที่ผมเขียนในรักลูกมาตั้งแต่ปีที่แล้วคงจะจำได้ว่า ดนตรี คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้สมองมนุษย์แต่ละส่วนเกิดการเชื่อมโยงกันทั้งในแง่หน้าที่และโครงสร้างอย่างชัดเจนเพราะฉะนั้น เมื่อตีความร่วมกับงานวิจัยทั้งสองชิ้นที่ผมกล่าวถึงน่าจะสรุปได้ว่า ดนตรี คือสิ่งที่ทำให้สมองมนุษย์ทำงานในลักษณะที่ก่อให้เกิด “ความคิดสร้างสรรค์” ได้ เพราะดนตรีทำให้สมองมนุษย์เกิดความคิดแบบนอกกรอบโดยการนำข้อมูลด้านต่างๆ มาเชื่อมโยงกันระหว่างเหตุผล สุนทรียภาพ ความงาม ความลงตัว ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็ย่อมก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ ได้จริงๆ

ปราชญ์ทางด้านสุนทรียศาสตร์หลายท่านพูดและเขียนถึงเรื่องทำนองนี้ไว้มากครับ แต่คนไม่ค่อยเชื่อ เพราะอธิบายให้เห็นชัดเจนไม่ได้ คราวนี้คงจะชัดเจนแล้วนะครับ

ว่าจะไม่เขียนเรื่องสมองกับดนตรี แต่ก็อดใจไม่ได้ เพราะข้อมูลใหม่ๆ ที่ค้นพบมักโยงไปทางนั้น แล้วอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง

…ว่าแต่ว่าที่อ่านบทความผม คุณฟังเพลงไปด้วยรึเปล่า ฟังก็ดีนะครับ แล้วจะรู้ว่า ดนตรีดีๆ นั้นให้คุณจริงๆ


(update 22 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 288 มกราคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600