คุณธรรมร้อนๆ…มาแล้วจ้า


ทุกวันนี้… โลกเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน ไม่มีใครรู้ สังคมเปิดกว้างแค่ไหนไม่มีใครวัด แต่ผู้คนสับสน วุ่นวาย และเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด

คำถามคือ เราจะเลี้ยงลูกในท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว สังคมที่ซับซ้อน และผู้คนที่สับสนวุ่นวายนี้ ให้รอดได้อย่างไร
ก. เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง       ข. เลี้ยงลูกให้มีความสุข

ค. เลี้ยงให้เป็นคนดี             ง. ถูกทุกข้อ
…ถ้าการเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพ ง่ายเหมือนกาข้อสอบแบบนี้ก็คงดี ?

แต่เพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องสำเร็จรูป และการเลี้ยงลูกก็ไม่ใช่ 1+ 1 = 2 เราจึงต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองกันก่อนว่า เราอยากจะเลี้ยงลูกไปในทิศทางไหน และตั้งเป้าความสำเร็จของลูกไว้อย่างไร

ถ้าเป็นคนรุ่นก่อน เป้าหมายในการเลี้ยงลูกจะอยู่ที่การส่งเสริมให้ลูกมี IQ (Intelligent Quotient) หรือสติปัญญาดี แต่พอมารุ่นเรา คนที่มีสติปัญญาดีอย่างเดียวไม่พอเสียแล้ว ยังต้องมี EQ (Emotional Quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ควบคู่กันไปด้วย

และเมื่อถึงรุ่น (เราเลี้ยง) ลูก แค่ IQ หรือ EQ ดี ก็ไม่พอเสียแล้วค่ะเพราะตัวอย่างที่บุคคลที่ทั้งเก่ง ฉลาด มีไหวพริบดี แถมยังร่ำรวย อย่างนักการเมืองที่เห็นๆ กันอยู่พบว่าทำให้ชาติบ้านเมืองเอียงกะเท่เร่ไม่น้อย ดังนั้น MQ (Moral Quotient) หรือความฉลาดทางจริยธรรม จึงต้องเข้ามากำกับอีกแรง ลูกถึงจะสามารถอยู่ในสังคมที่แสนสับสนวุ่นวายนี้ได้อย่างมีความสุข และเป็นคนดีด้วย ที่สำคัญจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงดังที่เป็นข่าวทุกวันนี้


10 เหตุผลควรปลูกฝังความดีงามให้ลูก

เหตุผลที่เราต้องปลูกฝังคุณธรรมให้ลูกก็เพราะ
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่เก่ง แต่เห็นแก่ตัว
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่อกตัญญูไม่รู้บุญคุณคน
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่สุรุ่ยสุร่าย
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่เติบโตเป็นฆาตกรในอนาคต
เราต่างไม่อยากได้ลูกที่เติบโตเป็นนักการเมือง แต่คอรัปชั่น
เราต่างไม่อยากให้ลูกเป็นหมอที่เก่ง แต่ไร้จรรยาบรรณ
แต่…เราต่างอยากได้ลูกที่ “ดี”
และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับเรื่อง ความดีงาม กันค่ะ


ดร.โรเบิร์ต โคลส์ จิตแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด โดยแยกคุณธรรมออกมากเรื่องของความฉลาดทางอารมณ์ เพื่อเน้นและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ชัดๆ เพราะเขาพบว่า ถ้าเด็กขาดคุณธรรมแล้ว จะทำให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัวและไม่มีความสุขในชีวิต

โคลส์บอกว่า การเลี้ยงลูกให้มีคุณธรรมไม่สามารถฝึกฝนหรือขัดเกลาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เป็นเรื่องที่ต้องฝึกมาแต่เด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถพัฒนาพื้นฐาน MQ ของตัวเองขึ้นมาให้ฝุงลึกลงไปในจิตใจของเขาและรอเวลาที่จะได้รับการกระตุ้นอีกครั้ง โดยการอบรมสั่งสอน การฟังธรรม และวิธีอื่นๆ แต่ถ้าคนนั้นไม่มี MQ อยู่ในจิตสำนึกดั้งเดิมแล้ว ไม่ว่าโตขึ้นจะได้รับการกระตุ้นอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้คนนั้นกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้มากนักหรอกนะคะ

สิ่งที่โคลส์บอกเราคือ ถ้าเราไม่อยากได้ลูกที่เติบโตเป็นคนเก่งที่เห็นแก่ตัว ก็ให้รีบปลูกฝังคุณธรรมให้ลูกเสียแต่เด็กๆ จะดีกว่ารอจนโต เพราะถ้าถึงตอนนั้น…อาจสายเกินไป เพราะคุณธรรมไม่ได้ปลูกฝังกันได้ชั่วข้ามคืนแต่ต้องใช้เวลา ความต่อเนื่อง และความสม่ำเสมอในการสอน ที่สำคัญคือ พ่อแม่ต้องทำให้เป็นตัวอย่างค่ะ


เมนูเด็ด… ปรุงแต่งใจให้ดีงาม

การปลูกความดีงามไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคนเป็นพ่อแม่ ทั้งยังสามารถสอดแทรกเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ไม่ต่างจาการจัดเตรียมอาหารมื้อคุณภาพให้ลูก…เพียงแต่มื้อนี้เป็นการปรุง “อาหาร (เพื่อแต่ง) ใจ” ให้ลูกๆ เติบโตเป็นคนดีของสังคม


  • เมนูเจ้าหนูจอมอึด
การสอนให้ลูกรู้จักอดทนรอคอยคือ สอนให้เขารู้จักควบคุมตัวเอง (self-control) พูดง่ายๆ คือ อดใจไว้และไม่เอาแต่ใจตัวเอง

โดยธรรมชาติของเด็ก เมื่อเขาต้องการสิ่งใดก็มักจะต้องเรียกร้องสิ่งนั้นมาเป็นของตนให้ได้ นิสัยเช่นนี้หากเป็นเด็กๆ ยังพออนุโลมว่าดูน่ารัก แต่ถ้าเราไม่สอนให้ลูกรู้จักควบคุมตนเอง ก็เท่ากับเราสร้างอันธพาลในอนาคตได้เหมือนกันค่ะ เพราะ เด็กจะมีแนวโน้มเป็นคนโมโหร้าย เกรี้ยวกราด เมื่อเขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เป็นคนที่ขาดความอดทน ไม่สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ตามเป้าหมาย และจะกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน

ในทางตรงข้าม เด็กที่สามารถบังคับใจตัวเองได้ตั้งแต่เด็ก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะสามารถปรับตัวเข้าสังคมได้ดี มีความรับผิดชอบและเคารพกฎกติกาของสังคมอีกทั้งมีเหตุมีผล รู้จักยับยั้งชั่งใจ

การฝึกให้ลูกรู้จักรอคอยสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อออกจากบ้านก็สอนให้เขารู้จักรอคอยคนอื่นๆ ที่ยังทำอะไม่เสร็จ หรือเวลาพาเขาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น ก็สอนให้เขารู้จักรอคิวเพื่อจะเล่นของเล่นซึ่งมีชิ้นเดียวนั้น

สัญญาณจราจร ไฟเขียว ไฟเหลือง ไฟแดง ก็สามารถช่วยให้ลูกเข้าใจได้ชัดเจนเกี่ยวกับการอดทน รอคอย โดยคุณแม่สามารถอธิบายง่ายๆ ได้ว่า

“ไฟแดง หมายถึง ให้เราหยุดรอ เพื่อให้รถอีกด้านหนึ่งขับผ่านไป และให้คนที่ต้องการข้ามถนนได้ข้าม แต่ถ้าหนูไม่หยุด รถอาจจะชนคนที่เดินข้ามถนนหรืออาจจะชนรถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนด้วยกัน ทำให้เขาบาดเจ็บได้ เรียกว่า บาดเจ็บทั้งเขาและเราในคราวเดียวกัน”

สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมแสดงความชื่นชมเมื่อลูกสามารถอดทนรอคอยเพื่อเขาจะได้อยากทำสิ่งนั้นบ่อยๆ และซึมเข้าไปในตัวเองค่ะ


  • เมนูความซื่อสัตย์กับเด็กเลี้ยงแกะ
คุณธรรมข้อแรกๆ ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่เลือกที่จะปลูกฝังให้ลูกคือความซื่อสัตย์เพราะการที่คนเราจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมได้นรั้น ต้องซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน ไม่คดโกง หรือเอารัดเอาเปรียบกัน การสอนคุณธรรมในข้อนี้ นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีแล้วสิ่งสำคัญคือ ไม่สอนเขาอย่างหนึ่งแล้วทำในสิ่งที่สวนทางกัน เช่น

โกหกลูกว่ายาที่จะป้อนนั้นหวาน ทั้งที่จริงแล้วขม
บอกลูกว่าจะพาไปเที่ยว แต่ไม่ได้พาไปโดยไม่บอกเหตุผล
สัญญาว่าจะซื้อของเล่นให้แต่ก็ไม่ได้ซื้อ ฯลฯ

…เพราะนอกจากลูกจะสับสนกับคำพูดและพฤติกรรมของพ่อและแม่แล้ว เขายังจะขาดความนับถือในตัวพ่อแม่อีกด้วย ซึ่งทำให้การสอนคุณธรรมในข้อต่อไป ก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีกค่ะ

มีนิทานหลายเล่มที่เขียนถึงความซื่อสัตย์ ลองหามาอ่านให้ลูกฟังก่อนนอนก็ช่วยให้เขาซึมซับคุณธรรมข้อนี้ได้เช่นกันค่ะ เช่น เด็กเลี้ยงแกะ พิน็อกคีโอ ฯลฯ


  • เมนูสอนหนูรู้จักขอบคุณ
การสอนให้ลูกรู้ในคุณค่าของสิ่งรอบตัวและรู้จักขอบคุณให้เป็นนิสัย จะช่วยปลูกฝังคุณธรรมเรื่องความกตัญญูได้ไม่ยาก แถมทำได้ง่ายในทุกๆ วันด้วยค่ะ

ถ้าที่บ้านอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จะยิ่งง่ายต่อการสอนคุณธรรมข้อนี้ค่ะเพราะคุณสามารถปรนนิบัติปู่ย่าตายายของลูกให้เขาเห็นโดยที่คุณไม่ต้องคอยสอน (ลูกจะทำตามโดยอัตโนมัติ) และเชื่อเถิดว่า เมื่อเขาโตขึ้น เขาจะดูแลปรนนิบัติเหมือนที่คุณทำกับพ่อแม่ของคุณ

คุณสอนให้ลูกรู้จักขอบคุณได้ เช่น ยกมือไหว้ขอบคุณเมื่อผู้ใหญ่ให้ของ หรือเวลาพาลูกไปไหนมาไหน ให้ลองคุยกับลูกว่า สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวลูกล้วนแต่เป็นเพื่อนของลูกทั้งนั้น เช่น

ขอบคุณพระอาทิตย์ ที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย
ขอบคุณชาวนา ที่ปลูกข้าวให้เรากิน
ขอบคุณต้นไม้ ที่ให้ร่มเงาแก่เรา
ขอบคุณเจ้าดิ๊กกี้ ที่ช่วยเฝ้าบ้านให้ ตอนเราไม่อยู่
ขอบคุณหนังสือ ที่ทำให้หนูได้มีความรู้ ฯลฯ

เมื่อเด็กๆ เริ่มเคยชินกับรูปแบบความคิดนี้และเห็นในคุณค่าของสิ่งต่างๆ แล้วอีกหน่อยเขาจะเอ่ยปากกับคุณเองค่ะว่า ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ที่ให้ชีวิตที่ดีแก่หนู


  • เมนูแบ่งปันฉันกับเธอ
การรู้จักแบ่งปัน เป็นขั้วตรงข้ามกับความเห็นแก่ตัว แต่โดยพื้นฐานของเด็กแต่ละคนเกิดมาพร้อมกับการยืดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว โดยเฉพาะวัย 1-3 ขวบ ที่เอะอะอะไรก็ “ของหนู” ไปหมด ยิ่งเป็นลูกคนเดียวด้วยแล้ว คุณธรรมข้อนี้ยิ่งต้องเร่งปลูกฝังให้ลูกแต่เนิ่นๆ เช่น

ถ้าลูกไม่แบ่งของเล่นให้เพื่อน หรือพี่ไม่แบ่งของเล่นให้น้อง คุณแม่อาจบอกว่า

“ถ้าหนูหวงของเล่นของหนู หนูก็จะได้เล่นของเล่นเพียงแค่ชิ้นเดียวแต่ถ้าหนูแบ่งกันเล่นกับเพื่อน หนูจะได้เล่นของเล่นถึง 2 ชิ้นเชียวนะลูก” หรือคุยกับลูกด้วยภาษาที่ง่าย และดึงเรื่องความรู้สึกออกมาเพื่อชวนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน

“ดูสิคะ น้องหิวน้ำจะแย่แล้ว ไม่สงสารเหรอ แบ่งน้ำให้น้องดื่มได้ไหมคะ”

“โอ้โห ดูเด็กคนนั้นสิ มีเพื่อเยอะแยะเลย นี่แสดงว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ มีอะไรก็แบ่งเพื่อนๆ หนูอยากมีเพื่อนๆ แบบนี้บ้างไหมจ๊ะ”


  • เมนูวินัยกับความรับผิดชอบ
พ่อแม่สามารถปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยและความรับผิดชอบให้ลูกได้ตั้งแต่เขาเริ่มนั่งได้เลยทีเดียว โดยหารส่งเสริมให้ลูกทานอาหารเป็นที่เป็นทาง ฝึกหัดให้ลูกทานอาหารเอง พอโตขึ้นอีกนิดก็เริ่มหัดขับถ่ายเป็นเวลา หัดใส่เสื้อผ้า แปรงฟัน อาบน้ำเอง แล้วค่อยสอนให้ดูแลรับผิดชอบของเล่นและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น เล่นของเล่นแล้วก็ต้องเก็บให้เรียบร้อย เอาของออกมาใช้แล้วต้องเก็บเป็นที่เป็นทาง

การฝึกให้ลูกช่วยเหลือตนเองตามวัยคือ การฝึกระเบียบวินัยและความรับผิดชอบของลูก เมื่อเขาสามารถรับผิดชอบเรื่องส่วนตัวได้แล้ว ลองฝึกความรับผิดชอบส่วนรวมโดยมอบหมายงายง่ายๆ ในบ้าน เช่น กรอกน้ำใส่ขวด เก็บที่นอน ช่วยแม่พับผ้า ฯลฯ

พ่อแม่ไม่ต้องกลัวจะฝึกวินัยให้ลูกไม่ได้ ถ้าลูกเห็นว่าสิ่งที่เขาทำเป็นประโยชน์และได้ฝึกฝนจนเป็นนิสัย ไม่ช้าเขาก็จะมีความสุขกับการทำสิ่งนั้นๆ ด้วยตัวเองค่ะ

ที่สำคัญ อย่าคาดหวังว่าลูกจะทำทุกอย่างได้เรียบร้อย เรื่องนี้ต้องใช้เวลาและการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอจากพ่อแม่ด้วย


  • เมนูรู้ประหยัด อดออม
แม้โอกาสที่เด็กเล็กๆ จะได้ใช้จ่ายเงินมีไม่มากเหมือนเด็กโต แต่เขาจะเรียนรู้เรื่องความประหยัดได้จากลักษณะการใช้จ่ายของพ่อแม่ค่ะ

ถ้าพ่อแม่จับจ่ายใช้สอยอะไรง่ายๆ หรือใช้ของอย่างไม่ทะนุถนอมรักษาก็ค่อนข้างยากที่จะสอนลูกให้รู้จักประหยัดอดออมในทางกลับกัน ถ้าเราพิถีพิถันกับการใช้จ่ายและสอนลูกให้รู้จักรักษาของเล่น เห็นคุณค่าของทุกชิ้นที่ได้มาลูกก็จะค่อยๆ ซึมซับและเรียนรู้จากสิ่งที่เราทำค่ะ

กระปุกออมสินรูปสัตว์ลายสวยๆ เป็นสิ่งจูงใจให้ลูกรักอยากออมเหมือนกัน

นี่เป็นเพียงแนวทางเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการปลูกฝังคุณธรรมให้ลูก เรื่องความดีงานยังมีอีกมากมายที่เราสอนลูกในชีวิตประจำวันได้ไม่ว่าจะเป็นศิลธรรม มารยาทสังคม กาลเทศะ ฯลฯ และสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ

ถ้าวันนี้พ่อแม่ไม่ปลูกฝังเรื่องการทำความดี วันหนึ่งเมื่อลูกเติบโตเป็นคนเก่งที่ขาดคุณธรรม คนแรกที่ไม่มีความสุขก็คือ ตัวพ่อแม่เองค่ะ


มีทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการทางจริยธรรมที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะ ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรม 6 ขั้นของ รอเลนซ์ โคลเบิร์ก (Lawrance Kolhberg)

ระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Pre-Conventional)
1. การลงโทษและการเชื่อฟัง : เด็กจะใช้ผลของพฤติกรรมเป็นเครื่องชี้ว่าตัวเองทำถูกหรือผิด เช่น ถ้าเด็กถูกลงโทษจะคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด ไม่ดี และพยายามเลี่ยง แต่ถ้าทำแล้วได้รางวัลหรือคำชม เด็กจะคิดว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้อง ดีแล้ว และจะทำซ้ำอีกเพื่อหวังรางวัล

2. กฎเกณฑ์คือเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตน : เด็กจะสนใจทำตามกฎข้อบังคับเพื่อประโยชน์หรือความพอใจของตน หรือทำดีก็เพราะอยากได้ของตอบแทนยังไม่คิดถึงความยุติธรรมหรือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นแต่เป็นการแลกเปลี่ยน เช่น ถ้าเธอให้ฉัน ฉันจะให้…
ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์ของสังคม (Conventional)
3. ความคาดหวังและการยอมรับในสังคมสำหรับ “เด็กดี” : เป็นพฤติกรรมของ “คนดี” ตามความคาดหวังของพ่อแม่หรือเพื่อนวัยเดียวกัน คือไม่ทำผิดเพราะกลัวพ่อแม่เสียใจ

4. กฎและระเบียบ : คนดีในขั้นนี้ ก็คือคนที่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยอละความเป็นระเบียบของสังคม
จริยธรรมเหนือกฎเกณฑ์ของสังคม (Post-con-ventional level)
คนอายุ 20 ปีขึ้นไปจะมีจริยธรรมในระดับนี้ การตัดสินถูกผิด เรื่องควรไม่ควร ซึ่งมาจากวิจารณญาณของตนเอง
5. หลักการทำตามคำมั่นสัญญา : ให้ความสำคัญมากกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่คนในสังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

6. หลักการคุณธรรมสากล : เป็นหลักเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความเสมอภาคและเพื่อความยุติธรรมของมนุษย์ทุกคน ถูกผิดในขั้นนี้อยู่กับมโนธรรมที่แต่ละคนยึดถือค่ะ


(update 21 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 288 มกราคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600